เศรษฐกิจ‘อังกฤษ’ ขยายตัว ร้อยละ 0.6

Share on Line Share on Facebook Share on X

สำนักงานสถิติแห่งชาติของสหราชอาณาจักร (ONS) เปิดเผยตัวเลขเบื้องต้นระบุว่า เศรษฐกิจอังกฤษในไตรมาสแรกของปี ขยายตัวอยู่ที่ 0.6% ซึ่งตัวเลขนี้ถือว่าตรงตามที่เหล่านักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ และเป็นการเติบโตต่อเนื่องหลังจากที่ไตรมาสก่อนหน้าที่มีการปรับปรุงตัวเลขการเติบโตขึ้นมาอยู่ที่ 0.2%

ลิซ แมคคีโอว์น ผู้อำนวยการฝ่ายสถิติเศรษฐกิจของ ONS ระบุว่า แรงหนุนสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจกระเตื้องขึ้นมาจากการเติบโตในวงกว้างของ "ภาคบริการ" ขณะที่ภาคการผลิตมีการเติบโตขึ้นเล็กน้อย ส่วนภาคการก่อสร้างเริ่มกลับมาฟื้นตัวได้บ้างแต่ยังคงไม่เต็มที่นัก 


สรุปข่าว

เศรษฐกิจอังกฤษไตรมาส 1 สดใส โต 0.6% หวั่น ‘สงคราม-วิกฤตการเมือง’ ทุบซ้ำ จับตาศรัทธา ‘เคียร์ สตาร์เมอร์’ สู่แรงกดดัน BoE ปรับทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น ดันบอนด์ยีลด์พุ่งแตะ 5%

สำนักงานสถิติแห่งชาติของสหราชอาณาจักร (ONS) เปิดเผยตัวเลขเบื้องต้นระบุว่า เศรษฐกิจอังกฤษในไตรมาสแรกของปี ขยายตัวอยู่ที่ 0.6% ซึ่งตัวเลขนี้ถือว่าตรงตามที่เหล่านักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ และเป็นการเติบโตต่อเนื่องหลังจากที่ไตรมาสก่อนหน้าที่มีการปรับปรุงตัวเลขการเติบโตขึ้นมาอยู่ที่ 0.2%

ลิซ แมคคีโอว์น ผู้อำนวยการฝ่ายสถิติเศรษฐกิจของ ONS ระบุว่า แรงหนุนสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจกระเตื้องขึ้นมาจากการเติบโตในวงกว้างของ "ภาคบริการ" ขณะที่ภาคการผลิตมีการเติบโตขึ้นเล็กน้อย ส่วนภาคการก่อสร้างเริ่มกลับมาฟื้นตัวได้บ้างแต่ยังคงไม่เต็มที่นัก 


ทั้งนี้ แม้ภาพรวมไตรมาสแรกจะออกมาดูดี โดยเฉพาะในเดือนมี.ค.ที่เติบโตถึง 0.3% แต่กูรูเศรษฐกิจกังวลว่า "สงครามระหว่างอิหร่านและสหรัฐ" จะกลายเป็นปัจจัยลบสำคัญต่อเศรษฐกิจในอนาคต เนื่องจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ  

อย่างไรก็ตาม สหราชอาณาจักรเริ่มได้รับผลกระทบจากราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่แพงขึ้นตามราคาน้ำมันที่พุ่งสูงจากภาวะสงคราม 

ด้านธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ประเมินว่าผลกระทบจะรุนแรงแค่ไหนขึ้นอยู่กับระยะเวลาของสงคราม และคาดการณ์ว่าอาจจำเป็นต้อง "ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย" ภายในปีนี้เพื่อควบคุมสถานการณ์

นอกจากปัญหาเศรษฐกิจ นายกรัฐมนตรี เคียร์ สตาร์เมอร์ ยังต้องเผชิญกับวิกฤติการเมืองอย่างหนัก หลังพรรคแรงงานพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งท้องถิ่น จนมีเสียงเรียกร้องให้เขาลาออก โดย


นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนทางการเมืองทำให้นักลงทุนในตลาดพันธบัตรเกิดความกังวลว่า หากมีการเปลี่ยนตัวผู้นำอาจได้นายกที่มีนโยบายเอียงซ้ายจัดและผ่อนคลายวินัยการเงินเกินไป ส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมของอังกฤษดีดตัวสูงขึ้น โดยบอนด์ยีลด์อายุ 10 ปี ทะยานไปแตะระดับมากกว่า 5% แล้ว

ทางด้าน ราเชล รีฟส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ออกมาย้ำความเชื่อมั่นว่าตัวเลขการเติบโตล่าสุดคือข้อพิสูจน์ว่าแผนเศรษฐกิจของรัฐบาลมาถูกทางแล้ว พร้อมเตือนว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาเปลี่ยนผ่านจนทำให้เสถียรภาพสั่นคลอน เพราะจะยิ่งทำให้ภาคธุรกิจและประชาชนเดือดร้อนหนักกว่าเดิม 

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN