ตลท.ขึ้นเวทีจีนดึงเงินลงทุน เล็งเชื่อมโยงตลาดทุนไทย-จีนเพิ่มเติม

Share on Line Share on Facebook Share on X
ตลท.ขึ้นเวทีจีนดึงเงินลงทุน เล็งเชื่อมโยงตลาดทุนไทย-จีนเพิ่มเติม

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมอภิปรายในหัวข้อ Global Capital Market Development and Cooperation: From Product Connectivity to Ecosystem Co-construction ในงาน 2026 Global Investor Conference จัดโดยตลาดหลักทรัพย์เซินเจิ้น (SZSE) ณ เมืองเซินเจิ้น สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อเร็ว ๆ นี้ 


และได้หารือร่วมกับ SZSE เพื่อกระชับความร่วมมือด้านผลิตภัณฑ์การลงทุนข้ามพรมแดน และสนับสนุนการระดมทุนสำหรับอุตสาหกรรมไฮเทค พร้อมเน้นย้ำความสำเร็จของโครงการ Depositary Receipt (DR) ของไทย ที่เชื่อมโยงการลงทุนในหุ้นจีนจำนวนมาก ที่สามารถลงทุนผ่านระบบสตรีมมิ่ง (Streaming)  


นอกจากนี้ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ยังได้ประชุมร่วมกับกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ซึ่งเป็นนักลงทุนระยะยาวชั้นนำของจีน ที่มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการ (AUM) รวมมูลค่ากว่า 20 ล้านล้านบาท และได้รับโควตา (Qualified Domestic Institutional Investor : QDII) จากรัฐบาลจีน ซึ่งสามารถนำเงินออกไปลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศได้ พร้อมกันนี้ยังได้หารือถึงแนวทางเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์การลงทุน อาทิ ETF Connect และโอกาสความร่วมมือในอนาคตด้านอื่นๆ เพิ่มเติมด้วย 

สรุปข่าว

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมเวที 2026 Global Investor Conference ที่เซินเจิ้น ประเทศจีน เล็งเชื่อมโยงการลงทุนตลาดทุนไทย-จีน หลังการลงทุน DR ที่อ้างอิงหุ้นจีนประสบความสำเร็จได้รับความสนใจนักลงทุนเพิ่มขึ้น พร้อมถกนักลงทุนสถาบันที่มี AUM สูงกว่า 20 ล้านล้านบาท ขณะที่ นักลงทุนต่างชาติสนใจซื้อสุทธิในหุ้นไทย 34,398 ล้านบาท

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมอภิปรายในหัวข้อ Global Capital Market Development and Cooperation: From Product Connectivity to Ecosystem Co-construction ในงาน 2026 Global Investor Conference จัดโดยตลาดหลักทรัพย์เซินเจิ้น (SZSE) ณ เมืองเซินเจิ้น สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อเร็ว ๆ นี้ 


และได้หารือร่วมกับ SZSE เพื่อกระชับความร่วมมือด้านผลิตภัณฑ์การลงทุนข้ามพรมแดน และสนับสนุนการระดมทุนสำหรับอุตสาหกรรมไฮเทค พร้อมเน้นย้ำความสำเร็จของโครงการ Depositary Receipt (DR) ของไทย ที่เชื่อมโยงการลงทุนในหุ้นจีนจำนวนมาก ที่สามารถลงทุนผ่านระบบสตรีมมิ่ง (Streaming)  


นอกจากนี้ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ยังได้ประชุมร่วมกับกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ซึ่งเป็นนักลงทุนระยะยาวชั้นนำของจีน ที่มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการ (AUM) รวมมูลค่ากว่า 20 ล้านล้านบาท และได้รับโควตา (Qualified Domestic Institutional Investor : QDII) จากรัฐบาลจีน ซึ่งสามารถนำเงินออกไปลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศได้ พร้อมกันนี้ยังได้หารือถึงแนวทางเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์การลงทุน อาทิ ETF Connect และโอกาสความร่วมมือในอนาคตด้านอื่นๆ เพิ่มเติมด้วย 

ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ชูจุดแข็งของตลาดทุนไทย ทั้งในด้านความยืดหยุ่นรับมือความผันผวนของภาพเศรษฐกิจโลก จากอัตราผลตอบแทนที่โดดเด่น และระดับราคาหุ้นที่น่าสนใจ และได้นำเสนอโครงการ JUMP+ เพื่อยกระดับความน่าสนใจของบริษัทจดทะเบียนไทยที่เาร่วมทั้งหมดจำนวน 142 แห่ง ที่เสนอแผนเพื่อยกระดับการเติบโตทั้งรายได้และกำไร รวมไปถึงการลดคาร์บอนด์รองรับอนาคตโลกที่ให้ความสำคัญกับการลงทุนยั่งยืน เพื่อดึงดูดการลงทุนของตลาดทุนไทยในสายตานักลงทุนต่างชาติด้วย โดยปัจจุบันกลุ่มนักลงทุนต่างชาติยังให้ความสนใจเข้าถือลงทุนมากขึ้น สะท้อนจากต้นปีถึงปัจจุบัน (1 ม.ค.-15 มิ.ย. 69) นักลงทุนต่างชาติยังซื้อสุทธิหุ้นไทยที่ 34,398.58 ล้านบาท 

สำหรับตลาดหุ้นไทยในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 สามารถสร้างผลการดำเนินงานได้อย่างแข็งแกร่งด้วยการปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 26% ซึ่งเติบโตเหนือกว่าตลาดหุ้นโลก (ACWI) มากถึง 14% แม้ตลาดยังคาดการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในปีนี้ จะอยู่ในระดับต่ำที่ประมาณ 2.3% แต่ก็ถือเป็นการเติบโตที่สูงขึ้นจากเดิมที่หลายฝ่ายคาดว่าจะโตไม่ถึง 2%     


ส่วนการลงทุน DR (Depositary Receipt) หรือ ตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ ที่ช่วยให้นักลงทุนไทยสามารถซื้อขายหุ้นหรือกองทุน ETF ชั้นนำในต่างประเทศได้ง่ายๆ ผ่านตลาดหุ้นไทยที่ซื้อขายได้ด้วยเงินบาท ทั้งนี้ ปัจจุบัน DR ที่อ้างอิงหุ้นจีนชั้นนำระดับโลก อาทิ  TENCENT19 ที่ อ้างอิงหุ้น Tencent ยักษ์ใหญ่ด้านเกม โซเชียลมีเดีย (WeChat) และบริการคลาวด์ ,  XIAOMI19 อ้างอิงหุ้น Xiaomi ผู้นำด้านสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์อัจฉริยะ , TBIDU80  อ้างอิงหุ้น Baidu ผู้นำด้านเครื่องมือค้นหา (Search Engine) และเทคโนโลยี AI ของจีน 


หรือ LENOVO13 อ้างอิงหุ้น Lenovo Group Limited  (992.HK) ดำเนินธุรกิจพัฒนา ผลิต และจัดจำหน่ายผลิตภัณท์และบริการด้านเทคโนโลยี เช่น คอมพิวเตอร์ สมาร์ตโฟน รวมถึงให้บริการด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และโซลูชันด้าน IT และ PINGAN80 ที่อ้างอิงบริษัทประกันขนาดใหญ่สุดของจีน เป็นต้น