บลจ.อีสท์สปริงชี้เป้า 4 กองทุน ตั้งรับความท้าทายเศรษฐกิจโลกครึ่งหลังปี 69

Share on Line Share on Facebook Share on X
บลจ.อีสท์สปริงชี้เป้า 4 กองทุน ตั้งรับความท้าทายเศรษฐกิจโลกครึ่งหลังปี 69

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด จัดสัมมนา 2026

Mid-Year Outlook : Turning Global Challenges into Strategic

Opportunities เพื่อถ่ายทอดมุมมองการลงทุนครึ่งปีหลัง พร้อมแนะนำกลยุทธ์การจัดพอร์ตท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ยังเผชิญความท้าทาย จากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงของนโยบายการเงิน และความผันผวนของตลาดทุน 


นายเรย์ แฟร์ริส ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเศรษฐศาสตร์ Eastspring Investments Singapore เปิดเผยว่า ภูมิภาคเอเชียยังคงมีแนวโน้มสร้างผลตอบแทนได้เหนือกว่าตลาดอื่น จากปัจจัยสนับสนุนทั้งการเติบโตของอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในหลายประเทศ และแนวโน้มผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่ยังแข็งแกร่ง


โดยตลาดหุ้นเอเชียยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อจากแรงขับเคลื่อนการลงทุนด้าน AI Hardware ที่ได้ขยายวงกว้างไปยังหลายประเทศในภูมิภาค ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเกาหลีใต้และไต้หวัน ส่งผลให้บริษัทที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีของเอเชียได้รับประโยชน์จากการเติบโตของเมกะเทรนด์ดังกล่าว


 

ขณะที่ ญี่ปุ่นยังคงเป็นตลาดที่น่าสนใจจากที่กำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัวเชิงวัฏจักรที่แข็งแกร่ง ควบคู่กับแรงหนุนด้านกำไรจากการปฏิรูปภาคธุรกิจ แนวโน้มการส่งออกยังคงแข็งแกร่ง การลงทุนภายในประเทศมีทิศทางดีกว่าคาด และการเร่งตัวของรายได้ครัวเรือนที่แท้จริงสู่ระดับ 2% น่าจะช่วยสนับสนุนการบริโภค ปัจจัยเหล่านี้กำลังผลักดันให้มีการปรับประมาณการกำไรขึ้นในหลายอุตสาหกรรม


มีมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มอุตสาหกรรม และได้ปรับพอร์ตไปสู่หุ้นที่มีลักษณะเชิงรับมากขึ้น รวมถึงธุรกิจที่อิงกับเศรษฐกิจภายในประเทศ เช่น บริษัทในกลุ่มสุขภาพ อุปกรณ์การแพทย์ และบริการผู้บริโภค ซึ่งมีระดับราคาที่น่าสนใจมากขึ้น ช่วยสร้างโอกาสในการสร้างผลตอบแทน และเพิ่มการกระจายความเสี่ยงให้กับพอร์ตการลงทุน แม้ภาพรวมเศรษฐกิจโลกยังมีแนวโน้มเติบโตแตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค แต่โอกาสการลงทุนยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดีย ซึ่งมีแนวโน้มได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ การลงทุนภาครัฐ และการย้ายฐานการผลิต ทำให้ทั้งสองภูมิภาคมีศักยภาพในการเติบโตในระยะต่อไป 


โดยนักลงทุนควรใช้กลยุทธ์ Active Selection หรือการคัดเลือกหุ้นรายตัวจากปัจจัยพื้นฐานและศักยภาพการเติบโตของแต่ละบริษัท มากกว่าการลงทุนตามดัชนี (Index Beta) เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนในระยะยาว และมองว่าตราสารหนี้ภาคเอกชนในเอเชีย (Asian Credit)

ยังคงเป็นอีกหนึ่งสินทรัพย์ที่น่าสนใจ สามารถสร้างผลตอบแทนจากอัตราผลตอบแทน (Yield)ได้ในระดับที่โดดเด่นเมื่อเทียบกับหลายภูมิภาค จึงเป็นทางเลือกที่ช่วยสร้างกระแสรายได้และเพิ่มความสมดุลให้กับพอร์ตการลงทุนท่ามกลางภาวะตลาดที่ยังมีความผันผวน


สรุปข่าว

บลจ.อีสท์สปริงแนะนำกลยุทธ์การจัดพอร์ต ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ยังเผชิญความท้าทาย จากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงของนโยบายการเงิน และความผันผวนของตลาดทุน ชี้ตลาดในภูมิภาคเอเชียมีแนวโน้มสร้างผลตอบแทนได้เหนือกว่าตลาดอื่น พร้อมชี้ 4 กองทุนกระจายลงทุนทั่วโลกรับมือความผันผวน

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด จัดสัมมนา 2026

Mid-Year Outlook : Turning Global Challenges into Strategic

Opportunities เพื่อถ่ายทอดมุมมองการลงทุนครึ่งปีหลัง พร้อมแนะนำกลยุทธ์การจัดพอร์ตท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ยังเผชิญความท้าทาย จากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงของนโยบายการเงิน และความผันผวนของตลาดทุน 


นายเรย์ แฟร์ริส ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเศรษฐศาสตร์ Eastspring Investments Singapore เปิดเผยว่า ภูมิภาคเอเชียยังคงมีแนวโน้มสร้างผลตอบแทนได้เหนือกว่าตลาดอื่น จากปัจจัยสนับสนุนทั้งการเติบโตของอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในหลายประเทศ และแนวโน้มผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่ยังแข็งแกร่ง


โดยตลาดหุ้นเอเชียยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อจากแรงขับเคลื่อนการลงทุนด้าน AI Hardware ที่ได้ขยายวงกว้างไปยังหลายประเทศในภูมิภาค ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเกาหลีใต้และไต้หวัน ส่งผลให้บริษัทที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีของเอเชียได้รับประโยชน์จากการเติบโตของเมกะเทรนด์ดังกล่าว


 

ขณะที่ ญี่ปุ่นยังคงเป็นตลาดที่น่าสนใจจากที่กำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัวเชิงวัฏจักรที่แข็งแกร่ง ควบคู่กับแรงหนุนด้านกำไรจากการปฏิรูปภาคธุรกิจ แนวโน้มการส่งออกยังคงแข็งแกร่ง การลงทุนภายในประเทศมีทิศทางดีกว่าคาด และการเร่งตัวของรายได้ครัวเรือนที่แท้จริงสู่ระดับ 2% น่าจะช่วยสนับสนุนการบริโภค ปัจจัยเหล่านี้กำลังผลักดันให้มีการปรับประมาณการกำไรขึ้นในหลายอุตสาหกรรม


มีมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มอุตสาหกรรม และได้ปรับพอร์ตไปสู่หุ้นที่มีลักษณะเชิงรับมากขึ้น รวมถึงธุรกิจที่อิงกับเศรษฐกิจภายในประเทศ เช่น บริษัทในกลุ่มสุขภาพ อุปกรณ์การแพทย์ และบริการผู้บริโภค ซึ่งมีระดับราคาที่น่าสนใจมากขึ้น ช่วยสร้างโอกาสในการสร้างผลตอบแทน และเพิ่มการกระจายความเสี่ยงให้กับพอร์ตการลงทุน แม้ภาพรวมเศรษฐกิจโลกยังมีแนวโน้มเติบโตแตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค แต่โอกาสการลงทุนยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดีย ซึ่งมีแนวโน้มได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ การลงทุนภาครัฐ และการย้ายฐานการผลิต ทำให้ทั้งสองภูมิภาคมีศักยภาพในการเติบโตในระยะต่อไป 


โดยนักลงทุนควรใช้กลยุทธ์ Active Selection หรือการคัดเลือกหุ้นรายตัวจากปัจจัยพื้นฐานและศักยภาพการเติบโตของแต่ละบริษัท มากกว่าการลงทุนตามดัชนี (Index Beta) เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนในระยะยาว และมองว่าตราสารหนี้ภาคเอกชนในเอเชีย (Asian Credit)

ยังคงเป็นอีกหนึ่งสินทรัพย์ที่น่าสนใจ สามารถสร้างผลตอบแทนจากอัตราผลตอบแทน (Yield)ได้ในระดับที่โดดเด่นเมื่อเทียบกับหลายภูมิภาค จึงเป็นทางเลือกที่ช่วยสร้างกระแสรายได้และเพิ่มความสมดุลให้กับพอร์ตการลงทุนท่ามกลางภาวะตลาดที่ยังมีความผันผวน


ด้าน นายบดินทร์ พุทธอินทร์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บลจ.อีสท์สปริง เปิดเผยว่า ทิศทางการลงทุนครึ่งปีหลัง 2569 แม้ยังมีความไม่แน่นอนสูงแต่ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยง แต่นักลงทุนควรสร้างพอร์ตที่มีความยืดหยุ่น เพื่อช่วยรับมือกับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้น พร้อมเปิดรับโอกาสในการสร้างผลตอบแทนในระยะยาว ผ่านการลงทุนภายใต้ 4 ธีมหลัก ซึ่งประกอบด้วย


1. ธีม Strong Foundation โอกาสมุ่งสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับพอร์ตการลงทุน ผ่านการลงทุนในบริษัทคุณภาพที่มีปัจจัยพื้นฐานดีและมีการกระจายการลงทุนทั่วโลก ช่วยลดความผันผวนและเพิ่มความมั่นคงของพอร์ตในระยะยาว แนะนำกองทุน ES-GCORE กองทุนหลักเน้นคัดเลือกหุ้นคุณภาพ

(Quality Companies) ที่มีศักยภาพการเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านกองทุนหลัก

Goldman Sachs Global CORE® Equity Portfolio ลงทุนเพื่อเพิ่มมูลค่าเงินลงทุน มีการลงทุนกระจายอยู่ทุกประเทศทั่วโลก  


2.ธีม Japan Renaissance มุ่งสร้างโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจญี่ปุ่น

ทั้งการปฏิรูปภาคธุรกิจ การลงทุนของภาครัฐ และการเพิ่มผลิตภาพของภาคเอกชน ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว โดยแนะนำกองทุน ES-JPNAE เน้นลงทุนในบริษัทที่ได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนผ่านของเศรษฐกิจญี่ปุ่น และมีศักยภาพเติบโตจากการปฏิรูปดังกล่าว ผ่านกองทุนหลัก Eastspring Investment - Japan Dynamic Fund Class CJ (acc) โดยการบริหารผ่านพอร์ตโฟลิโอที่เน้นลงทุนในตราสารทุน อีกทั้งกองทุนหลักจะเน้นลงทุนในหลักทรัพย์ของบริษัทที่จัดตั้งขึ้นจดทะเบียน หรือมีขอบเขตของกิจกรรมหลักในประเทศญี่ปุ่น

3. ธีม America's Innovation & Earnings Engine เน้นลงทุนในบริษัทชั้นนำของสหรัฐฯ 

ที่มีความสามารถในการสร้างนวัตกรรมและมีศักยภาพในการเติบโตของผลกำไรอย่างต่อเนื่อง โดยแนะนำกองทุน ES-USBLUECHIP กองทุนหลักมุ่งลงทุนในบริษัทที่มีความได้เปรียบในการแข่งขันและเป็นผู้นำ

ในอุตสาหกรรม เน้นลงทุนในหุ้นชั้นดีของบริษัทขนาดใหญ่และขนาดกลางในประเทศสหรัฐอเมริกา  


และ 4. ธีม Income with Resilience เน้นโอกาสสร้างกระแสรายได้ที่ดีพร้อมช่วยลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุน ผ่านการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีศักยภาพในการจ่ายรายได้อย่างต่อเนื่อง แนะนำกองทุน ES-GAINCOME มีบทบาทเป็นตัวช่วยสร้างเสถียรภาพให้กับพอร์ต และเพิ่มความยืดหยุ่นในการรับมือกับภาวะตลาดที่ผันผวน ผ่านกองทุนหลัก AMUNDI FUNDS INCOME OPPORTUNITIES

มีการลงทุนแบบยืดหยุ่นผ่านการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ ทั่วโลกที่มีโอกาสสร้างกระแสรายได้ ซึ่งรวมถึงตราสารทุน พันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้เอกชน ตราสารหนี้ระยะสั้น 

แท็กบทความ

กองทุนรับมือตลาดโลกผันผวน
ธีมลงทุนครึ่งหลังปี 2569
เรย์ แฟร์ริส
มุมมองหุ้นเทคโนโลยีของเอเชีย
บดินทร์ พุทธอินทร์