ถกบอร์ดประชารัฐ ถอนเกณฑ์ลดหย่อนภาษีพ่อแม่ใน "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ"

Share on Line Share on Facebook Share on X
ถกบอร์ดประชารัฐ ถอนเกณฑ์ลดหย่อนภาษีพ่อแม่ใน "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ"

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.)  ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เตรียมนำการทบทวนเกณฑ์การลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ โดยเฉพาะเงื่อนไขสิทธิ์การลดหย่อนภาษี หากดูแลบิดา มารดา เข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานราก ที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง เป็นประธาน ในสัปดาห์นี้

สรุปข่าว

สศค.เผย เตรียมถกบอร์ดประชารัฐสัปดาห์นี้ ถอนเกณฑ์ลดหย่อนภาษีพ่อแม่ใน "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" พร้อมดึง มหาดไทย-พม. ลุยเอ็กซเรย์สกัดคนไม่จนจริง อุ้มกลุ่มเปราะบางตกหล่นเข้าสู่ระบบ

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.)  ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เตรียมนำการทบทวนเกณฑ์การลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ โดยเฉพาะเงื่อนไขสิทธิ์การลดหย่อนภาษี หากดูแลบิดา มารดา เข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานราก ที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง เป็นประธาน ในสัปดาห์นี้

ทั้งนี้ การพิจารณาทบทวน หรือยกเลิกเกณฑ์ดังกล่าวถือเป็นอำนาจของคณะกรรมการที่จะเป็นผู้พิจารณาความเหมาะสม โดยกระบวนการทำนโยบายสาธารณะนั้นมีความจำเป็นที่จะต้องรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย

 โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนั้นเป็นสวัสดิการแบบเฉพาะเจาะจงที่รัฐบาลตั้งใจพุ่งเป้าไปที่กลุ่มคนที่ยากจนและยากลำบากมากที่สุด ซึ่งแตกต่างจากระบบสวัสดิการแบบถ้วนหน้า เช่น เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ หรือการดูแลเยาวชน

ที่ผ่านมานั้นต้องยอมรับว่าระบบมีปัญหาการรั่วไหล หรือมีผู้ที่ไม่จนจริงหลุดรอดเข้ามาใช้สิทธิ์ รัฐบาลจึงต้องพัฒนาฐานข้อมูลต่างๆ ให้มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น

 เช่น การใช้ฐานข้อมูลภาษีหัก ณ ที่จ่ายของกรมสรรพากร เพื่อคัดกรองให้เม็ดเงินงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัดถูกนำไปใช้อย่างคุ้มค่าที่สุดท่ามกลางภาวะวิกฤตที่ทุกคนต่างได้รับผลกระทบ


อย่างไรก็ตาม เป้าหมายของการลงทะเบียนรอบใหม่ไม่ได้มีเพียงแค่การสกัดกั้นการรั่วไหลเท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นการแก้ปัญหาคนตกหล่นไปพร้อมกันด้วย 

โดยในครั้งนี้รัฐบาลได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นของกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ให้ลงพื้นที่เข้าไปช่วยดูแลกลุ่มเป้าหมายที่ไม่สะดวกเดินทางมาลงทะเบียนด้วยตนเอง ซึ่งเจ้าหน้าที่ของทั้งสองหน่วยงานจะลงพื้นที่สำรวจเพื่อดึงผู้ที่ตกหล่นให้เข้าสู่ระบบ

สำหรับข้อกังวลที่เกิดขึ้นในสังคม โฆษกกระทรวงการคลังระบุว่า เมื่อมีเสียงสะท้อน รัฐบาลก็พร้อมที่จะทบทวนตามขั้นตอน โดยยืนยันว่าเป้าหมายสูงสุดของโครงการนี้คือการทำให้ตัวเลขการรั่วไหลลดลงน้อยที่สุด ในขณะที่ผู้ที่ยากลำบากและตกหล่นจะต้องเข้ามาอยู่ในระบบได้มากขึ้น

ส่วนผู้ที่อาจเสียสิทธิ์จากโครงการในรอบนี้เนื่องจากมีฐานะและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นแล้ว รัฐบาลก็ยังมีโครงการและสิทธิ์อื่นๆ คอยให้การช่วยเหลือดูแลอยู่ ทั้งในส่วนของโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40

ที่มาข้อมูล : คลัง

ที่มารูปภาพ : Tnn