จดทะเบียน IP ครึ่งปีพุ่ง 12% ทะลุ 3 หมื่นรายการ

Share on Line Share on Facebook Share on X
จดทะเบียน IP ครึ่งปีพุ่ง 12% ทะลุ 3 หมื่นรายการ

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า ในช่วง 6 เดือนแรกปี 2569 หรือเดือนมกราคม-มิถุนายน มีการยื่นคำขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาในประเทศไทย ทั้งเครื่องหมายการค้า สิทธิบัตรการประดิษฐ์ อนุสิทธิบัตร และสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ รวม 38,626 คำขอ เพิ่มขึ้น 7.75% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มี 35,848 คำขอ ขณะที่การรับจดทะเบียนเพิ่มขึ้นทุกประเภท รวม 30,051 ฉบับ/รายการ เพิ่มขึ้น 12.24% จากปีก่อน

เครื่องหมายการค้ายังคงมีการยื่นคำขอมากที่สุด จำนวน 28,507 คำขอ เพิ่มขึ้น 8.01% โดยกลุ่มสินค้าและบริการที่ยื่นขอรับความคุ้มครองสูงสุด ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ การรักษาโรค และสมุนไพรทางการแพทย์ 3,405 คำขอ รองลงมาเป็นบริการค้าปลีก การขายและการตลาด 3,299 คำขอ และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและความงาม 3,094 คำขอ โดยผู้ยื่นคำขอเป็นคนไทย 56% และต่างชาติ 44% ส่วนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าอยู่ที่ 22,189 เครื่องหมาย เพิ่มขึ้น 5.91%

ด้านสิทธิบัตรการประดิษฐ์ มีการยื่นคำขอ 4,299 คำขอ เพิ่มขึ้น 4.47% โดยนวัตกรรมยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพมีคำขอสูงสุด 562 คำขอ ตามด้วยนวัตกรรมด้านการสื่อสาร 380 คำขอ และนวัตกรรมแอนติบอดีและยาชีววัตถุ 195 คำขอ อย่างไรก็ตาม ผู้ยื่นคำขอในกลุ่มนี้ยังเป็นต่างชาติถึง 87% เทียบกับคนไทย 13% โดยบริษัทต่างชาติรายใหญ่ที่ยื่นคำขอสูงสุด ได้แก่ โตโยต้า 139 คำขอ และควอลคอมม์ 136 คำขอ ขณะที่การจดทะเบียนสิทธิบัตรการประดิษฐ์เพิ่มขึ้น 20.49% อยู่ที่ 2,887 ฉบับ

สรุปข่าว

กรมทรัพย์สินทางปัญญาเผย 6 เดือนแรกปี 2569 ไทย-ต่างชาติยื่นคำขอคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญารวม 38,626 คำขอ เพิ่มขึ้น 7.75% ขณะที่การรับจดทะเบียนเพิ่มขึ้นทุกประเภทแตะ 30,051 รายการ สะท้อนภาคธุรกิจและนักสร้างสรรค์ให้ความสำคัญกับการใช้ IP สร้างมูลค่าเพิ่ม ด้านอนุสิทธิบัตรและสิทธิบัตรออกแบบผลิตภัณฑ์โตแรงกว่า 45%

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า ในช่วง 6 เดือนแรกปี 2569 หรือเดือนมกราคม-มิถุนายน มีการยื่นคำขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาในประเทศไทย ทั้งเครื่องหมายการค้า สิทธิบัตรการประดิษฐ์ อนุสิทธิบัตร และสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ รวม 38,626 คำขอ เพิ่มขึ้น 7.75% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มี 35,848 คำขอ ขณะที่การรับจดทะเบียนเพิ่มขึ้นทุกประเภท รวม 30,051 ฉบับ/รายการ เพิ่มขึ้น 12.24% จากปีก่อน

เครื่องหมายการค้ายังคงมีการยื่นคำขอมากที่สุด จำนวน 28,507 คำขอ เพิ่มขึ้น 8.01% โดยกลุ่มสินค้าและบริการที่ยื่นขอรับความคุ้มครองสูงสุด ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ การรักษาโรค และสมุนไพรทางการแพทย์ 3,405 คำขอ รองลงมาเป็นบริการค้าปลีก การขายและการตลาด 3,299 คำขอ และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและความงาม 3,094 คำขอ โดยผู้ยื่นคำขอเป็นคนไทย 56% และต่างชาติ 44% ส่วนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าอยู่ที่ 22,189 เครื่องหมาย เพิ่มขึ้น 5.91%

ด้านสิทธิบัตรการประดิษฐ์ มีการยื่นคำขอ 4,299 คำขอ เพิ่มขึ้น 4.47% โดยนวัตกรรมยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพมีคำขอสูงสุด 562 คำขอ ตามด้วยนวัตกรรมด้านการสื่อสาร 380 คำขอ และนวัตกรรมแอนติบอดีและยาชีววัตถุ 195 คำขอ อย่างไรก็ตาม ผู้ยื่นคำขอในกลุ่มนี้ยังเป็นต่างชาติถึง 87% เทียบกับคนไทย 13% โดยบริษัทต่างชาติรายใหญ่ที่ยื่นคำขอสูงสุด ได้แก่ โตโยต้า 139 คำขอ และควอลคอมม์ 136 คำขอ ขณะที่การจดทะเบียนสิทธิบัตรการประดิษฐ์เพิ่มขึ้น 20.49% อยู่ที่ 2,887 ฉบับ

ขณะที่อนุสิทธิบัตรมีการยื่นคำขอ 2,641 คำขอ เพิ่มขึ้น 13.10% โดยผู้ยื่นคำขอเป็นคนไทยถึง 94% และส่วนใหญ่เป็นสถาบันการศึกษาไทย กลุ่มนวัตกรรมที่ยื่นขอสูงสุดคืออาหารและเครื่องดื่ม 282 คำขอ ตามด้วยยาสมุนไพร 137 คำขอ และระบบสื่อสาร อุปกรณ์ส่งสัญญาณและการจัดการสารสนเทศ 133 คำขอ โดยการรับจดทะเบียนอนุสิทธิบัตรเพิ่มขึ้นถึง 45.41% เป็น 1,345 ฉบับ สะท้อนการนำงานวิจัยและองค์ความรู้ในประเทศมาต่อยอดเพื่อรับความคุ้มครองเพิ่มขึ้น

สำหรับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ มีการยื่นคำขอ 3,179 คำขอ เพิ่มขึ้น 5.79% โดยคนไทยมีสัดส่วน 60% และต่างชาติ 40% กลุ่มที่มีการยื่นคำขอมากที่สุด ได้แก่ ลวดลายผ้า บรรจุภัณฑ์ รถยนต์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง และเครื่องประดับ ขณะที่การรับจดทะเบียนเพิ่มขึ้นถึง 45.03% เป็น 3,630 ฉบับ ส่วนการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์มีจำนวน 9,069 ผลงาน เพิ่มขึ้น 33.62% โดยผู้ยื่นเป็นคนไทยถึง 99% และกลุ่มวรรณกรรม เช่น งานนิพนธ์และโปรแกรมคอมพิวเตอร์ มีจำนวนสูงสุด 3,675 ผลงาน

นางอรมน กล่าวว่า ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนแนวโน้มการใช้ระบบทรัพย์สินทางปัญญาที่เติบโตในหลายมิติ ทั้งจากภาคธุรกิจ สถาบันการศึกษา และกลุ่มนักสร้างสรรค์ โดยกรมฯ จะเดินหน้ายกระดับประสิทธิภาพการพิจารณาคำขอและการให้บริการ พร้อมผลักดันการนำทรัพย์สินทางปัญญาไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ เสริมศักยภาพ SMEs และยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศไปสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม