
สรุปข่าว
นายวิโรจน์ เจริญตรา กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรีบิลท์ จํากัด (มหาชน) หรือPREB เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 ว่า บริษัทยังคงสร้างการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งรายได้และกำไรท่ามกลางวิกฤติโควิด-19 โดยบริษัทมีกำไรสุทธิรวม 61.42 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.32 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น85.53% จากช่วงเดียวกันของปี 63 ที่มีกำไรสุทธิ 33.11 ล้านบาท และเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าหรือไตรมาส1 ปี 64 มีกำไรเพิ่มขึ้น 3.77 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 6.53%
โดยส่วนใหญ่เป็นกำไรจากธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง และจากธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีการทยอยโอนบ้านในโครงการ “พรรณนา” เพิ่มขึ้น ทำให้กำไรสุทธิโดยรวมเพิ่มขึ้น
ขณะที่ไตรมาส 2 บริษัทมีรายได้ 1,128.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59.41 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 5.55% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 1,068.80 ล้านบาท โดยเป็นรายได้จากธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง 900.10 ล้านบาท, รายได้จากธุรกิจผลิตและจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง 85.84 ล้านบาท และรายได้จากธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 142.27 ล้านบาท
สำหรับไตรมาส 2 ปีนี้ แม้จะอยู่ท่ามกลางวิกฤติการระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่ทุกธุรกิจของบริษัทสามารถรักษารายได้และกำไรได้อย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญสามารถสร้างอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นผลจากการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและควบคุมต้นทุนด้านต่างๆ และการรับรู้รายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่เข้ามาเป็นบวกในไตรมาสแรก
โดยไตรมาส 2 บริษัทมีกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 145.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.42 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 51.38% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่มีอัตรากำไรขั้นต้นต่อรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 12.90% สูงขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นต่อรายได้อยู่ที่ 9.00%
ส่วนธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง มีอัตรากำไรขั้นต้นต่อรายได้ 9.31% ดีขึ้นกว่าปีก่อน ที่อยู่ที่ 7.56% เนื่องจากบริษัทสามารถปรับโครงสร้างราคาได้ทันสถานการณ์ ที่สอดคล้องกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในปัจจุบัน รวมถึงสามารถรับมือกับผลกระทบจากการแพร่ระบาดได้ดียิ่งขึ้น
ขณะที่ในส่วนของธุรกิจงานขายและผลิตวัสดุก่อสร้าง ยังสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นต่อรายได้ใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 25. 81% ส่วนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีอัตรากำไรขั้นต้นต่อรายได้ในระดับสูงที่ 27.88%
สำหรับภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์แนวราบ ยังเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง เพราะตลาดในเซ็กเมนต์นี้ ยังมีกำลังซื้อและมีความต้องการซื้ออยู่ ซึ่งเอื้อต่อธุรกิจขายและผลิตวัสดุก่อสร้าง และธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของบริษัท ที่เน้นบ้านแนวราบหรูไฮเอนด์
ขณะที่ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างนั้น บริษัทมีงานสัญญาสร้างในมือ (backlog) มากกว่า 8,000 ล้านบาท แม้การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่รุนแรงขึ้น จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และรับเหมาก่อสร้างทั้งทางตรงและทางอ้อม ทำให้บริษัทมีภาระเรื่องความไม่แน่นอนของการทำงาน
รวมถึงต้นทุนที่อาจเพิ่มขึ้นได้ตลอดเวลาจากการสั่งหยุดงาน จากมาตรการของภาครัฐ ซึ่งทำให้บริษัทต้องหาวิธีรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่แน่นอ จึงได้มีการปรับฐานราคาการรับงาน และปรับราคาสัญญาก่อสร้างรายใหม่ ตลอดจนเพิ่มประสิทธิ
ภาพในการควบคุมต้นทุนด้านต่างๆ ซึ่งส่งผลให้บริษัทยังสามารถสร้างผลกำไรได้ดีอย่างต่อเนื่องและสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ได้ในระดับสูงในทุกธุรกิจ
ด้านธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ไตรมาส 2 นี้ มีรายได้จากยอดโอนถึง 142.27 ล้านบาท สำหรับโครงการ "พรรณนา" บ้านเดี่ยวระดับไฮเอนด์ ย่านพุทธมณฑลสาย 3 ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่บริษัทลงทุนเองเป็นโครงการแรก และได้ผลตอบรับที่ดีจากเฟส 1 ที่ปิดการขายไปเป็นที่เรียบร้อย และได้เปิดเฟส 2 ทันทีในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งยังคงได้การตอบรับที่ดีเช่นเดียวกัน โดยลูกค้ายังให้ความสนใจเข้าชมโครงการอย่างต่อเนื่อง แม้มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยขณะนี้มีการจองซื้อโครงการแล้วคิดเป็นมูลค่ากว่า 760 ล้านบาท จากมูลค่าโครงการกว่า 1,250 ล้านบาท ซึ่งทำให้มียอด Backlog สะสม ที่จะทยอยรับรู้รายได้ไปจนถึงปีหน้า
นอกจากนี้ บริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการ “พิมนารา ศรีนครินทร์ – บางนา” โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่บริษัทลงทุนเองทั้งหมดเช่นกัน โดยจะเปิดรอบ Exclusive Preview ให้กับลูกค้าที่สนใจที่ลงทะเบียนมาก่อนหน้านี้ ในช่วงเดือน สิงหาคม - กันยายน 2564 จองแปลงสวยโซนด้านหน้าในราคาพิเศษก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการ
โดยมั่นใจว่าจะได้รับผลตอบรับที่ดีจากลูกค้า ทั้งจากแบบบ้าน รวมถึง Concept โครงการที่มีอัตลักษณ์ความเป็น JAPANDI ผสมผสานวัสดุร่วมสมัยในงานสถาปัตยกรรม ภายใต้แนวคิด LESS FOR MORE LIVING
อย่างไรก็ตาม จากแผนดำเนินงานต่างๆ ที่เป็นไปตามเป้าหมาย และมีประสิทธิภาพ จะส่งผลให้ในไตรมาส 3 และไตรมาส 4 ของปีนี้ บริษัทยังสามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเติบโตอย่างก้าวกระโดดทั้งรายได้ และกำไร เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ในทุกๆ ส่วนงาน ทั้งพัฒนาอสังหาริมทรัพย์, รับเหมาก่อสร้าง และส่วนงานผลิตและจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง สวนกระแสจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และปัจจัยลบต่างๆ ตลอดปีนี้
- พาณิชย์สั่งห้าม ATK ขาด-ห้ามแพง ย้ำผู้ค้าต้องเติมสต๊อกทันที
- โควิด NB.1.8.1 เป็นสายพันธุ์หลักในไทยแล้ว มีแนวโน้มมากขึ้น
- วัคซีนโควิด-19 ไม่ถูกถอดจากรายชื่อวัคซีนแนะนำในสหรัฐฯ
- โควิด-19 ระบาดหลายภูมิภาค! "สายพันธุ์ NB.1.8.1" แพร่กระจายเร็ว อย่าชะล่าใจ
- กรมวิทย์ฯ คาดโควิดสายพันธุ์ NB.1.8.1 กลายเป็นสายพันธุ์หลักที่ระบาดในประเทศไทยและทั่วโลก
- “หมอยง” เปิดข้อมูลโควิดสายพันธุ์ล่าสุดที่พบในกทม. ติดต่อง่าย แพร่กระจายเร็ว
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand
