
สรุปข่าว
วันนี้(20 ม.ค.65) ดัชนี SET Index ปิดตลาด อยู่ที่ระดับ 1,656.96 จุด ปรับลง 1.28 จุด หรือคิดเป็น - 0.08% ด้วยมูลค่าซื้อขายรวมทั้งสิ้น 80,864.60 ล้านบาท เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 1,656.47-1,666.60 จุด ทั้งในแดนบวกและลบ จากแรงกดดันทางการเมือง และแรงขายในหุ้นที่ Valuation แพง รวมทั้งการเข้าซื้อเก็งกำไรหุ้นกลุ่มธนาคาร และกลุ่มเปิดเมืองรองรับการรื้อโครงการเทสแอนด์โก เพื่อเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ
บล.ไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า แนะนำนักลงทุนให้ติดตามการเสนอมาตรการควบคุมราคาสินค้าที่จะเสนอประชุม ครม. พิจารณาในสัปดาห์หน้า ซึ่งหากผ่านความเห็นชอบจะเป็นปัจจัยลบระยะสั้นต่อผู้ประกอบการในการปรับขึ้นราคาในช่วงเวลาถัดไป และ แนะนำเลือกซื้อหุ้นคุณภาพดีและมีปัจจัยบวกเฉพาะ อาทิ หุ้นที่ได้ประโยชน์จากเงินเฟ้อ หุ้นที่คาดว่าผลการดำเนินงานไตรมาส4 เติบโตดี เป็นต้น
ขณะที่ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า SET Index เคลื่อนไหวทรงตัว โดยยังมีแรงขายในหุ้นที่ Valuation แพง ตามทิศทางการพักตัวของตลาดหุ้น Nasdaq ในสหรัฐฯ แต่มีแรงซื้อคืนในกลุ่ม Reopening ตามการผ่อนปรนมาตรการคุมเข้มของ ศบค. และกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ที่กำลังเข้าสู่ช่วงประกาศผลประกอบการไตรมาส 4 ปี2564 มองแนวโน้มตลาดหุ้นไทย (21 ม.ค.) คาดว่า SET Index พรุ่งนี้แกว่งทรงตัวในกรอบ 1,653-1,665 จุด
ด้าน บล.ทรีนีตี้ เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ถือว่าแข็งแกร่งกว่าตลาดหุ้นสหรัฐ เนื่องจากตลาดหุ้นสหรัฐ ผันแปรไปตามอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (Bond Yield) ค่อนข้างมาก แต่ทางฝั่งของตลาดเอเชีย หรือตลาดหุ้นไทย จะอ่อนไหวต่อบอนด์ยีลด์สหรัฐน้อยกว่า เพราะหุ้นไทยไม่ได้มีคุณสมบัติเป็นหุ้นเทคโนโลยี หรือหุ้นเติบโต (Growth Stock) แต่เป็นหุ้น Value เป็นส่วนใหญ่ ขณะที่ตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชียวันนี้เคลื่อนไหวอยู่ในแดนบวก ตอบรับธนาคารกลางจีนประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (LPR) ทั้งประเภท 1 ปีและ 5 ปี รวมทั้งการที่ญี่ปุ่นรายงานยอดส่งออกที่แข็งแกร่งในเดือนธ.ค.
ส่วนแนวโน้มวันพรุ่งนี้ มองว่า ตลาดฯ น่าจะแกว่งตัวไซด์เวย์ หากตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐ ออกมาไม่ได้ปรับตัวขึ้นไปมากกว่าที่ตลาดคาด แต่หากสูงกว่าคาดจะส่งผลกระทบต่อการปรับลงของหุ้นกลุ่มพลังงานในบ้านเรา ซึ่งมีน้ำหนักต่อดัชนีค่อนข้างมาก แนะให้นักลงทุนติดตามการเปิดเผยตัวเลขการส่งออก นำเข้าของประเทศไทยพร้อมให้แนวต้าน 1,680 จุด และแนวรับ 1,640 จุด
สำหรับดัชนีที่มีมูลค่าการซื้อขาย 3 อันดับได้แก่
1. AOT 3,929.14 ล้านบาท ราคา +1.25 บาท (+2.04%)
2. TRUE 2,892.54 ล้านบาท ราคา -0.14 บาท (-2.87%)
3. KBANK 2,658.59 ล้านบาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง
ที่มา : marketdata.set.or.th ,บล.ไทยพาณิชย์ , บล.หยวนต้า ,บล.ทรีนีตี้
ภาพประกอบ: AFP ,TNN Online
- “หุ้นไทย” หมดแรง GDP-EPS โดนหั่นเรียบ “ภาษีสหรัฐฯ” ตัดสิน ไปต่อหรือรอ “1,000 จุด”
- หุ้นไทยไร้เสน่ห์ เพราะอะไร "หลบภัยตัวไหนดี"
- นาทีทองช้อนหุ้นไทย! ตัวไหนน่าลงทุนระยะสั้น-ยาว เช็กที่นี่ !
- ไตรมาส1 กำไร บจ. แกร่ง! SET ลุ้นโต 4% กนง.อาจไม่ลดดอกเบี้ย แนะหุ้นเด่น GULF ADVANC MTC
- หุ้นไทยเผชิญปัจจัยเสี่ยงรุมเร้า ตัวไหนน่าเก็งกำไร เช็กที่นี่ !
- 5 อันดับ “หุ้นไทย” ผลตอบแทน “สูงสุด-ต่ำสุด” ตั้งแต่ “ทรัมป์” ประกาศ "ภาษีสหรัฐฯ"
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand