"ทรัมป์" ปฏิเสธข้อเสนออิหร่าน! ลั่นรับไม่ได้ สั่นเศรษฐกิจโลก

Share on Line Share on Facebook Share on X

ความคืบหน้าสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ออกมาเคลื่อนไหวผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ยืนยันการปฏิเสธร่างข้อเสนอเพื่อยุติสงครามจากฝั่งอิหร่านอย่างเป็นทางการ โดยระบุว่าเนื้อหาในข้อเสนอดังกล่าวเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้โดยสิ้นเชิง

ข้อเสนอดังกล่าวถูกส่งผ่านคนกลางอย่างปากีสถาน ซึ่งมีสาระสำคัญคือการเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมันภายใน 30 วัน และยุติการปิดล้อมทางทะเล เพื่อแลกกับการเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม สำนักข่าววอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานว่า อิหร่านยังคงปฏิเสธเงื่อนไขของสหรัฐฯ ในการลดระดับโครงการนิวเคลียร์และคลังสะสมยูเรเนียมเข้มข้นสูง โดยเสนอเพียงการเจรจาแยกส่วนและส่งยูเรเนียมบางส่วนไปยังประเทศที่สาม 

สรุปข่าว

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศปฏิเสธข้อเสนอลาสุดจากอิหร่านในการยุติความขัดแย้งอย่างสิ้นเชิง โดยระบุเป็นเงื่อนไขที่ยอมรับไม่ได้ ขณะที่สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซยังคงตึงเครียด หลังพบการเผชิญหน้าด้วยโดรนและปฏิบัติการทางเรือที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกรุนแรง

ความคืบหน้าสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ออกมาเคลื่อนไหวผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ยืนยันการปฏิเสธร่างข้อเสนอเพื่อยุติสงครามจากฝั่งอิหร่านอย่างเป็นทางการ โดยระบุว่าเนื้อหาในข้อเสนอดังกล่าวเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้โดยสิ้นเชิง

ข้อเสนอดังกล่าวถูกส่งผ่านคนกลางอย่างปากีสถาน ซึ่งมีสาระสำคัญคือการเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมันภายใน 30 วัน และยุติการปิดล้อมทางทะเล เพื่อแลกกับการเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม สำนักข่าววอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานว่า อิหร่านยังคงปฏิเสธเงื่อนไขของสหรัฐฯ ในการลดระดับโครงการนิวเคลียร์และคลังสะสมยูเรเนียมเข้มข้นสูง โดยเสนอเพียงการเจรจาแยกส่วนและส่งยูเรเนียมบางส่วนไปยังประเทศที่สาม 

ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ได้ย้ำจุดยืนผ่านรายการ 60 Minutes ว่าสงครามครั้งนี้ยังไม่จบตราบใดที่อิหร่านยังมีศักยภาพในการผลิตอาวุธนิวเคลียร์ พร้อมยืนยันว่าอิสราเอลและสหรัฐฯ จำเป็นต้องทำลายฐานการผลิตและยึดครองวัสดุนิวเคลียร์ทั้งหมดออกมาให้ได้

แม้ในรอบ 48 ชั่วโมงที่ผ่านมา จะเริ่มมีการเคลื่อนไหวเชิงบวกจากการที่เรือบรรทุกก๊าซธรรมชาติเหลวของกาตาร์ สามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้เป็นลำแรกนับตั้งแต่เริ่มสงครามเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ แต่สถานการณ์ความมั่นคงโดยรวมยังคงเปราะบาง มีรายงานการสกัดกั้นโดรนจากอิหร่านในน่านฟ้าของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และคูเวต รวมถึงการปะทะกันประปรายระหว่างกองกำลังอิหร่านและเรือรบสหรัฐฯ

วิกฤตการณ์ครั้งนี้กำลังสร้างแรงกดดันอย่างหนักต่อเศรษฐกิจโลกและราคาพลังงาน ท่ามกลางการจับตามองว่าการเดินทางเยือนจีนของประธานาธิบดีทรัมป์ในสัปดาห์นี้ จะมีการนำประเด็นสงครามนี้เข้าสู่โต๊ะเจรจาเพื่อหาทางออกในระดับพหุภาคีหรือไม่ ขณะที่พันธมิตร NATO ยังคงมีท่าทีแบ่งรับแบ่งสู้ในการส่งกองเรือเข้าร่วมปฏิบัติการหากยังไม่มีข้อตกลงสันติภาพที่ชัดเจน