
บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC เดินหน้าขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านธุรกิจสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการต่อยอดความร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น ได้แก่ Toray Industries, Inc. และ Mitsubishi Corporation เพื่อเร่งพัฒนาธุรกิจ Green & Bio และเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ (Specialty Chemicals) ตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่วัตถุดิบชีวภาพ เทคโนโลยีการผลิต ไปจนถึงการขยายตลาดสู่ผู้ใช้งานและแบรนด์ระดับโลก
ความร่วมมือดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์สำคัญในการยกระดับพื้นที่อุตสาหกรรมมาบตาพุด จากฐานการผลิตปิโตรเคมีดั้งเดิมไปสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์มูลค่าสูงและคาร์บอนต่ำของภูมิภาค รองรับแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมโลกที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน เทคโนโลยีสะอาด และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากขึ้น
นายณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GC กล่าวว่า มาบตาพุดเป็นฐานการผลิตสำคัญที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน และยังเป็นรากฐานสำคัญของความสามารถในการแข่งขันของ GC ทั้งในด้านโครงสร้างธุรกิจแบบบูรณาการที่เชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ความยืดหยุ่นในการเลือกใช้วัตถุดิบหลากหลายประเภท ตลอดจนศักยภาพในการต่อยอดธุรกิจ Green & Bio และ Specialty Chemicals
สรุปข่าว
บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC เดินหน้าขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านธุรกิจสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการต่อยอดความร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น ได้แก่ Toray Industries, Inc. และ Mitsubishi Corporation เพื่อเร่งพัฒนาธุรกิจ Green & Bio และเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ (Specialty Chemicals) ตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่วัตถุดิบชีวภาพ เทคโนโลยีการผลิต ไปจนถึงการขยายตลาดสู่ผู้ใช้งานและแบรนด์ระดับโลก
ความร่วมมือดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์สำคัญในการยกระดับพื้นที่อุตสาหกรรมมาบตาพุด จากฐานการผลิตปิโตรเคมีดั้งเดิมไปสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์มูลค่าสูงและคาร์บอนต่ำของภูมิภาค รองรับแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมโลกที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน เทคโนโลยีสะอาด และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากขึ้น
นายณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GC กล่าวว่า มาบตาพุดเป็นฐานการผลิตสำคัญที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน และยังเป็นรากฐานสำคัญของความสามารถในการแข่งขันของ GC ทั้งในด้านโครงสร้างธุรกิจแบบบูรณาการที่เชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ความยืดหยุ่นในการเลือกใช้วัตถุดิบหลากหลายประเภท ตลอดจนศักยภาพในการต่อยอดธุรกิจ Green & Bio และ Specialty Chemicals
หนึ่งในความร่วมมือที่มีความคืบหน้าอย่างโดดเด่น คือโครงการร่วมกับ Toray Industries, Inc. ในการพัฒนาเทคโนโลยีเปลี่ยนวัตถุดิบเหลือใช้ทางการเกษตรของไทยให้เป็นสารตั้งต้นสำหรับการผลิตไนลอน 6,6 ชีวภาพ 100% ซึ่งเป็นวัสดุที่มีศักยภาพสูงในการนำไปใช้ในอุตสาหกรรมพลาสติก สิ่งทอ ชิ้นส่วนยานยนต์ และวัสดุสมรรถนะสูง
GC ได้นำเทคโนโลยีการหมักชีวภาพมาพัฒนากระบวนการเปลี่ยนน้ำตาลจากวัตถุดิบเหลือใช้ทางการเกษตรที่ไม่กระทบต่อห่วงโซ่อาหาร ให้กลายเป็นเคมีภัณฑ์ชีวภาพมูลค่าสูง และสามารถทดลองผลิตในถังหมักขนาด 50,000 ลิตรได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของโลก ถือเป็นก้าวสำคัญของการยกระดับนวัตกรรมชีวภาพของไทยสู่เวทีอุตสาหกรรมโลก
ทั้งสองบริษัทมีแผนศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายกำลังการผลิตและพัฒนาเทคโนโลยีในระดับ Pilot Scale ภายในปี 2571 ครอบคลุมทั้งด้านกระบวนการผลิต วัตถุดิบ ห่วงโซ่อุปทาน และความพร้อมเชิงพาณิชย์ ก่อนต่อยอดสู่การผลิตกรดไบโอมิวโคนิกชีวภาพ กรดอะดิปิกชีวภาพ และเส้นใยไนลอน 6,6 ชีวภาพในอนาคต
ขณะเดียวกัน GC ยังขยายความร่วมมือกับ Mitsubishi Corporation เพื่อผลักดันการนำผลิตภัณฑ์ชีวภาพจากโรงกลั่นชีวภาพของ GC เข้าสู่ตลาดโลก โดยอาศัยเครือข่ายลูกค้าและศักยภาพด้านการค้า การลงทุน และการเชื่อมโยงอุตสาหกรรมของ Mitsubishi Corporation ในการเข้าถึงเจ้าของแบรนด์และผู้ใช้งานปลายทางในหลากหลายอุตสาหกรรม
ความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยเร่งการนำผลิตภัณฑ์ชีวภาพไปใช้งานจริงในเชิงพาณิชย์มากขึ้น พร้อมสนับสนุนลูกค้าในการบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนและการลดคาร์บอน ซึ่งกำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินธุรกิจของบริษัทชั้นนำทั่วโลก
