พาณิชย์ เร่งแก้ "กุ้ง-มะพร้าวแกง" ล้นตลาด

Share on Line Share on Facebook Share on X
พาณิชย์ เร่งแก้ "กุ้ง-มะพร้าวแกง" ล้นตลาด

นายกรนิจ โนนจุ้ย โฆษกกระทรวงพาณิชย์ และผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า หลังตลาดมาเลเซียซึ่งนำเข้ากุ้งไทยเฉลี่ยปีละ 3,400 ตันชะลอการนำเข้า กระทรวงฯ จึงตั้งเป้าระบายกุ้งเฉลี่ยเดือนละ 300-400 ตัน เพื่อชดเชยตลาดที่หายไป โดยประสานสำนักงานพาณิชย์จังหวัด 40 จังหวัด จัดกิจกรรมรณรงค์บริโภคกุ้ง เชื่อมโยงผลผลิตเข้าสู่ห้างค้าปลีกสมัยใหม่ รวมถึงประสานผู้ประกอบการห้องเย็นในจังหวัดสมุทรสาครเข้ารับซื้อเพิ่มเติมกว่า 2,000 ตัน

ขณะนี้สามารถช่วยระบายกุ้งได้แล้วกว่า 2,900 ตัน สูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ต่อเดือนหลายเท่าตัว โดยกระทรวงฯ จะเดินหน้าจัดกิจกรรมส่งเสริมการบริโภค ใช้โมเดลเชื่อมโยงผู้ประกอบการห้องเย็นรับซื้อผลผลิต และเร่งขยายตลาดส่งออกไปยังประเทศใหม่ ๆ เพื่อทดแทนตลาดมาเลเซีย แม้ล่าสุดจะมีสัญญาณเชิงบวกจากการเจรจาการค้าระหว่างกันก็ตาม



สรุปข่าว

กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าเร่งแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรที่ได้รับผลกระทบ ทั้งกุ้งและมะพร้าวแกง โดยเร่งระบายผลผลิตออกสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ พร้อมดูดซับผลผลิตส่วนเกิน เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาและบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร

นายกรนิจ โนนจุ้ย โฆษกกระทรวงพาณิชย์ และผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า หลังตลาดมาเลเซียซึ่งนำเข้ากุ้งไทยเฉลี่ยปีละ 3,400 ตันชะลอการนำเข้า กระทรวงฯ จึงตั้งเป้าระบายกุ้งเฉลี่ยเดือนละ 300-400 ตัน เพื่อชดเชยตลาดที่หายไป โดยประสานสำนักงานพาณิชย์จังหวัด 40 จังหวัด จัดกิจกรรมรณรงค์บริโภคกุ้ง เชื่อมโยงผลผลิตเข้าสู่ห้างค้าปลีกสมัยใหม่ รวมถึงประสานผู้ประกอบการห้องเย็นในจังหวัดสมุทรสาครเข้ารับซื้อเพิ่มเติมกว่า 2,000 ตัน

ขณะนี้สามารถช่วยระบายกุ้งได้แล้วกว่า 2,900 ตัน สูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ต่อเดือนหลายเท่าตัว โดยกระทรวงฯ จะเดินหน้าจัดกิจกรรมส่งเสริมการบริโภค ใช้โมเดลเชื่อมโยงผู้ประกอบการห้องเย็นรับซื้อผลผลิต และเร่งขยายตลาดส่งออกไปยังประเทศใหม่ ๆ เพื่อทดแทนตลาดมาเลเซีย แม้ล่าสุดจะมีสัญญาณเชิงบวกจากการเจรจาการค้าระหว่างกันก็ตาม



ส่วนปัญหาราคามะพร้าวแกงที่ปรับตัวลดลง เนื่องจากผลผลิตออกสู่ตลาดพร้อมกันในช่วงเดือนเมษายนถึงสิงหาคม กระทรวงพาณิชย์ได้สำรวจผลผลิตในพื้นที่สำคัญ ได้แก่ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และชุมพร พร้อมตั้งเป้าดูดซับผลผลิตประมาณ 9 ล้านลูก ผ่านโรงงานแปรรูปกะทิ โรงงานสกัดเย็น และผู้ประกอบการล้ง เพื่อทดแทนการนำเข้ามะพร้าวจากต่างประเทศ

นอกจากนี้ กรมการค้าต่างประเทศยังใช้มาตรการกำกับดูแลการนำเข้า โดยให้ผู้ประกอบการชะลอการนำเข้ามะพร้าวและหันมาใช้ผลผลิตภายในประเทศเป็นหลัก ซึ่งจากการติดตามพบว่าปริมาณการนำเข้าลดลงอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะช่วยยกระดับราคามะพร้าวแกงได้ และสถานการณ์จะเริ่มคลี่คลายในช่วงปลายฤดูผลผลิตราวเดือนกันยายน


สำหรับมะพร้าวน้ำหอม การเข้มงวดแก้ไขปัญหาล้งนอมินีและการปลอมปนน้ำมะพร้าว ส่งผลให้ราคาปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน จากช่วงต้นปีที่เกษตรกรขายได้เพียง 3-5 บาทต่อลูก ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น 12-14 บาทต่อลูก

ขณะที่การบริหารจัดการผลผลิตทุเรียน ซึ่งปีนี้มีปริมาณเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะทุเรียนขนาดเล็ก กระทรวงพาณิชย์ได้เร่งระบายผลผลิตทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ ส่งผลให้การส่งออกทุเรียนขยายตัวถึง 109.5% และราคายังทรงตัวเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 100 บาทต่อกิโลกรัม ถือเป็นระดับราคาที่มีเสถียรภาพและสร้างความเชื่อมั่นให้กับเกษตรกรไทย

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN