
สรุปข่าว
วันนี้( 28 ม.ค.65 ) ดัชนี SET Index ปิดตลาด อยู่ที่ระดับ 1,639.51 จุด ปรับขึ้น 5.34 จุด หรือคิดเป็น +0.33% ด้วยมูลค่าซื้อขายรวมทั้งสิ้น 77,730.25 ล้านบาท เคลื่อนไหวในกรอบ 1,636.70-1,646.48 จุด โดยดัชนีหุ้นไทยฟื้นตัวหลังตอบรับที่เฟดจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยไประดับหนึ่งแล้ว จึงกลับมาให้น้ำหนักปัจจัยในประเทศ เช่น การเก็งกำไรของบริษัทจดทะเบียน รวมถึงหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการจับจ่ายใช้สอยตอบรับมาตรการช้อปดีมีคืน รวมถึงการกลับมาเปิดรับนักท่องเที่ยว
บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวขึ้นสอดคล้องกับตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาค หลังผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในเรื่องของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและการเตรียมลดขนาดงบดุล น่าจะสะท้อนไปในตลาดทุนแล้ว เห็นได้จากตลาดสหรัฐฯที่การปรับฐานได้เริ่มชะลอ ขณะเดียวกันตลาดหุ้นไทย ก็เริ่มหยุดการปรับลงเช่นเดียวกัน โดยเข้าสู่โหมดของการไซด์เวย์
ดังนั้น นักลงทุนน่าจะกลับมาโฟกัสที่นโยบายต่างๆ ของภาครัฐ โดยเฉพาะมาตรการผ่อนคลาย หลังจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 เริ่มนิ่ง รวมถึงการที่ภาครัฐได้มีการรื้อฟื้นความสัมพันธ์ที่ดีกับทางซาอุดีอาระเบีย คาดว่าน่าจะมีมาตรการออกมา เช่น การสนุบสนุนการท่องเที่ยวเชิญสุขภาพกับประเทศตะวันออกกลาง เป็นต้น ขณะเดียวกัน นักลงทุนจะจับตาดูการประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนไทย ปี 64 ทำให้ปัจจัยภายนอกประเทศจะเริ่มส่งผลน้อยลง แต่จะเน้นไปที่หุ้นรายตัว และรายกลุ่มแทน
ส่วนแนวโน้มสัปดาห์หน้า มองว่าดัชนีฯ น่าจะแกว่งตัวไซด์เวย์ โดยมีแนวรับที่ 1,630 จุด และแนวต้าน 1,650 จุด
ด้านบล.ทรีนีตี้ ระบุว่า กลยุทธ์การลงทุนระยะนี้แนะนำให้เพิ่มสัดส่วนลงทุนทองคำเป็น 5% ในพอร์ต เพื่อช่วยกระจายความเสี่ยง เพราะทองคำเป็นสินทรัพย์ที่มีทิศทางการเคลื่อนไหวไปคนละทางกับสินทรัพย์หลักๆ เช่น หุ้น ตราสารหนี้ อสังหาริมทรัพย์ และคริปโตเคอเรนซี่ หรือสินทรัพย์อื่นๆ นอกจากนี้ ราคาทองคำในระยะยาวยังสามารถเอาชนะเงินเฟ้อได้ รวมถึงในยามที่เกิดวิกฤติทองคำก็ยังคงเป็นสินทรัพย์ที่วางใจได้มากกว่าสินทรัพย์อื่นๆ อีกด้วย
สำหรับ หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด3 หลักทรัพย์ ได้แก่
1.CPALL มูลค่าการซื้อขาย 4,462.66 ล้านบาท ปิดที่ 61.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท
2.KBANK มูลค่าการซื้อขาย 3,793.28 ล้านบาท ปิดที่ 148.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท
3.TRUE มูลค่าการซื้อขาย 2,350.05 ล้านบาท ปิดที่ 4.94 บาท ลดลง 0.06 บาท
ที่มา : marketdata.set.or.th,บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ,บล.ทรีนีตี้
ภาพประกอบ : TNN Online , AFP
- “หุ้นไทย” หมดแรง GDP-EPS โดนหั่นเรียบ “ภาษีสหรัฐฯ” ตัดสิน ไปต่อหรือรอ “1,000 จุด”
- หุ้นไทยไร้เสน่ห์ เพราะอะไร "หลบภัยตัวไหนดี"
- นาทีทองช้อนหุ้นไทย! ตัวไหนน่าลงทุนระยะสั้น-ยาว เช็กที่นี่ !
- ไตรมาส1 กำไร บจ. แกร่ง! SET ลุ้นโต 4% กนง.อาจไม่ลดดอกเบี้ย แนะหุ้นเด่น GULF ADVANC MTC
- หุ้นไทยเผชิญปัจจัยเสี่ยงรุมเร้า ตัวไหนน่าเก็งกำไร เช็กที่นี่ !
- 5 อันดับ “หุ้นไทย” ผลตอบแทน “สูงสุด-ต่ำสุด” ตั้งแต่ “ทรัมป์” ประกาศ "ภาษีสหรัฐฯ"
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand