บอร์ดส่งเสริมฯ ไฟเขียวงบ 855 ล้าน อุ้ม SME 2.9 หมื่นราย ปั้นธุรกิจไทยรับโลกใหม่

Share on Line Share on Facebook Share on X
บอร์ดส่งเสริมฯ ไฟเขียวงบ 855 ล้าน อุ้ม SME 2.9 หมื่นราย ปั้นธุรกิจไทยรับโลกใหม่
คณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) มีมติเห็นชอบจัดสรรเงินกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม วงเงินรวม 855 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของส่วนราชการและหน่วยงานภาครัฐในปีงบประมาณ 2569 จำนวน 19 โครงการ ตั้งเป้าช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME ทั่วประเทศไม่น้อยกว่า 29,290 ราย และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจหมุนเวียนกลับคืนสู่ระบบเศรษฐกิจไทยมากกว่า 5,163 ล้านบาท


ดร.ปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า การจัดสรรงบประมาณครั้งนี้เป็นความร่วมมือสำคัญระหว่างภาครัฐและสถาบันการศึกษาชั้นนำทั่วประเทศ เพื่อขับเคลื่อนผู้ประกอบการไทยให้สามารถรับมือกับความท้าทายสำคัญของโลกใน 4 ด้าน ได้แก่ การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลและ AI การแข่งขันทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรและสังคม

สำหรับการดำเนินงานแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มยุทธศาสตร์หลัก ประกอบด้วย กลุ่ม Transform SME สู่เศรษฐกิจดิจิทัล มุ่งยกระดับทักษะด้าน AI และดิจิทัล เพิ่มศักยภาพการขายออนไลน์และฟื้นฟูรายได้ผู้ประกอบการ กลุ่ม Value Creation & Market Expansion เน้นสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านอัตลักษณ์สินค้า Soft Power ไทย การสร้างแบรนด์ และขยายตลาดใหม่ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงเชื่อมโยงธุรกิจไมซ์และการค้าโลกยุคใหม่



สรุปข่าว

บอร์ดส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม อนุมัติงบกองทุนส่งเสริม SME วงเงิน 855 ล้านบาท เดินหน้า 19 โครงการในปีงบฯ 2569 ตั้งเป้าช่วยผู้ประกอบการกว่า 29,290 ราย สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจหมุนเวียนมากกว่า 5,163 ล้านบาท มุ่งยกระดับ SME รับมือ AI-ดิจิทัล ภูมิรัฐศาสตร์ ภัยพิบัติ และสังคมสูงวัย เพิ่มขีดแข่งขันอย่างยั่งยืน
คณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) มีมติเห็นชอบจัดสรรเงินกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม วงเงินรวม 855 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของส่วนราชการและหน่วยงานภาครัฐในปีงบประมาณ 2569 จำนวน 19 โครงการ ตั้งเป้าช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME ทั่วประเทศไม่น้อยกว่า 29,290 ราย และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจหมุนเวียนกลับคืนสู่ระบบเศรษฐกิจไทยมากกว่า 5,163 ล้านบาท


ดร.ปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า การจัดสรรงบประมาณครั้งนี้เป็นความร่วมมือสำคัญระหว่างภาครัฐและสถาบันการศึกษาชั้นนำทั่วประเทศ เพื่อขับเคลื่อนผู้ประกอบการไทยให้สามารถรับมือกับความท้าทายสำคัญของโลกใน 4 ด้าน ได้แก่ การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลและ AI การแข่งขันทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรและสังคม

สำหรับการดำเนินงานแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มยุทธศาสตร์หลัก ประกอบด้วย กลุ่ม Transform SME สู่เศรษฐกิจดิจิทัล มุ่งยกระดับทักษะด้าน AI และดิจิทัล เพิ่มศักยภาพการขายออนไลน์และฟื้นฟูรายได้ผู้ประกอบการ กลุ่ม Value Creation & Market Expansion เน้นสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านอัตลักษณ์สินค้า Soft Power ไทย การสร้างแบรนด์ และขยายตลาดใหม่ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงเชื่อมโยงธุรกิจไมซ์และการค้าโลกยุคใหม่



ขณะที่กลุ่ม Recovery & Resilience มุ่งฟื้นฟูผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ภัยธรรมชาติ และสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดน ผ่านการเข้าถึงแหล่งทุนและมาตรการรักษาการจ้างงาน ส่วนกลุ่ม Inclusive Growth มุ่งยกระดับผู้ประกอบการรายย่อย เกษตรกร และวิสาหกิจชุมชน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ยกระดับมาตรฐานฮาลาลสู่สากล สร้างงาน สร้างรายได้ และลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ

โครงการต่าง ๆ จะดำเนินการร่วมกับหน่วยงานสำคัญ อาทิ กรมการค้าภายใน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมทรัพย์สินทางปัญญา สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB) กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ รวมถึงมหาวิทยาลัยชั้นนำหลายแห่งทั่วประเทศ


ดร.ปณิตา กล่าวว่า การอนุมัติงบประมาณครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันและยกระดับศักยภาพให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อยซึ่งเป็นฐานรากสำคัญของเศรษฐกิจประเทศ พร้อมย้ำว่า สสว. ได้ออกแบบโครงการให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน ครอบคลุมทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การพัฒนาสินค้า การขยายตลาด และการสร้างช่องทางการขายทั้งออฟไลน์และออนไลน์ในประเทศและต่างประเทศ

นอกจากนี้ สสว. ยังวางระบบติดตามและประเมินผลการใช้จ่ายงบประมาณอย่างเข้มงวด ผ่านความร่วมมือระหว่างส่วนกลางและศูนย์ให้บริการ SME ครบวงจรในภูมิภาค เพื่อให้เม็ดเงินทุกบาทเกิดประสิทธิภาพสูงสุดและสามารถวัดผลลัพธ์ได้อย่างเป็นรูปธรรม

“เราเชื่อมั่นว่าเม็ดเงิน 855 ล้านบาทที่กระจายลงสู่โครงการส่งเสริมต่าง ๆ ในครั้งนี้ จะช่วยพยุงผู้ประกอบการรายย่อยให้ผ่านพ้นความท้าทายทางเศรษฐกิจ พร้อมเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในเวทีการค้าโลกยุคดิจิทัลได้อย่างยั่งยืน” ดร.ปณิตา กล่าว

ที่มาข้อมูล : สสว.

ที่มารูปภาพ : สสว.

แท็กบทความ

บอร์ดส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
สสว.
กองทุนส่งเสริม SME
ปณิตา ชินวัตร
Recovery & Resilience