
สรุปข่าว
นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทย เปิดเผยถึงกรณีที่รัฐคลอดมาตรการเยียวยาช่วยเหลือธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์ในพื้นที่ 10 จังหวัดวงเงิน 4.2 หมื่นล้านบาทว่า มาตรการที่ออกมาประคองให้ธุรกิจและประชาชนที่ขาดรายได้ 0.1-0.3% เท่านั้น แต่หอการค้าประเมินความเสียหายที่ 0.7-1% หรือ 2 แสนล้านบาท ซึ่งมองแล้วภาครัฐต้องมีมาตรการเสริมเพิ่มเติมมากกว่านี้
อย่างไรก็ตาม ในวันนี้( 14 ก.ค.) หอการค้าจะมีการประชุมร่วมกับภาคเอกชนเพื่อหารือข้อเสนอเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากโควิด 19 นอกเหนือจากที่กกร.เสนอให้มีการลดค่าน้ำ ค่าไฟ
นายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า เป็นเรื่องทีดีในช่วยเหลือประชาชน แต่ในด้านภาคธุรกิจช่วยได้ระดับหนึ่งเท่านั้น แต่สิ่งที่เอกชนต้องการขณะนี้เป็นเรื่องของวัคซีน ภาครัฐต้องเร่งจัดหาวัคซีนที่มีประสิทธิภาพ กระจาย และเร่งฉีดวัคซีนให้กับประชาชนอย่างครอบคลุมโดยเร็ว เพราะขณะนี้ธุรกิจต่างประเทศเริ่มฟื้นตัวและเราก็อยากฟื้นตัวเช่นกัน หากวัคซีนยังล่าช้าและเราหกล้มอีกครั้งจะลุกยาก เพราะธุรกิจไม่มีเงินทุนที่จะเดินหน้าต่อได้อีก
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กว่าวว่า ยังไม่เพียงพอ แต่ภาครัฐก็มีข้อจำกัดในเรื่องของงบประมาณ ก็ถือว่ายังดีกว่าไม่มีมาตรการเยียวยาอะไรออกมาช่วยเหลือผู้ประกอบการ แต่ประเด็นที่สำคัญไปกว่านั้น ก็คือการควบคุมการระบาดของโควิดภายในระยะเวลา 1-2 เดือนจะต้องทำให้ตัวเลขของการติดเชื้อลดลงมาได้เหลือ 1-2 พันคนต่อวันไม่เช่นนั้น สถานการณ์การระบาดจะยืดเยื้อออกไปอีกจนกระทบต่อเศรษฐกิจ
นายอุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด กล่าวว่า เห็นด้วยในหลักการของมาตรการเยียวยาล่าสุดที่ออกมาของรัฐ เนื่องจากวันนี้ เศรษฐกิจไทยตกต่ำอย่างขีดสุด กระทบกลุ่มคนทุกกลุ่ม มาเป็นเวลามากกว่า 1 ปีครึ่ง
ขณะที่บางกลุ่มอยู่อย่างยากลำบาก เช่น แรงงานในภาคอสังหาฯ ที่กระทบจากคำสั่งปิดแคมป์คนงาน ทำให้คนงานทั้งระบบไม่มีรายได้ ส่วนการช่วยเหลือจากรัฐ จ่ายชดเชย 50% กลับถูกจำกัดแค่ในกลุ่มคนที่ประกันตนเท่านั้น ซึ่งขัดแย้งกับความจริง ที่มีแรงงานจำนวนมากอยู่นอกระบบ ลักษณะหาเช้า - กินค่ำ รายได้ต่อวันไม่ถึง 400 บาท โดยแม้กลุ่มคนเหล่านี้ จะได้รับการดูแลในด้านอาหารการกินจากรัฐ แต่ทุกคนมีภาระค่าใช้จ่ายรายเดือนไม่ต่างจากกลุ่มคนอื่นๆ อยากให้รัฐบาลเร่งทบทวนในเรื่องนี้
นอกจากนี้พบผู้ประกอบการส่วนใหญ่ เข้าไม่ถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) เพราะต้องผ่านโครงการค้ำประกันสินเชื่อจากบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ทำให้ดอกเบี้ยสูง ไม่ได้ช่วยอย่างแท้จริง
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 13 ก.ค.ที่ผ่านมา ครม.อนุมัติกรอบวงเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบโควิด 10 จังหวัด 4.2 หมื่นล้านบาท เพื่อช่วยลดผลกระทบในระยะสั้นสำหรับกลุ่มแรงงานและผู้ประกอบการทั้งในและนอกระบบประกันสังคมใน 9 สาขา วงเงิน 3 หมื่นล้านบาทโดยลูกจ้างผู้ประกันตนตาม ม.33 จะได้รับการช่วยเหลือ 2,500 บาทต่อคน ลูกจ้างที่ได้รับชดเชยจะได้รับเงินเดือน 50% ของค่าจ้าง รวมไม่เกินคนละ 10,000 บาท ผู้ประกอบการจะได้รับรายละ 3,000 บาท ต่อลูกจ้าง 1 คน จำกัด ไม่เกิน 200 คน ผู้ประกันตน ม.39 และ ม.40 ได้รับความช่วยเหลือ 5,000 บาท และช่วยลดภาระค่าครองชีพอีก วงเงินอีก 1.2 หมื่นล้านบาท ได้แก่ ลดค่าน้ำ-ค่าไฟ เป็นเวลา 2 เดือน
- พาณิชย์สั่งห้าม ATK ขาด-ห้ามแพง ย้ำผู้ค้าต้องเติมสต๊อกทันที
- โควิด NB.1.8.1 เป็นสายพันธุ์หลักในไทยแล้ว มีแนวโน้มมากขึ้น
- วัคซีนโควิด-19 ไม่ถูกถอดจากรายชื่อวัคซีนแนะนำในสหรัฐฯ
- โควิด-19 ระบาดหลายภูมิภาค! "สายพันธุ์ NB.1.8.1" แพร่กระจายเร็ว อย่าชะล่าใจ
- กรมวิทย์ฯ คาดโควิดสายพันธุ์ NB.1.8.1 กลายเป็นสายพันธุ์หลักที่ระบาดในประเทศไทยและทั่วโลก
- “หมอยง” เปิดข้อมูลโควิดสายพันธุ์ล่าสุดที่พบในกทม. ติดต่อง่าย แพร่กระจายเร็ว
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand
