
นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAIเปิดเผยว่า หลังสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางคลี่คลาย ส่งผลให้ราคาน้ำมันอากาศยานทยอยปรับลดลง บริษัทจึงเริ่มลดราคาบัตรโดยสารในบางเส้นทางลงประมาณ 20-30% จากระดับราคาที่เคยปรับขึ้นตามต้นทุนเชื้อเพลิงในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
ผลจากการปรับลดราคาดังกล่าว ทำให้พฤติกรรมการจองของผู้โดยสารเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ทั้งในด้านปริมาณการจองที่เพิ่มขึ้นและระยะเวลาการตัดสินใจที่รวดเร็วขึ้น โดยปัจจุบันยอดจองเติบโตในระดับ Double Digit สะท้อนการฟื้นตัวของอุปสงค์การเดินทาง ขณะที่บริษัทเชื่อว่าการฟื้นตัวจะต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังของปี
อย่างไรก็ตาม THAI ย้ำว่าจะไม่ใช้กลยุทธ์แข่งขันด้านราคาแบบปูพรม แต่จะบริหารราคาด้วยความระมัดระวัง โดยให้ความสำคัญกับ Yield หรือความสามารถในการทำกำไรเป็นหลัก พร้อมเลือกแข่งขันเฉพาะตลาดที่เหมาะสม เพื่อรักษาผลประกอบการและความแข็งแกร่งของธุรกิจในระยะยาว
ทั้งนี้ราคาน้ำมันอากาศยานปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลงจากจุดสูงสุดราว 240 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในเดือนมีนาคม แต่ยังสูงกว่าระดับต้นปีที่ประมาณ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้ราคาตั๋วโดยสารยังไม่สามารถปรับลดกลับสู่ระดับปกติได้ทั้งหมด ทั้งนี้ บริษัทคาดว่าอัตราการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) ในช่วงครึ่งปีหลังจะอยู่ในระดับ มากกว่า 70% และมีโอกาสขยับเข้าใกล้ 80% ในช่วงไตรมาส 4 ซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยว
สรุปข่าว
นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAIเปิดเผยว่า หลังสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางคลี่คลาย ส่งผลให้ราคาน้ำมันอากาศยานทยอยปรับลดลง บริษัทจึงเริ่มลดราคาบัตรโดยสารในบางเส้นทางลงประมาณ 20-30% จากระดับราคาที่เคยปรับขึ้นตามต้นทุนเชื้อเพลิงในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
ผลจากการปรับลดราคาดังกล่าว ทำให้พฤติกรรมการจองของผู้โดยสารเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ทั้งในด้านปริมาณการจองที่เพิ่มขึ้นและระยะเวลาการตัดสินใจที่รวดเร็วขึ้น โดยปัจจุบันยอดจองเติบโตในระดับ Double Digit สะท้อนการฟื้นตัวของอุปสงค์การเดินทาง ขณะที่บริษัทเชื่อว่าการฟื้นตัวจะต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังของปี
อย่างไรก็ตาม THAI ย้ำว่าจะไม่ใช้กลยุทธ์แข่งขันด้านราคาแบบปูพรม แต่จะบริหารราคาด้วยความระมัดระวัง โดยให้ความสำคัญกับ Yield หรือความสามารถในการทำกำไรเป็นหลัก พร้อมเลือกแข่งขันเฉพาะตลาดที่เหมาะสม เพื่อรักษาผลประกอบการและความแข็งแกร่งของธุรกิจในระยะยาว
ทั้งนี้ราคาน้ำมันอากาศยานปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลงจากจุดสูงสุดราว 240 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในเดือนมีนาคม แต่ยังสูงกว่าระดับต้นปีที่ประมาณ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้ราคาตั๋วโดยสารยังไม่สามารถปรับลดกลับสู่ระดับปกติได้ทั้งหมด ทั้งนี้ บริษัทคาดว่าอัตราการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) ในช่วงครึ่งปีหลังจะอยู่ในระดับ มากกว่า 70% และมีโอกาสขยับเข้าใกล้ 80% ในช่วงไตรมาส 4 ซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยว
ด้านนายกิตติพงษ์ สารสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ การบินไทย จำกัด กล่าวว่า การบินไทยเดินหน้ายกระดับโปรแกรมสะสมไมล์ Royal Orchid Plus (ROP) ภายใต้แนวคิด The New Chapter Begins เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้ไมล์และสร้างประสบการณ์ที่ตอบโจทย์นักเดินทางมากขึ้น โดยเปิดตัว ROP Smart Miles Pay ที่ให้สมาชิกสามารถเลือกใช้ไมล์สะสมร่วมกับเงินสด หรือใช้ไมล์ชำระค่าบัตรโดยสารทั้งหมด (ไม่รวมภาษีและค่าธรรมเนียม) พร้อมรับการยืนยันที่นั่งทันที และยังคงได้รับไมล์สะสมตามชั้นโดยสารที่เดินทาง
ขณะเดียวกัน ตั้งแต่วันที่ 13 กรกฎาคม 2569 บริษัทจะเปิดตัว ROP Smart Miles Pay Lite ซึ่งเป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้โดยสารที่ต้องการใช้ไมล์สะสมซื้อบัตรโดยสารเที่ยวบินที่ออกจากกรุงเทพฯ ทั้งชั้นธุรกิจและชั้นประหยัด ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด โดยยังได้รับไมล์สะสมจากการเดินทางเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ THAI ยังขยายระบบนิเวศของ Royal Orchid Plus ผ่าน Royal Orchid Holidays (ROH Platform) ให้สมาชิกสามารถนำไมล์ไปแลกบริการโรงแรม แพ็กเกจท่องเที่ยว กิจกรรม และสิทธิประโยชน์จากพันธมิตรได้หลากหลายยิ่งขึ้น รวมถึงโครงการ ROP The Experience ที่เปิดโอกาสให้สมาชิกใช้ไมล์แลกร่วมกิจกรรมพิเศษกับเชฟ ศิลปิน โรงแรม และร้านอาหารชั้นนำ เพื่อเพิ่มมูลค่าของไมล์สะสมให้เป็นมากกว่ารางวัลจากการเดินทาง
พร้อมกันนี้ บริษัทได้ปรับเกณฑ์การเลื่อนและรักษาสถานภาพสมาชิกให้ง่ายขึ้น เพิ่มโบนัสไมล์สำหรับสมาชิกที่สะสมไมล์ได้ตามเกณฑ์ เพิ่มสิทธิประโยชน์ เช่น เคาน์เตอร์เช็กอินเฉพาะสมาชิกและบริการ Wi-Fi ฟรี รวมถึงยกระดับความปลอดภัยของบัญชีสมาชิกด้วยการเปลี่ยนหมายเลขสมาชิกจาก 7 หลักเป็น 10 หลัก รองรับการเติบโตของฐานสมาชิกในอนาคต โดย THAI ตั้งเป้าสิ้นปี 2569 จะมีสมาชิก Royal Orchid Plus เพิ่มขึ้น 10% จากปัจจุบัน 5.5 ล้านราย สะท้อนการใช้โปรแกรมสมาชิกเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญในการสร้างรายได้และรักษาฐานลูกค้าในระยะยาว
ส่วนกรณีพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของการบินไทยถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการลักลอบขนยาเสพติดไปยังประเทศออสเตรเลีย ผู้บริหารยืนยันว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนทางวินัยและยังไม่ได้ข้อสรุป โดยหากผลสอบพบว่ามีการกระทำผิดจะดำเนินการตามระเบียบอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งได้นำมาตรการใหม่ของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) มาปรับใช้ทันที เพื่อยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ โดยยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล และไม่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นหรือการดำเนินงานของสายการบิน
- การบินไทยเปิดบินตรงอัมสเตอร์ดัม 7 เที่ยวต่อสัปดาห์ เชื่อมฮับเศรษฐกิจยุโรป
- นายกฯ เรียกประชุม 3 ก.ค. แก้ปัญหากรณีแอร์สาวขนเฮโรอีนเข้าออสเตรเลีย
- เรารู้อะไรบ้าง เกี่ยวกับ "แอร์โฮสเตส" ที่กลายเป็นคนลักลอบยาเสพติดเข้าออสเตรเลีย จาก "งานรับหิ้ว"
- “พิพัฒน์” ยันไม่ได้หละหลวม ตรวจยาเสพติดก่อนบินออกนอกประเทศ
- สำนักงานการบินพลเรือนฯ ยืนยันกระบวนการตรวจค้นผู้โดยสาร-สัมภาระมีมาตรฐาน
