ตลาดหลักทรัพย์ฯ แถลงด่วน ขอโทษเจ้าของข้อมูลรั่ว 2 แสนราย ยันยังไม่มีความเสียหาย

Share on Line Share on Facebook Share on X
ตลาดหลักทรัพย์ฯ แถลงด่วน ขอโทษเจ้าของข้อมูลรั่ว 2 แสนราย ยันยังไม่มีความเสียหาย

วันนี้ (28 ก.ค. 2569) เมื่อเวลา 10.00 น. TSD ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ TSD ร่วมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ร่วมกันแถลงด่วนเพื่อชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุการณ์การเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการในระบบงาน TSD Investor Portal โดยไม่ได้รับอนุญาต 


ตามที่บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด (TSD) ตรวจพบการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการในระบบงาน TSD Investor Portal บางส่วนโดยไม่ได้รับอนุญาตเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2569 นั้น ภายหลังจากการประสานการทำงานร่วมกับกองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(บก.สอท.) ในวันที่ 27 กรกฎาคม 2569  เพื่อเร่งติดตามเอาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ 


TSD จึงทราบว่า มีข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับผลกระทบเพิ่มเติม ซึ่งข้อมูลที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว มีดังนี้


-ชื่อ-นามสกุล, วันเดือนปีเกิด, เลขบัตรประจำตัวประชาชน และที่อยู่

-หมายเลขโทรศัพท์ และอีเมล

-ชื่อบริษัทหลักทรัพย์ และเลขบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์

-ชื่อธนาคาร และเลขที่บัญชีธนาคาร    

 

อย่างไรก็ตาม TSD ขอเรียนยืนยันว่า ขณะนี้ ยังไม่พบข้อมูลการถือครองหลักทรัพย์ และข้อมูลธุรกรรมการซื้อขายหลักทรัพย์ ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว (แม้จะมีข้อมูลรั่วไหลแต่ยังไม่ได้สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินใดๆ ของเจ้าของข้อมูล) 


TSD ขอเน้นย้ำให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่าตื่นตระหนก เนื่องจากข้อมูลที่ถูกเข้าถึงยังไม่สามารถนำไปแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลการถือครองหลักทรัพย์ในระบบ หรือนำไปใช้ทำธุรกรรมซื้อขายหลักทรัพย์ได้ อย่างไรก็ตาม TSD ขอให้เพิ่มความระมัดระวัง และมีสติในการทำธุรกรรมต่าง ๆ โดยขอเตือนให้ผู้ใช้บริการหรือเจ้าของข้อมูล สังเกตเพื่อป้องกัน ดังนี้ 


1)ระมัดระวังอีเมล ข้อความ SMS หรือการติดต่อทางโทรศัพท์ที่แอบอ้างเป็นหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อหลอกขอข้อมูลส่วนบุคคล รหัสผ่าน หรือรหัสยืนยัน (OTP)

2)ไม่คลิกลิงก์ ดาวน์โหลดไฟล์ หรือเปิดเอกสารจากผู้ส่งหรือแหล่งที่มาที่ไม่สามารถยืนยันได้

3)ไม่เปิดเผยรหัสผ่าน รหัส OTP หรือข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลที่ติดต่อมาโดยไม่ทราบแหล่งที่มาหรือไม่สามารถยืนยันตัวตนได้

4)เปลี่ยนรหัสผ่านของบัญชีออนไลน์เป็นประจำ และหลีกเลี่ยงการใช้รหัสเดียวกันกับหลายบริการ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกนำข้อมูลไปใช้โดยมิชอบ

5)ตรวจสอบความผิดปกติของบัญชีและธุรกรรมที่เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอ

6) หากได้รับอีเมลจาก TSD ขอให้ตรวจสอบให้มั่นใจว่า เป็นอีเมลที่มาจาก [email protected] เท่านั้น และต้องไม่มีลิงก์ใด ๆ แนบไปด้วย

 

ทั้งนี้ TSD ขออภัยเป็นอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอยืนยันว่า จะเร่งดำเนินการปรับปรุงมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการอย่างสูงสุด


สรุปข่าว

ตลาดหลักทรัพย์ฯ แถลงด่วยวันนี้ ยืนยันข้อมูลส่วนบุคคล 2 แสน ที่ถูกแฮกเกอร์ผ่านช่องโหว่หน้าโปรไฟล์ของผู้ใช้บริการผ่านระบบงานของ TSD Investor Portal โดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น ยังไม่สร้างมูลค่าความเสียหายต่อบัญชีข้อมูลดังกล่าว พร้อมเดินหน้าป้องกันแยกชั้นข้อมูลหน้าบริการหน้าเว็บไซด์และการเข้าถึงคลังข้อมูลภายใน นำ AI เข้ามาช่วยสกัดภัยไซเบอร์ รวมถึงประสานโบรกเกอร์ แบงก์ ตำรวจ และผู้เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันปัญหาซ้ำรอย แนะ 6 ขั้นตอนเจ้าของบัญชี ป้องกันมิจฉาชีพนำข้อมูลรั่วไปหลอกลวงสร้างความเสียหาย ตำตรวจไซเบอร์ชี้อยู่ระวังสืบสวน ยังระบุไม่ได้ว่าเป็นแฮกเกอร์ไทยหรือต่างชาติ ด้านผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ กล่าวขอโทษเจ้าของข้อมูลรั่ว

วันนี้ (28 ก.ค. 2569) เมื่อเวลา 10.00 น. TSD ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ TSD ร่วมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ร่วมกันแถลงด่วนเพื่อชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุการณ์การเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการในระบบงาน TSD Investor Portal โดยไม่ได้รับอนุญาต 


ตามที่บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด (TSD) ตรวจพบการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการในระบบงาน TSD Investor Portal บางส่วนโดยไม่ได้รับอนุญาตเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2569 นั้น ภายหลังจากการประสานการทำงานร่วมกับกองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(บก.สอท.) ในวันที่ 27 กรกฎาคม 2569  เพื่อเร่งติดตามเอาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ 


TSD จึงทราบว่า มีข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับผลกระทบเพิ่มเติม ซึ่งข้อมูลที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว มีดังนี้


-ชื่อ-นามสกุล, วันเดือนปีเกิด, เลขบัตรประจำตัวประชาชน และที่อยู่

-หมายเลขโทรศัพท์ และอีเมล

-ชื่อบริษัทหลักทรัพย์ และเลขบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์

-ชื่อธนาคาร และเลขที่บัญชีธนาคาร    

 

อย่างไรก็ตาม TSD ขอเรียนยืนยันว่า ขณะนี้ ยังไม่พบข้อมูลการถือครองหลักทรัพย์ และข้อมูลธุรกรรมการซื้อขายหลักทรัพย์ ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว (แม้จะมีข้อมูลรั่วไหลแต่ยังไม่ได้สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินใดๆ ของเจ้าของข้อมูล) 


TSD ขอเน้นย้ำให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่าตื่นตระหนก เนื่องจากข้อมูลที่ถูกเข้าถึงยังไม่สามารถนำไปแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลการถือครองหลักทรัพย์ในระบบ หรือนำไปใช้ทำธุรกรรมซื้อขายหลักทรัพย์ได้ อย่างไรก็ตาม TSD ขอให้เพิ่มความระมัดระวัง และมีสติในการทำธุรกรรมต่าง ๆ โดยขอเตือนให้ผู้ใช้บริการหรือเจ้าของข้อมูล สังเกตเพื่อป้องกัน ดังนี้ 


1)ระมัดระวังอีเมล ข้อความ SMS หรือการติดต่อทางโทรศัพท์ที่แอบอ้างเป็นหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อหลอกขอข้อมูลส่วนบุคคล รหัสผ่าน หรือรหัสยืนยัน (OTP)

2)ไม่คลิกลิงก์ ดาวน์โหลดไฟล์ หรือเปิดเอกสารจากผู้ส่งหรือแหล่งที่มาที่ไม่สามารถยืนยันได้

3)ไม่เปิดเผยรหัสผ่าน รหัส OTP หรือข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลที่ติดต่อมาโดยไม่ทราบแหล่งที่มาหรือไม่สามารถยืนยันตัวตนได้

4)เปลี่ยนรหัสผ่านของบัญชีออนไลน์เป็นประจำ และหลีกเลี่ยงการใช้รหัสเดียวกันกับหลายบริการ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกนำข้อมูลไปใช้โดยมิชอบ

5)ตรวจสอบความผิดปกติของบัญชีและธุรกรรมที่เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอ

6) หากได้รับอีเมลจาก TSD ขอให้ตรวจสอบให้มั่นใจว่า เป็นอีเมลที่มาจาก [email protected] เท่านั้น และต้องไม่มีลิงก์ใด ๆ แนบไปด้วย

 

ทั้งนี้ TSD ขออภัยเป็นอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอยืนยันว่า จะเร่งดำเนินการปรับปรุงมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการอย่างสูงสุด


นางสาวพิชยา ชมชัยยา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า หลังการตรวจพบความผิดปกติของผู้ใช้บริการจากการเรียกดูข้อมูลบนหน้าเว็บไซด์เมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่ 25 ก.ค.ที่ผ่านมา และจากการตวจสอบพบข้อมูล อาทิ ชื่อ-นามสกุล, วันเดือนปีเกิด, เลขบัตรประจำตัวประชาชน และที่อยู่ ,หมายเลขโทรศัพท์ และอีเมล ,ชื่อบริษัทหลักทรัพย์ และเลขบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ และชื่อธนาคาร และเลขที่บัญชีธนาคาร ซึ่งพบการรั่วไหลอยู่ที่ประมาณ 2 แสนราย  จากทั้งหมดประมาณ 5 ล้านราย แต่ข้อมูลเหล่านี้ยังไม่ได้พบข้อมูลธุรกรรมที่รั่วไหลออกไป และยังไม่ได้สร้างความเสียหายแก่เจ้าของข้อมูลแต่อย่างใด  


นอกจากนี้ ยังได้ดำเนินการประสานงานกับโบรกเกอร์ ธนาคารพาณิชย์ ผู้เกี่ยวข้องต่างๆ เพื่อแจ้งเตือนลูกค้าทั้ง 2 แสนรายที่ข้อมูลรั่วไหล ผ่านการส่งอีเมล์และ SMS เพื่อแจ้งไม่ให้ลูกค้าตื่นตกใจและเข้าใจผิดในการกดลิงก์ที่มิจฉาชีพอาจจะส่งไปถึงเข้าของข้อมูลหลังจากนี้ เพื่อป้องกันไม่ใช้เกิดความเสียหายต่อไป และมีการดำเนินการเอาผิดตามกฎหมายต่อเจ้าหน้าที่ตำตรวจแล้ว



นายถิรพันธุ์ สรรพกิจ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานเทคโนโลยีสารสนเทศ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและในฐานะ IT ที่ดูแลระบบ TSD เปิดเผยว่า หลังตรวจพบบัญชีผู้ใช้บริการ (User) 1 ราย ล็อกอินตามขั้นตอนการใช้งานปกติเข้ามาเปลี่ยนแปลง  User โปรไฟล์ และดึง User จำนวนมาก จึงเกิดการรั่วไหลของข้อมูลจำนวนมาก จึงดำเนินการปิดการใช้งานทันที (disable) พร้อมดำเนินการแก้ไขทันที เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอย 


โดยได้แก้ไขรหัส (Code) และนำ AI เข้ามาช่วยตรวจจับการใช้งานในบริการที่เกี่ยวข้องกับ  TSD Investor Portal และดำเนินการแยกข้อมูลหลังบ้านที่เป็นข้อมูลสำคัญออกจากระบบการใช้บริการผ่านเว็บไซด์ไม่ให้เชื่อมต่อระบบอินเตอร์เน็ตได้อีกต่อไป และจะทยอยแยก TSD Investor Portal ที่ให้บริการมา 5 ปีโยกไปสู่ระบบ wiset (วิเศษ) ที่มีระบบความปลอดภัยสูงต่อไป และขอให้ผู้ลงทุนยังเชื่อมั่นต่อระบบหลัวบ้านของตลาดหลักทรัพย์ฯและ TSD ที่มีความมั่นคงสูง


ด้าน พันตำรวจเอก รุ่งเลิศ คันธจันทร์ ผกก.กองกำกับการ 1 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน อาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 เปิดเผยว่า ขณะที่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการดำเนินการของแฮกเกอร์ไทยหรือต่างชาติ เนื่องจากอยู่ระหว่างกระบวนการสืบสวนสอบสวนเผื่อเอาผิดตามกฎหมายต่อไป โดยตำรวจทำงานร่วมกับ Thai search ระบบสืบค้นเบ็ดเสร็จจุดเดียว


อย่างไรก็ดี สำหรับเจ้าของข้อมูลรั่วไหลทั้ง 2 แสนรายขอให้อย่าตื่นตระหนก เพราะข้อมูลที่รั่วไหลในลักษณะแบบนี้ยังไม่ได้สร้างความเสียหายกับเจ้าของข้อมูลแม้จะเป็นข้อมูลสำคัญ เพราะเรื่องนี้เคยเกิดขึ้นมาก่อนซึ่งประชาชาเห็นได้ตามข่าว แต่สิ่งที่ต้องระมัดระวัง คือ ต้องระวังกับการที่มิจฉาชีพจะเอาข้อมูลไปใช้ต่อ เพื่อจะ"ทลายกำแพงความเชื่อใจ" ของเจ้าของข้อมูล เพราะเมื่อมิจฉาชีพรู้ข้อมูลส่วนบุคคลมักจะนำไปใช้ประโยชน์ต่อ หรือเจาะข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อสร้างความเสียหายหรือเจาะข้อมูลบัญชี 


เช่น เอาข้อมูลบัญชีมาแจ้งเตือน เพื่อหลอกให้กดลิงก์และแก้ไขข้อมูล เพื่อหลอกให้กลัวและกดลิงก์แจ้งรหัส โดยอาจจะอ้างเป็นเจ้าหน้าของตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือ เจ้าหน้าที่ธนาคาร  ดังนั้น 2 แสนรายที่ได้รับการแจ้งเตือนว่าข้อมูลรั่วไหล และยังไม่ต้องไปแจ้งความหรือตื่นตระหนัก แต่ต้องระมัดระวังให้มากขึ้นหากมีข้อความ ลิงก์ หรือการติดต่อทางโทรศัพท์ หรือช่องทางใดๆ เข้ามา อย่าหลงชื่อ ให้ติดต่อกลับหน่วยงานนั้นๆ โดยตรง 


และมีข้อสังเกตของมิจฉาชีพในลักษณะนี้ คือ มักส่งลิงก์ที่เป็นโดเมนเนม (ชื่อที่ใช้เป็นที่อยู่บนอินเทอร์เน็ตเพื่อเข้าเว็บไซต์ )เแปลกๆ หรือ โดเมนฟิชชิ่ง (ชื่อเว็บไซต์ปลอมที่มิจฉาชีพสร้างขึ้นมาเลียนแบบเว็บไซต์จริง) ที่มักไม่ใช้ .co.th โดยทั่วไป ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าอาจเป็นมิจฉาชีพ และอย่ากดลิงก์เข้าไป ให้ติดต่อหน่วยงานนั้นๆ โดยตรงแทน และไม่แจ้งรหัสสำคัญกับใคร


ขณะที่ นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้กล่าว ขอโทษผู้เกี่ยวข้องทุกคนที่ข้อมูลรั่วไหลหลุดออกไป  พร้อมระบุว่าจะปรับปรุงระบบให้มั่งคงและปลอดภัยยิ่งขึ้น และหากเจ้าของข้อมูลได้รับแจ้งข้อมูลกลับไป ก็ขอให้อย่าตืนตระหนก กังวล เพราะข้อมูลที่หลุดไปยังเอาไปทำอะไรไม่ได้ 


ซึ่งตลาดหลักทรัพย์และธนาคารพาณิชย์ไม่มีนโยบายส่งลิงก์ใดๆ ให้กด และได้มีการปิดช่องว่างที่จะเข้ามาโจมตีข้อมูลทั้งหมดแล้ว และให้ความสำคัญกับการเฝ้าระวังป้องกันทุกด้าน หากเจ้าของข้อมูลมีข้อสงสัยต่อข้อมูลใด ให้ติดต่อกับ TSD หรือ ตลาดหลักทรัพย์โดยตรงได้ 


ที่มาข้อมูล : ตลาดหลักทรัพย์ฯ

ที่มารูปภาพ : ตลาดหลักทรัพย์ฯ