
สรุปข่าว
วันนี้ ( 31 ม.ค.65) SET Index ปิดที่ 1,648.81 จุด เพิ่มขึ้น 9.30 จุด หรือ 0.57% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 68,340.82 ล้านบาท ระหว่างวันทำจุดสูงสุดที่ 1,655.48 จุด และต่ำสุดที่ 1,646.88 จุด ซึ่งดัชนีฟื้นตัวจากนักลงทุนกลับเข้าซื้อหุ้นในกลุ่มพลังงาน ตามราคาน้ำมันดิบที่ปรับขึ้น รวมทั้งกลุ่มค้าปลีกตอบรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และกลุ่มธนาคารจากอานิสงส์ดอกเบี้ยขาขึ้น และบางส่วนยังเข้าเก็งกำไรหุ้นเปิดเมืองและกลุ่มท่องเที่ยว
บล. หยวนต้า (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า SET Index วันนี้ ปิดบวก โดยกลุ่มที่ปรับขึ้นนำตลาด ได้แก่ กลุ่มค้าปลีก กลุ่มพลังงาน และกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนกลุ่มที่กดดันตลาด คือกลุ่มสื่อสาร จากแรงขายทำกำไร หลัง บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) ประกาศผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2564 ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์
สำหรับปัจจัยที่จะกระทบบรรยากาศการลงทุนจะอยู่ที่แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2564 เป็นหลัก เพราะปัจจัยภายนอกยังไม่มีประเด็นใหม่ รวมถึงเป็นช่วงหยุดยาวในเทศกาลตรุษจีน มองแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันพรุ่งนี้ (1 ก.พ.2565) จะแกว่งทรงตัวในกรอบ 1,640-1,655 จุด
ด้าน บล.อาร์เอชบี (ประเทศไทย) ระบุว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวขึ้นแกว่งตัวในแดนบวก หลังจากรับข่าวการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทำให้นักลงทุนกลับเข้ามาในตลาดหุ้นอีกครั้ง แม้ว่ายังไม่ปัจจัยใหม่เข้ามาหนุน
ขณะที่ตลาดหุ้นในเอเชียวันนี้ส่วนใหญ่ปิดทำการในช่วงวันตรุษจีน แต่ตลาดหุ้นยุโรปเปิดมาบ่ายนี้ปรับตัวขึ้นค่อนข้างดี ส่วนหุ้นไทยพรุ่งนี้ คาดว่าแกว่งตัวไซด์เวย์ ซึ่งมองว่ายังคงมีปัจจัยไม่แน่นอนที่อาจทำให้เกิดความผันผวนได้ ทั้งในเรื่องเงินเฟ้อ และสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างรัสเซียและยูเครน อีกทั้งยังต้องติดตามการประกาศผลการดำเนินงานบริษัทจดทะเบียนที่ทยอยประกาศออกมา
บล.ทรีนีตี้ ระบุว่า สินทรัพย์ที่น่าสนใจปีนี้ยังเป็นหุ้นในประเทศตลาดเกิดใหม่ ไม่ว่าจะเป็นแถบเอเชียหรือแม้แต่ประเทศในฝั่งอาเซียน ส่วนพันธบัตรควรเน้นไปที่ระยะสั้นเพราะแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น อัตราผลตอบแทนพันธบัตรจึงมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นต่อได้ ขณะที่สินทรัพย์ทางเลือกแนะนำลงทุนในกองรีทภายในประเทศ เพราะราคาปรับลงมาค่อนข้างมาก บวกกับความเสี่ยงในการขึ้นดอกเบี้ยต่าง ๆ ยังน้อย ส่วนทองคำและคริปโตแนะนำให้จัดพอร์ตไว้เฉพาะเพื่อกระจายความเสี่ยงเท่านั้น
สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 3 หลักทรัพย์ ได้แก่
1. KBANK มูลค่าการซื้อขาย 3,507.74 ล้านบาท ปิดที่ 149.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท
2. PTT มูลค่าการซื้อขาย 2,735.53 ล้านบาท ปิดที่ 39.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท
3. EA มูลค่าการซื้อขาย 2,559.69 ล้านบาท ปิดที่ 89.25 บาท ลดลง 1.00 บาท

ที่มา : marketdata.set.or.th , บล.หยวนต้า ,บล.ทรีนีตี้
ภาพประกอบ: AFP ,TNN Online
- “หุ้นไทย” หมดแรง GDP-EPS โดนหั่นเรียบ “ภาษีสหรัฐฯ” ตัดสิน ไปต่อหรือรอ “1,000 จุด”
- หุ้นไทยไร้เสน่ห์ เพราะอะไร "หลบภัยตัวไหนดี"
- นาทีทองช้อนหุ้นไทย! ตัวไหนน่าลงทุนระยะสั้น-ยาว เช็กที่นี่ !
- ไตรมาส1 กำไร บจ. แกร่ง! SET ลุ้นโต 4% กนง.อาจไม่ลดดอกเบี้ย แนะหุ้นเด่น GULF ADVANC MTC
- หุ้นไทยเผชิญปัจจัยเสี่ยงรุมเร้า ตัวไหนน่าเก็งกำไร เช็กที่นี่ !
- 5 อันดับ “หุ้นไทย” ผลตอบแทน “สูงสุด-ต่ำสุด” ตั้งแต่ “ทรัมป์” ประกาศ "ภาษีสหรัฐฯ"
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand