‘ไทยช่วยไทยพลัส’ คิกออฟวันแรก มีเม็ดเงินหมุนเวียนแล้ว 170 ล้านบาท

Share on Line Share on Facebook Share on X
‘ไทยช่วยไทยพลัส’ คิกออฟวันแรก มีเม็ดเงินหมุนเวียนแล้ว 170 ล้านบาท

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวหลังลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศการใช้สิทธิ์โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ในวันแรก ที่ตลาดสดธนบุรี พร้อมกับผู้บริหารธนาคารกรุงไทย 


สรุปข่าว

คิกออฟ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ วันแรกคึกคัก เม็ดเงินหมุนเวียนสะพัด 170 ล้านบาท คลังจ่อชง ครม. เปิดลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่พรุ่งนี้!

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวหลังลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศการใช้สิทธิ์โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ในวันแรก ที่ตลาดสดธนบุรี พร้อมกับผู้บริหารธนาคารกรุงไทย 


โดยระบุว่า วันแรกบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยภายในตลาดเป็นไปอย่างคึกคัก สามารถช่วยลดค่าครองชีพให้ประชาชนได้จริง เนื่องจากรัฐช่วยจ่ายร้อยละ 60 ของมูลค่าสินค้าที่ซื้อ ทำให้ประชาชนสามารถซื้อสินค้าได้ในราคาที่ถูกลง

และจากการสอบถามได้รับคำตอบว่าระบบใช้งานง่าย สะดวก และไม่ซับซ้อน โดยตนเองได้ทดลองใช้งานด้วยตนเองแล้ว พบว่า ทั้งประชาชนและร้านค้าสามารถใช้งานได้อย่างราบรื่น

นอกจากนี้ ยังได้แนะนำ AI นกกระซิบ ให้กับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ โดยระบบดังกล่าวสามารถช่วยวิเคราะห์ข้อมูลการขาย 

สรุปว่าสินค้าใดขายดี ระดับราคาที่เหมาะสมเป็นอย่างไร และช่วยสรุปยอดขายรายวันให้กับผู้ประกอบการ ข้อมูลเหล่านี้ยังสามารถนำไปใช้ประกอบการขอสินเชื่อกับธนาคารได้โดยตรง ช่วยลดการพึ่งพาเงินกู้นอกระบบ 

ทั้งนี้ ปัจจุบันมีประชาชนเข้าร่วมโครงการแล้ว 26.5 ล้านคน ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 20-50 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มวัยทำงาน

สำหรับการใช้สิทธิ์ ขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดวันสิ้นสุดการใช้สิทธิ์ และจะไม่มีการตัดสิทธิ์ผู้ได้รับสิทธิ์ โดยประชาชนสามารถใช้จ่ายได้เดือนละ 1,000 บาท ใช้ได้ไม่เกินวันละ 200 บาท ซึ่งรัฐบาลมองว่าเป็นวงเงินที่เพียงพอสำหรับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

ในส่วนของร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ปัจจุบันมีจำนวนมากกว่า 1,050,000 ร้านค้า ส่วนหนึ่งเป็นร้านค้าที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งและได้ยืนยันตัวตนเพื่อเข้าร่วมโครงการแล้ว 

ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังคงเปิดรับสมัครร้านค้าใหม่อย่างต่อเนื่องจนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการมากขึ้น




นายเอกนิติ ยืนยันว่า โครงการไทยช่วยไทยพลัสให้ความสำคัญกับความโปร่งใสในการใช้งบประมาณ โดยเม็ดเงินที่มาจาก พ.ร.ก.กู้เงิน วงเงิน 400,000 ล้านบาท จะถูกส่งต่อถึงมือประชาชนโดยตรง และหากมีวงเงินคงเหลือจากกรณีที่มีผู้ใช้สิทธิ์ไม่ครบ 30 ล้านสิทธิ์ รัฐบาลจะนำงบประมาณส่วนที่เหลือไปใช้ในโครงการช่วยเหลือประชาชนด้านอื่นต่อไป

สำหรับประชาชนที่ไม่มีสมาร์ทโฟน หรือเป็นผู้มีรายได้น้อย รัฐบาลเตรียมเปิดให้ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ โดยในวันพรุ่งนี้ (2 มิ.ย.69) จะเสนอเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี(ครม.)

ขณะที่ ผู้มีรายได้น้อยที่ไม่มีสมาร์ทโฟนและยังไม่เข้าเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สามารถติดต่อหน่วยงานของกระทรวงมหาดไทย เพื่อขอรับการพิจารณาความช่วยเหลือได้

สำหรับการจ่ายเงินให้ร้านค้า รัฐบาลจะรวบรวมยอดขายของแต่ละร้านภายในเวลา 23.00 น. ของทุกวัน และในวันถัดไปจะโอนเงินในส่วนที่รัฐสนับสนุนให้กับร้านค้าทันที เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงินแก่ผู้ประกอบการ

ทั้งนี้ ข้อมูลล่าสุด ณ เวลา 09.00 น. วันที่ 1 มิถุนายน 2569 พบว่า โครงการไทยช่วยไทยพลัสมีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบแล้ว 170 ล้านบาท มีประชาชนใช้สิทธิ์จำนวน 890,000 คน และมีร้านค้าที่ได้รับเงินจากโครงการแล้วกว่า 200,000 ร้านค้า

ที่มาข้อมูล : Tnn

ที่มารูปภาพ : Tnn