
สรุปข่าว
วันนี้(30 มี.ค.64) นายชนนันท์ ปัญจทรัพย์ Country Manager จาก SHOPLINE ประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยกำลังเติบโตขึ้นตามเทรนด์ของตลาดโลก โดยปีที่ผ่านมาตลาดอีคอมเมิร์ซไทยเติบโตแบบก้าวกระโดดคิดเป็นมูลค่ากว่า 9,000 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 270,000 ล้านบาท(ข้อมูลวิจัย “เศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประจำปี 2563 จาก Google, Temasek และ Bain & Company)
โดยมีปัจจัยมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เป็นตัวเร่งให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป และหันมาช้อปปิ้งออนไลน์กันมากขึ้น ประกอบกับพฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ใช้ชีวิตอยู่บนออนไลน์มากขึ้น จึงเชื่อว่าจะเป็นแรงผลักดันให้ตลาดอีคอมเมิร์ซในระยะข้างหน้าเติบโตขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง 
ทั้งนี้ ธุรกิจ SMEs มีสัดส่วนกว่า 40% ของจีดีพี จึงถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจประเทศ ซึ่งผู้ประกอบการไทยทั้งรายเล็ก รายใหญ่ต้องปรับกลยุทธ์ธุรกิจและเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าและบริการผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น เพื่อให้สามารถเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น แต่หากมองลึกไปกว่านั้นกลับพบว่ากลุ่มผู้ประกอบการจำนวนมากยังต้องเผชิญกับข้อจำกัดทางธุรกิจในหลายด้านไม่ว่าจะเป็นข้อจำกัดด้านทรัพยากร งบประมาณ และความรู้ด้านเทคโนโลยี
ล่าสุด SHOPLINE พร้อมเปิดให้บริการระบบการจัดการร้านค้าออนไลน์แบบครบวงจรในประเทศไทย เพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยเหลือผู้ประกอบธุรกิจให้ก้าวเข้าสู่ตลาดออนไลน์ได้อย่างทัดเทียมกับธุรกิจทั่วโลก ด้วยแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคและผู้ประกอบการไทยโดยเฉพาะ ด้วยบริการระบบการจัดการร้านค้าออนไลน์ที่รองรับทั้งการทำร้านค้าบนอีคอมเมิร์ซและโซเซียลคอมเมิร์ซแบบครบวงจรครั้งแรกในไทย ตั้งเป้าหมายมีผู้ประกอบการเข้ามาใช้บริการแพลตฟอร์มในปี 2564 นี้ 3,000 ราย
โดยโซลูชั่นที่ออกแบบมาสำหรับประเทศไทยโดยเฉพาะนี้ จะช่วยปลดล็อกข้อจำกัดเดิม ๆ ที่ผู้ประกอบการทั้งขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ต่างประสบปัญหามาแล้วในธุรกิจอีคอมเมิร์ซ โดยแบ่งการให้บริการดังนี้
● E-commerce Solution หรือ ระบบการจัดการร้านค้าบนอีคอมเมิร์ซ ที่จะตอบโจทย์ทุกธุรกิจที่ต้องการเริ่มต้นหรือปรับปรุงการจัดการของร้านค้าบนอีคอมเมิร์ซให้สะดวกรวดเร็ว โดยบริการนี้จะครอบคลุมตั้งแต่การเปิดร้านค้าออนไลน์และระบบจัดการหลังบ้าน ได้แก่ โซลูชั่นการสร้างเว็ปไซด์สำหรับร้านค้าที่รองรับขนาดหน้าจอของอุปกรณ์ได้หลากหลายรูปแบบ ที่มาพร้อมด้วยระบบการจัดการร้านค้าออนไลน์ ทั้งระบบการจัดการออเดอร์ การจัดการสต็อกสินค้า การชำระเงิน การทำระบบบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า หรือ CRM เครื่องมือทางการตลาด การวิเคราะห์ข้อมูลและตัวติดตามทางการตลาดเพื่อช่วยด้านการเพิ่มยอดขาย ที่สามารถเชื่อมกับแพลตฟอร์มอื่นๆ ได้ อาทิ Google, Facebook, LINE OA และอื่น ๆ ที่รองรับการใช้งานได้มากกว่า 18 สกุลเงิน และมีตัวเลือกหลายภาษา สำหรับผู้ซื้อจากต่างประเทศ
● Social commerce Solution หรือ ระบบการจัดการร้านค้าบนโซเชียลคอมเมิร์ซ ที่จะตอบโจทย์ทุกธุรกิจที่ต้องการกระตุ้นยอดขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่มาพร้อมฟีเจอร์ที่โดดเด่นมากมาย อาทิ Shopline Live App ระบบตัวช่วยแม่ค้าออนไลน์ในการ live-streaming ขายสินค้าแบบครบวงจรที่สามารถช่วยจัดการออเดอร์ ตอบกลับลูกค้า และระบบการชำระเงิน อีกทั้งระบบการจัดการข้อความจากลูกค้า โดยมี Chatbot เพื่อการตั้งค่าคำถามที่ถูกถามบ่อย โดยสามารถเชื่อมต่อกับ LINE OA ได้

ที่ผ่านมา SHOPLINE สามารถช่วยผู้ประกอบการทั้งที่เป็นองค์กรขนาดใหญ่และ SMEs ให้ประสบความสำเร็จในการก้าวเข้าสู่ตลาดดิจิทัลในหลายประเทศโดยมีผู้ใช้บริการ มากกว่า 250,000 รายทั่วโลก และมีการเข้าถึงลูกค้ามากกว่า 200 ล้านคนทั่วโลก และในโอกาสเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย และเพื่อต้องการช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยที่ต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจจากผลกระทบการแพร่ระบาดของโควิด-19 SHOPLINE จึงเสนอค่าบริการที่คุ้มค่าด้วยแพ็คเกจ E-commerce รายเดือนอยู่ที่ 599 บาท ส่วนรายปี 4,999บาท แพ็คเกจ Social commerce ราคารายเดือนอยู่ที่ 599 บาท ส่วนรายปีที่ 4,999 บาท และสุดท้ายเป็นแพกเกจในแบบ ALL in One ซึ่งจัดให้แบบสุดคุ้มกับราคารายเดือนเริ่มต้นที่ 1,199 บาท และรายปีที่ 7,999 บาท
- "Walmart" เตรียม"เลิกจ้าง" 1,500 ตำแหน่ง
- Alibaba จับมือ RedNote รับศึกอีคอมเมิร์ซจีน
- ตามให้ทัน กลยุทธ์ " E-Commerce จีน" ทำไมเป็นเบอร์ 1 โลก l World Wide Wealth
- "ล้มแล้วลุกใหม่ได้" ส่องร่าง พ.ร.บ.ล้มละลาย เปลี่ยนการลงโทษ เป็นโอกาส
- Alibaba ผนึก E-Mart เสริมแกร่งธุรกิจ
- "TEMU" จดทะเบียนตั้งบริษัทในไทยแล้ว l การตลาดเงินล้าน
- LINE STICKERS พาสุดยอดครีเอเตอร์บุกสร้างแรงบันดาลใจที่ญี่ปุ่น
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand