"จีน" สอบปม OTA ล็อกแบต รถอีวีวิ่งสั้นลง

Share on Line Share on Facebook Share on X

จีนกำลังเผชิญข้อถกเถียงครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า หลังเจ้าของรถยนต์พลังงานใหม่ หรือ NEV หลายรายร้องเรียนว่า รถอีวีบางรุ่นที่เดิมเคยระบุระยะวิ่งตามมาตรฐาน CLTC ประมาณ 500 กิโลเมตร กลับมีระยะใช้งานจริงลดลงเหลือต่ำกว่า 300 กิโลเมตร หลังได้รับการอัปเดตซอฟต์แวร์จากระยะไกล หรือ OTA

สถานีโทรทัศน์ของรัฐจีน China Media Group รายงานประเด็นที่ถูกเรียกในจีนว่า "การล็อกแบตเตอรี่" ซึ่งหมายถึงกรณีที่ผู้ผลิตรถยนต์ปรับค่าการจัดการแบตเตอรี่ผ่านระบบ OTA หรือผ่านซอฟต์แวร์ของศูนย์บริการ โดยเจ้าของรถบางรายอ้างว่า หลังการอัปเดต รถมีความจุแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ลดลง กำลังชาร์จถูกจำกัด และระยะการคายประจุลดลง โดยไม่ได้มีการแจ้งผลกระทบอย่างชัดเจนล่วงหน้า

เจ้าของรถบางรายยังระบุว่า ระยะเวลาการชาร์จเร็วแบบ DC เพิ่มขึ้นจากเดิมประมาณ 40 นาที เป็นราว 70 นาที หลังการอัปเดตซอฟต์แวร์ ขณะที่อีกกรณีหนึ่งระบุว่า ก่อนอัปเดตรถสามารถชาร์จไฟได้มากกว่า 100 กิโลวัตต์ชั่วโมง แต่หลังอัปเดตกลับรับไฟได้เพียงราว 80 กิโลวัตต์ชั่วโมง แม้ระบบสุขภาพแบตเตอรี่ยังแสดงอยู่ที่ ร้อยละ 95

สรุปข่าว

ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจีนเผชิญประเด็นร้อนรอบใหม่ หลังเจ้าของรถอีวีบางรายร้องเรียนว่า รถที่เคยมีระยะวิ่งราว 500 กิโลเมตร ถูกลดประสิทธิภาพเหลือต่ำกว่า 300 กิโลเมตร หลังการอัปเดตซอฟต์แวร์ OTA จากระยะไกล จนทางการจีนต้องเข้มงวดกฎกำกับดูแล ห้ามผู้ผลิตปรับระบบแบตเตอรี่โดยไม่เปิดเผยข้อมูลกับผู้บริโภค

จีนกำลังเผชิญข้อถกเถียงครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า หลังเจ้าของรถยนต์พลังงานใหม่ หรือ NEV หลายรายร้องเรียนว่า รถอีวีบางรุ่นที่เดิมเคยระบุระยะวิ่งตามมาตรฐาน CLTC ประมาณ 500 กิโลเมตร กลับมีระยะใช้งานจริงลดลงเหลือต่ำกว่า 300 กิโลเมตร หลังได้รับการอัปเดตซอฟต์แวร์จากระยะไกล หรือ OTA

สถานีโทรทัศน์ของรัฐจีน China Media Group รายงานประเด็นที่ถูกเรียกในจีนว่า "การล็อกแบตเตอรี่" ซึ่งหมายถึงกรณีที่ผู้ผลิตรถยนต์ปรับค่าการจัดการแบตเตอรี่ผ่านระบบ OTA หรือผ่านซอฟต์แวร์ของศูนย์บริการ โดยเจ้าของรถบางรายอ้างว่า หลังการอัปเดต รถมีความจุแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ลดลง กำลังชาร์จถูกจำกัด และระยะการคายประจุลดลง โดยไม่ได้มีการแจ้งผลกระทบอย่างชัดเจนล่วงหน้า

เจ้าของรถบางรายยังระบุว่า ระยะเวลาการชาร์จเร็วแบบ DC เพิ่มขึ้นจากเดิมประมาณ 40 นาที เป็นราว 70 นาที หลังการอัปเดตซอฟต์แวร์ ขณะที่อีกกรณีหนึ่งระบุว่า ก่อนอัปเดตรถสามารถชาร์จไฟได้มากกว่า 100 กิโลวัตต์ชั่วโมง แต่หลังอัปเดตกลับรับไฟได้เพียงราว 80 กิโลวัตต์ชั่วโมง แม้ระบบสุขภาพแบตเตอรี่ยังแสดงอยู่ที่ ร้อยละ 95

นักวิจัยอุตสาหกรรมให้ข้อมูลว่า ผู้ผลิตสามารถจำกัดการชาร์จและการคายประจุได้ผ่านการปรับค่าภายในระบบบริหารจัดการแบตเตอรี่ หรือ BMS ซึ่งอาจช่วยลดความเสี่ยงด้านความร้อนและชะลอการเสื่อมของแบตเตอรี่ แต่ผลที่ตามมา คือระยะทางขับขี่สั้นลง และใช้เวลาชาร์จนานขึ้น

ประเด็นนี้ทำให้หน่วยงานกำกับดูแลของจีนต้องเพิ่มความเข้มงวด โดยกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีน ร่วมกับสำนักงานกำกับดูแลตลาด ได้ออกกฎใหม่เกี่ยวกับการจัดการ OTA ในรถยนต์ไฟฟ้าเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มีข้อห้ามสำคัญ รวมถึงการห้ามล็อกแบตเตอรี่โดยไม่เปิดเผย ห้ามบังคับอัปเดตแบบเงียบ และห้ามใช้การอัปเดต OTA เพื่อหลีกเลี่ยงการเรียกคืนรถ

แม้ก่อนหน้านี้จะมีกระแสข่าวออนไลน์ว่า ผู้ผลิตรถยนต์ 8 รายถูกเรียกสอบจากปัญหาล็อกแบต และมี 3 บริษัทถูกสอบสวนอย่างเป็นทางการ แต่สมาคมผู้ผลิตรถยนต์จีนออกมาปฏิเสธ โดยระบุว่า รายงานดังกล่าวไม่มีแหล่งที่มาทางการและไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ขณะที่ผู้ผลิตรายใหญ่หลายราย ทั้ง BYD, Tesla และ Zeekr ต่างปฏิเสธข้อกล่าวหาที่แพร่สะพัดบนโลกออนไลน์