ผู้เลี้ยงกุ้งร้องนายกฯ เร่งเจรจามาเลย์ปลดล็อกแบนกุ้งไทย

Share on Line Share on Facebook Share on X
ผู้เลี้ยงกุ้งร้องนายกฯ เร่งเจรจามาเลย์ปลดล็อกแบนกุ้งไทย
นายเอกพจน์ ยอดพินิจ นายกสมาคมกุ้งไทย และนายอภิชิต วรกิจ เลขาธิการพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทย เข้ายื่นหนังสือต่อนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี ที่วัดถ้ำเสือ จ.กระบี่ เพื่อขอความอนุเคราะห์ช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง และชาวประมงชายฝั่งอย่างเร่งด่วน โดยการเร่งเจรจาแก้ไขปัญหามาตรการระงับการนำเข้ากุ้งของประเทศมาเลเซีย 

นายเอกพจน์ เปิดเผยว่า หลังจากสมาคมกุ้งไทย และพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทย ได้รับทราบ ประกาศจากทางการประเทศมาเลเซีย เรื่องการยกระดับมาตรการควบคุมการนำเข้า สินค้าสัตว์น้ำจากประเทศไทย โดยเฉพาะการระงับการนำเข้ากุ้ง 5 สายพันธุ์เป็นการ ชั่วคราว ได้แก่ กุ้งกุลาดำ, กุ้งขาว, กุ้งแชบ๊วย กุ้งน้ำตาล และกุ้งฟ้า ซึ่งจะมีผลบังคับ ใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป 

ทางพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทย ซึ่งประกอบด้วยองค์กรเกษตรกร 19 องค์กร มีความกังวลอย่างยิ่งต่อมาตรการดังกล่าว เนื่องจากประเทศมาเลเซียถือเป็น หนึ่งในตลาดส่งออกที่สำคัญของเกษตรกรไทย โดยมีการส่งออกเฉลี่ยปีละประมาณ 6,000 - 8,000 ตัน หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 5% ของการส่งออกของไทย  รองรับผลผลิตกุ้งทั้งจากการเพาะเลี้ยง และการทำการ ประมงจับจากธรรมชาติ โดยเฉพาะผลผลิตกุ้งจากภาคใต้ ที่สามารถระบายกุ้งไปได้อีกทางหนึ่ง โดยไม่ต้องขนส่งขึ้นมาขายในภาคกลาง และมีส่วนสำคัญในการช่วยพยุงราคาในช่วงที่ราคาตกต่ำ 

ซึ่งการประกาศมาตรการดังกล่าวและให้มีผลบังคับใช้ในเวลาอันสั้นของประเทศมาเลเซีย  ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง โดยเฉพาะด้านราคา และความเชื่อมั่นของเกษตรกร


สรุปข่าว

พันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทยยื่นหนังสือถึงนายกฯ อนุทิน ขอเร่งเจรจามาเลเซียหลังประกาศระงับนำเข้ากุ้งไทย 5 สายพันธุ์ มีผล 1 มิ.ย. 69 หวั่นกระทบตลาดส่งออกสำคัญกว่า 6,000-8,000 ตันต่อปี และซ้ำเติมราคากุ้งหน้าฟาร์ม เรียกร้องรัฐเร่งหามาตรการรองรับผลผลิต พร้อมแก้ปัญหาด้านการค้าเพื่อป้องกันความเสียหายต่อเกษตรกรและชาวประมงชายฝั่งทั่วประเทศ.
นายเอกพจน์ ยอดพินิจ นายกสมาคมกุ้งไทย และนายอภิชิต วรกิจ เลขาธิการพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทย เข้ายื่นหนังสือต่อนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี ที่วัดถ้ำเสือ จ.กระบี่ เพื่อขอความอนุเคราะห์ช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง และชาวประมงชายฝั่งอย่างเร่งด่วน โดยการเร่งเจรจาแก้ไขปัญหามาตรการระงับการนำเข้ากุ้งของประเทศมาเลเซีย 

นายเอกพจน์ เปิดเผยว่า หลังจากสมาคมกุ้งไทย และพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทย ได้รับทราบ ประกาศจากทางการประเทศมาเลเซีย เรื่องการยกระดับมาตรการควบคุมการนำเข้า สินค้าสัตว์น้ำจากประเทศไทย โดยเฉพาะการระงับการนำเข้ากุ้ง 5 สายพันธุ์เป็นการ ชั่วคราว ได้แก่ กุ้งกุลาดำ, กุ้งขาว, กุ้งแชบ๊วย กุ้งน้ำตาล และกุ้งฟ้า ซึ่งจะมีผลบังคับ ใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป 

ทางพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทย ซึ่งประกอบด้วยองค์กรเกษตรกร 19 องค์กร มีความกังวลอย่างยิ่งต่อมาตรการดังกล่าว เนื่องจากประเทศมาเลเซียถือเป็น หนึ่งในตลาดส่งออกที่สำคัญของเกษตรกรไทย โดยมีการส่งออกเฉลี่ยปีละประมาณ 6,000 - 8,000 ตัน หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 5% ของการส่งออกของไทย  รองรับผลผลิตกุ้งทั้งจากการเพาะเลี้ยง และการทำการ ประมงจับจากธรรมชาติ โดยเฉพาะผลผลิตกุ้งจากภาคใต้ ที่สามารถระบายกุ้งไปได้อีกทางหนึ่ง โดยไม่ต้องขนส่งขึ้นมาขายในภาคกลาง และมีส่วนสำคัญในการช่วยพยุงราคาในช่วงที่ราคาตกต่ำ 

ซึ่งการประกาศมาตรการดังกล่าวและให้มีผลบังคับใช้ในเวลาอันสั้นของประเทศมาเลเซีย  ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง โดยเฉพาะด้านราคา และความเชื่อมั่นของเกษตรกร


สมาคมกุ้งไทยและพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทย จึงขอเรียกร้องรัฐบาลให้ความช่วยเหลือ ดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน โดยขอให้มีการเจรจาเพื่อให้มีการผ่อนปรน หรือขยายระยะเวลาการบังคับใช้มาตรการดังกล่าวออกไปก่อน และให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งดำเนินการกำหนดวิธีการตรวจสอบ และการออกใบรับรองความปลอดภัยอาหาร สำหรับการนำเข้าปลากระพงให้มีความเหมาะสม และไม่ถูกกล่าวหาว่าเป็นการใช้มาตรการนี้เป็นการกีดกันการค้า ซึ่งส่งผลให้ถูกนำมาเป็นข้ออ้างในการประกาศมาตรการตอบโต้กุ้ง ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการระงับการนำเข้าของมาเลเซียเป็นการชั่วคราว รวมถึงควรมีการดำเนินการมาตรการเร่งด่วนในการรองรับผลผลิตอย่างเร่งด่วน ป้องกันไม่ให้ราคาหน้าฟาร์มตก จนกระทบต่อเกษตรกรรายย่อย


ทั้งนี้ทางสมาคมกุ้งไทยและพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทย ยินดีให้ความร่วมมือในการดำเนินมาตรการของภาครัฐ ในการแก้ปัญหานี้อย่างเร่งด่วน

ที่มาข้อมูล : สมาคมกุ้งไทย

ที่มารูปภาพ : สมาคมกุ้งไทย