
สรุปข่าว

กราฟฟิก 1 การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (สะท้อนภาพความผันผวน)
ปีนี้นับเป็นอีกหนึ่งปีที่ “ค่าเงินบาท” ผันผวนรุนแรงตั้งแต่ต้นปี โดยช่วง “ต้นปี” เงินบาทอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็วทั้งที่ช่วงวันสุดท้ายของปี 2562 เพิ่งแข็งค่าขึ้นหลุด 30 บาทต่อดอลลาร์ สาเหตุหลักที่ทำให้เงินบาทอ่อนค่ารวดเร็ว เพราะเกิดการแพร่ระบาดของ “โรคโควิด-19” ทำให้รัฐบาลแต่ละประเทศต้องสั่ง “ล็อกดาวน์” ห้ามคนต่างชาติเดินทางเข้า-ออกประเทศ กระทบต่อภาคการท่องเที่ยวอย่างรุนแรง ส่งผลให้เงินบาทในเวลานั้นอ่อนค่าแตะระดับ 33 บาทต่อดอลลาร์ หรือคิดเป็นการอ่อนค่าร่วม 10% เมื่อเทียบกับปลายปี 2562 ที่ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในระดับ 30 บาทต่อดอลลาร์
แต่หลังจาก “ประเทศไทย” สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสดังกล่าวได้เป็นอย่างดี จนเริ่มไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ภายในประเทศ และรัฐบาลเริ่มทยอยคลายล็อกดาวน์ ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มกลับมาอีกครั้ง ค่าเงินบาทก็เริ่มกลับมาแข็งค่าด้วยเช่นกัน โดยช่วงเวลานั้น เงินบาทแข็งค่าทะลุระดับ 31 บาทต่อดอลลาร์ มาเคลื่อนไหวในระดับ 30.70-30.80 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งมาพร้อมกับเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้าในตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้

กระทั่งช่วงต้นเดือนก.ค. “เงินบาท” เริ่มกลับมา “อ่อนค่า” อีกครั้ง จาก 3 ปัจจัยหลัก
ปัจจัยแรก คือ ดีลซื้อกิจการขนาดใหญ่ในต่างประเทศของ บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ที่เข้าซื้อโรงไฟฟ้าพลังงานลมในเยอรมนี มูลค่ากว่า 1.9 หมื่นล้านบาท ซึ่งตลาดการเงินคาดการณ์กันว่า ดีลนี้จะทำให้มีแรง “ซื้อเงินดอลลาร์” รวมกว่า 600 ล้านดอลลาร์
ปัจจัยสอง คือ ความกังวลต่อการกลับมาระบาดของเชื้อโควิด-19 ระลอกสองในประเทศไทย หลังมีรายงานพบผู้ติดเชื้อที่ไม่ได้ผ่านการกักตัว จนเริ่มสร้างความกังวลว่า ประเทศไทยจะต้องกลับมา “ล็อกดาวน์” อีกรอบ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างรุนแรง ทำให้เศรษฐกิจยังไม่พ้นจุดต่ำสุด
ปัจจัยที่สาม คือ ความไม่แน่นอนทางการเมืองเริ่มกลับมาอีกครั้ง หลังจากที่ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นำทีมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอีก 4 คน ลาออกพร้อมกัน ประกอบด้วย นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง , นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
โดยประเด็นนี้ สร้างความกังวลใจกับนักลงทุนต่างชาติ ถึงความต่อเนื่องในการทำนโยบายด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการผลักดันโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ “อีอีซี” จึงทำให้มีแรงเทขายเงินบาทออกมา ส่งผลให้เงินบาทอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็ว

ถ้าไล่เรียงตามไทม์ไลน์ จะเห็นชัดว่า ช่วงต้นเดือนก.ค.2563 “เงินบาท” เคลื่อนไหวในระดับ 30.80-30.90 บาทต่อดอลลาร์ แต่หลังจาก GULF ประกาศดีลซื้อกิจการมูลค่ามหาศาลกว่า 600 ล้านดอลลาร์ เมื่อวันที่ 7 ก.ค.2563 ก็ทำให้เงินบาทอ่อนค่าทะลุระดับ 31 บาทต่อดอลลาร์
ต่อมาในวันที่ 13 ก.ค. เริ่มปรากฎข่าวว่า พบทหารอียิปต์ และ ลูกของอุปฑูตซูดาน ติดเชื้อโควิด-19 แต่ไม่ได้อยู่ในสถานกักกัน จนสร้างความกังวลใจว่าเชื้อโควิด-19 จะกลับมาระบาดในรอบสอง ทำให้เงินบาทในช่วงเวลานั้นอ่อนค่าเร็วยิ่งขึ้น และซ้ำเติมด้วยข่าวการลาออกของ นายสมคิด และรัฐมนตรีเศรษฐกิจอีก 4 คน พร้อมกัน เราจึงเห็นเงินบาทอ่อนค่าลงมาแตะระดับ 31.76 บาทต่อดอลลาร์เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นระดับการอ่อนค่าสุดในรอบ 1 เดือนครึ่ง

การอ่อนค่าของเงินบาทในรอบนี้ หากดูตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน จะพบว่า เงินบาทอ่อนค่าลงราว 5.51% เป็นอันดับ 2 ในภูมิภาครองจาก “เงินรูเปียห์” ของอินโดนีเซีย ที่อ่อนค่าราว 5.69%




ติดตามได้ในรายการ เศรษฐกิจ Insight
https://www.youtube.com/watch?v=ntkVbBIuHsI
เกาะติดข่าวที่นี่
website: www.TNNTHAILAND.com
facebook : TNNONLINE
facebook live : TNN Live
twitter : TNNONLINE
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNONLINE
Instagram : TNN_ONLINE
TIKTOK : @TNNONLINE
- "สงครามการค้า"กระทบศก.เอเชีย -ส่งออก
- พาณิชย์สั่งห้าม ATK ขาด-ห้ามแพง ย้ำผู้ค้าต้องเติมสต๊อกทันที
- โควิด NB.1.8.1 เป็นสายพันธุ์หลักในไทยแล้ว มีแนวโน้มมากขึ้น
- วัคซีนโควิด-19 ไม่ถูกถอดจากรายชื่อวัคซีนแนะนำในสหรัฐฯ
- โควิด-19 ระบาดหลายภูมิภาค! "สายพันธุ์ NB.1.8.1" แพร่กระจายเร็ว อย่าชะล่าใจ
- ทรัมป์ลุยเพิ่มภาษีเหล็ก-อะลูมิเนียม 50% หวังดันอุตสาหกรรมในประเทศ
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand