
สรุปข่าว
ในภาวะที่ประเทศไทยต้องกระตุ้นภาคเศรษฐกิจที่ชะลอตัวอย่างรุนแรงอันเนื่องมาจากการระบาดของโควิด-19 และสภาวะเศรษฐกิจโลก การดึงดูดชาวต่างชาติที่มีศักยภาพสูงสู่ประเทศไทย ให้นำเงินเข้ามาลงทุน จึงเป็นมาตรการหนึ่งในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม
รัฐบาลจึงได้หยิบยกกฎหมาย การได้มาซึ่งที่ดินเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยของคนต่างด้าว พ.ศ. 2545 มาปัดฝุ่นใหม่ ให้ทันสมัยและสร้างแรงจูงใจให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุน ด้วยเพราะกฎหมายเก่าที่ใช้มาร่วม 20 ปี มีต่างชาติ ขอใช้สิทธิถือครองที่ดินแค่ 8 รายเท่านั้น จึงต้องปรับปรุงหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดึงต่างด้าวที่มีศักยภาพ 4 กลุ่ม ที่ได้รับสิทธิวีซ่าผู้พำนักระยะยาว หรือ LTR Visa ได้แก่ 1.กลุ่มประชากรโลกผู้มีความมั่งคั่งสูง 2.กลุ่มผู้เกษียณอายุจากต่างประเทศ 3.กลุ่มที่ต้องการทำงานจากประเทศไทย และ 4.กลุ่มผู้มีทักษะเชี่ยวชาญพิเศษ
ส่วนจำนวนเนื้อที่ที่ได้รับสิทธิกำหนดไม่เกิน 1 ไร่ ตามมาตรา 96 ทวิ แห่งประมวลกฎหมายที่ดินไว้เหมือนเดิม แต่ที่ต่างออกไปคือ ต้องใช้ที่ดินนั้นเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยสำหรับตนเองและครอบครัว ภายในเขตกรุงเทพมหานคร เขตเมืองพัทยา หรือเขตเทศบาล หรืออยู่ภายในบริเวณที่กำหนดเป็นเขตที่อยู่อาศัยตามกฎหมายว่าด้วยการผังเมืองเท่านั้น
ส่วนเงื่อนไขต้องนำเงินเข้ามาลงทุนไม่ต่ำกว่า 40 ล้านบาท และต้องดำรงการลงทุนไว้ไม่น้อยกว่า 3 ปี จากเดิม 5 ปี เช่น การซื้อพันธบัตรรัฐบาลไทย การลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน
อย่างไรก็ตามมาตรการดึงต่างชาติมาพำนักในไทยทางสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. ได้คาดการณ์ ในช่วงดำเนินมาตรการ 5 ปีงบประมาณ (พ.ศ. 2565-2569) จะเพิ่มจำนวนชาวต่างชาติที่พักอาศัยในไทย 1 ล้านคน เพิ่มปริมาณใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจมูลค่า 1 ล้านล้านบาท และเพิ่มการลงทุนในประเทศ 8 แสนล้านบาท สร้างรายได้จากการเก็บภาษีที่เพิ่มขึ้น 2.7 แสนล้านบาท รวมทั้ง ทำให้ประเทศไทยมีบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ เพียงพอให้กับภาคธุรกิจ ที่เป็นอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต และโครงสร้างพื้นฐาน ระบบโลจิสติกส์และดิจิทัล
ขณะที่ภาคเอกชนมองมาตรการนี้ โดยนายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย มองภาพรวมแล้วจะช่วยกำลังซื้ออสังหาฯแนวราบ การลงทุนและเศรษฐกิจของประเทศได้ แต่อย่างไรก็ตาม สมาคมอยากให้รัฐบาลเร่งแก้กฎหมายให้ต่างชาติซื้อแนวราบได้ร้อยละ 49 ของจำนวนยูนิตในโครงการเหมือนคอนโดมิเนียม เพื่อนำกลุ่มที่เป็นนอมินี ให้อยู่ในกฎหมาย
ส่วนนายกสมาคมอาคารชุดไทย มองว่าเป็นนโยบายที่ดี เนื่องจากในระยะเวลา 10 ปีที่ต่างชาติได้วีซ่า LTR นอกจากประเทศจะได้เงินลงทุนแล้ว ภาคธุรกิจอสังหาฯยังได้เงินจากการขายบ้านในกลุ่มระดับราคา 20 ล้านบาทขึ้นไป สร้างเม็ดเงินใหม่เข้ามาในระบบเศรษฐกิจจากการใช้จ่าย 80 ล้านบาทต่อครอบครัว
นอกจากนี้ยังมีความเห็ของ นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มองว่าเป็นนโยบายที่น่าสนใจ เพราะจะเป็นจุดดึงดูดเงินทุน ในระยะสั้นก็จะมีเงินเข้ามาจากการซื้อที่ดิน ที่อยู่อาศัย และในระยะยาวกว่านั้นก็มาจากการจับจ่ายใช้สอย รวมทั้งการใช้ทักษะ ความรู้ความสามารถของเขา มาสร้างงาน สร้างโอกาสในบ้านเราด้วย ส่วนต่างชาติจะมาแย่งซื้อที่ซื้อบ้านจากคนไทยหรือไม่ ก็ต้องวางกรอบกติกา เพื่อที่จะจำกัดผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นได้
ด้านนายอนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตกรรมการสภาวิจัยแห่งชาติ ให้ความเห็นเรื่องนี้ว่า หลายประเทศในยุโรป ออสเตรเลีย แคนาดา สหรัฐอเมริกา เปิดกว้างให้ชาวต่างชาติเข้ามาซื้อขายที่ดินได้ แต่มีมาตรการรัดกุม มีกฎระเบียบเข้มงวด ต้องเสียภาษีในอัตราสูง แต่ก็มีบางประเทศล้มเหลวในการดำเนินโยบายเช่นกัน สำหรับประเทศไทยต้องมีมาตรการควบคู่ไปด้วย อาทิ การส่งเสริมให้มีระบบและกลไกในการถ่ายทอดเทคโนโลยี เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม ภาคเอกชนอย่าง หอการค้าได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อศึกษากรณีดังกล่าวผลกระทบ ผลดี ผลเสีย ต้องเปิดกว้างรับข้อมูล คาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในช่วงสิ้นปีนี้ ก่อนเสนอผลศึกษาให้รัฐบาลรับทราบ
ภาพ TNNOnline
- เปิดผลตรวจ "ต่างชาติแย่งอาชีพคนไทย" อาชีพใด? พบมากที่สุด
- 2 เดือนปี 2568 ต่างชาติลงทุนไทยเพิ่มร้อยละ 68
- ท่องเที่ยวคึกคัก! ต่างชาติเข้าไทย 7.6 ล้านคน สร้างรายได้ 375,035 ล้าน
- รัฐบาล ประกาศออกโฉนดที่ดิน ส.ป.ก. ตั้งเป้า 17 ล้านไร่ ในปี 2568
- เปิด 7 อันดับ "ต่างชาติ" แห่ลงทุนไทยสูงสุดเดือนม.ค.ปี 2568
- ต่างชาติแห่เที่ยวไทยทะลุ 5.5 ล้านคน นักท่องเที่ยวชาวจีนยังสูงสุดอันดับ 1
- ออสเตรเลียเล็งห้ามนักลงทุนต่างชาติซื้อบ้าน
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand