ปิดตลาดหุ้นไทย ปรับลง 2.03 จุด เพราะยังได้รับแรงกดดันจากบอนด์ยีลด์สหรัฐพุ่ง

Share on Line Share on Facebook Share on X
ปิดตลาดหุ้นไทย ปรับลง 2.03 จุด เพราะยังได้รับแรงกดดันจากบอนด์ยีลด์สหรัฐพุ่ง

สรุปข่าว

วันนี้( 19 ม.ค.65) ดัชนี SET  ปิดที่ 1,658.24 จุด ลดลง 2.03 จุด หรือ 0.12% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 96,186.91 ล้านบาท ระหว่างวันทำจุดสูงสุดที่ 1,667.44 จุด และต่ำสุดที่ 1,653.38 จุด โดยยังถูกกดดันจากผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี ที่เร่งตัวขึ้น แม้บรรยากาศโดยรวมจะมีแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มพลังงานและโรงกลั่นจากราคาน้ำมันดิบโลกที่ปรับตัวขึ้นสูงสุดในรอบ 7 ปี จากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง  


บล.หยวนต้า เปิดเผยว่า  ตลาดหุ้นไทยมีแรงซื้อกลับในกลุ่มหุ้นคุณค่า (Value Play) ที่ยังปรับขึ้นช้า (Laggard) ในกลุ่มพลังงานและสินค้าอุปโภคบริโภค ทำให้ดัชนีเริ่มทรงตัว หลังจากที่ทรุดหนักในวันก่อนหน้า  ขณะที่ค่าเงินบาทพลิกกลับมาอ่อนค่าเล็กน้อย หลังจากที่แข็งค่าเร็วในช่วง 2 วันทำการที่ผ่านมา (17-18 ม.ค.) สะท้อนทิศทางของตลาดการเงินในประเทศที่เริ่มเป็นบวกมากขึ้น


สำหรับแนวโน้มวันที่ 20 ม.ค. คาดว่า SET Index จะแกว่งทรงตัวในกรอบ 1,653-1,670 จุด โดยคาดว่าจะเห็นจังหวะการฟื้นกลับระยะสั้น หลังจากลงทดสอบเส้นค่าเฉลี่ย 25 วันแถว 1,650 จุดแล้วไม่หลุด


ด้าน บล.กสิกรไทย ประเมินว่า ระยะนี้ตลาดหุ้นไทยจะแกว่งตัวและค่อนข้างฟื้นตัวได้ยาก โดยให้กรอบดัชนีไว้ที่ 1,650-1,680 จุด จากความกังวลเรื่องการลดงบดุลของสหรัฐ เข้ามาแทนที่ความกังวลเรื่องการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งตลาดรับรู้ไปพอสมควรแล้ว หลังจากนี้นักลงทุนต้องติดตามนโยบายของรัฐบาลเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีหุ้นและภาษีคริปโทเคอร์เรนซี รวมถึงนโยบายการรับนักท่องเที่ยวด้วยระบบเทสต์ แอนด์ โก ซึ่งคาดการณ์ว่าหลังจากสิ้นเดือน ม.ค.นี้ หากตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ต่ำกว่าหลักหมื่นราย ก็มีโอกาสที่จะกลับมาใช้ระบบดังกล่าวอีกครั้ง 


ขณะที่ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุว่า  ตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งตัว sideway - sideway down ตามตลาดหุ้นต่างประเทศ  ที่ต่างได้รับแรงกดดันBond Yield  กดดันหุ้นที่มี P/E สูง เช่น กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์  KCE ปรับตัวลงแรง อย่างไรก็ดีดัชนี SET ไม่หลุดระดับ 1,650 จุด เป็นการสร้างฐานออกข้าง หากสัปดาห์นี้ดัชนีสามารถยืนเหนือระดับ 1,650 จุด คาดว่าในสัปดาห์หน้าน่าจะเทคนิเคิลรีบาวด์

       

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 3 หลักทรัพย์ ได้แก่ 

1. KBANK    มูลค่าการซื้อขาย  5,038.11  ล้านบาท  ปิดที่ 141.00  บาท ลดลง  3.00 บาท

2. TRUE     มูลค่าการซื้อขาย  3,877.24  ล้านบาท  ปิดที่   4.88  บาท เพิ่มขึ้น 0.26 บาท

3. PTT      มูลค่าการซื้อขาย  3,670.41  ล้านบาท  ปิดที่  39.00  บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท

         

ที่มา : marketdata.set.or.th ,บล.กสิกร ,บล. หยวนต้า,  บล.ฟินันเซีย ไซรัส  

ภาพประกอบ: AFP ,TNN Online


ที่มาข้อมูล : -

ที่มารูปภาพ :

avatar

TNNThailand

แท็กบทความ

ปิดตลาดหุ้นไทย
หุ้นไทยเฟดset
หุ้นไทยบ่าย
tnntnnthailandtnnช่อง16tnnonline
tnnwealth