จับตา “ศุภจี ” บินสหรัฐฯส.ค. นี้ เจรจายกเว้นภาษี ยึดกรอบการค้าเป็นหลัก

Share on Line Share on Facebook Share on X
จับตา “ศุภจี ” บินสหรัฐฯส.ค. นี้ เจรจายกเว้นภาษี ยึดกรอบการค้าเป็นหลัก

นางศุภจี สุธรรมพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เตรียมเดินทางเยือนสหรัฐอเมริกาในช่วงปลายเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อเจรจาขอยกเว้นภาษีภายใต้มาตรา 301 และ 232 สำหรับสินค้าไทยที่เหลืออีก ร้อยละ 28 จากที่ได้รับการยกเว้นแล้ว ร้อยละ 72 โดยไทยจะยึดกรอบการเจรจาด้านการค้าเป็นหลัก ไม่นำประเด็นความมั่นคงทางทหารมาแลกเปลี่ยน แต่จะชูข้อมูลห่วงโซ่การผลิตและเม็ดเงินที่ภาคเอกชนไทยเข้าไปลงทุนในสหรัฐฯ ซึ่งมีมูลค่าสะสมสูงถึงเกือบ 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีแผนลงทุนเพิ่มกว่า 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นตัวตอกย้ำให้เห็นถึงความเป็นพันธมิตรและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจร่วมกันของทั้งสองประเทศ

สรุปข่าว

“ศุภจี” เตรียมเยือนสหรัฐฯ เจรจายกเว้นภาษีสินค้าไทยอีก 28% พร้อมดัน Made in Thailand ปรับฐาน MPI ดึงเซมิคอนดักเตอร์-โฟโตนิกส์ และเร่งส่งเสริม AI ดิจิทัล เทคโนโลยีชีวภาพ เครดิตฟรี

นางศุภจี สุธรรมพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เตรียมเดินทางเยือนสหรัฐอเมริกาในช่วงปลายเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อเจรจาขอยกเว้นภาษีภายใต้มาตรา 301 และ 232 สำหรับสินค้าไทยที่เหลืออีก ร้อยละ 28 จากที่ได้รับการยกเว้นแล้ว ร้อยละ 72 โดยไทยจะยึดกรอบการเจรจาด้านการค้าเป็นหลัก ไม่นำประเด็นความมั่นคงทางทหารมาแลกเปลี่ยน แต่จะชูข้อมูลห่วงโซ่การผลิตและเม็ดเงินที่ภาคเอกชนไทยเข้าไปลงทุนในสหรัฐฯ ซึ่งมีมูลค่าสะสมสูงถึงเกือบ 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีแผนลงทุนเพิ่มกว่า 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นตัวตอกย้ำให้เห็นถึงความเป็นพันธมิตรและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจร่วมกันของทั้งสองประเทศ

ลงพื้นที่มอบนโยบายแก่กระทรวงอุตสาหกรรม มุ่งสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจไทยจากฐานภายในประเทศ โดยชูการผลักดันสินค้า Made in Thailand ผ่านกลไกการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเป็นตัวนำร่อง โดยเฉพาะใน 3 อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์มูลค่าสูง ได้แก่ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ระบบราง และเครื่องมือแพทย์ ทั้งนี้ สินค้าและชิ้นส่วนของไทยยังคงต้องรักษามาตรฐานระดับสากล พร้อมสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งยกระดับศักยภาพ SME ไทยให้

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเตรียมการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรม โดยจะหารือร่วมกับสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เพื่อปรับฐานคำนวณ ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) จากปี 2564 เป็นปี 2567 เพื่อให้ดัชนีสะท้อนภาพรวมเศรษฐกิจตามความเป็นจริงมากขึ้น 

โดยดึงอุตสาหกรรมใหม่ที่กำลังเติบโตแบบก้าวกระโดด เช่น เซมิคอนดักเตอร์และโฟโตนิกส์ (Semiconductor & Photonics) เข้ามาคำนวณแทนที่อุตสาหกรรมเก่าที่ถดถอย ควบคู่ไปกับการเร่งส่งเสริมอุตสาหกรรมแห่งอนาคต อาทิ AI, ดิจิทัล และเทคโนโลยีชีวภาพ รวมถึงเตรียมทบทวนกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 5-6 ฉบับให้สอดรับกับบริบทโลกยุคใหม่

ที่มาข้อมูล : กระทรวงพาณิชย์

ที่มารูปภาพ : กระทรวงพาณิชย์

นักข่าวสายโซเชียล รายงานข่าวประเด็นสังคมและความเคลื่อนไหว เน้นการนำเสนอการสรุปข้อมูลที่รวดเร็ว ชัดเจน และเข้าใจง่าย