
สรุปข่าว
วันนี้( 18 ม.ค.65) ดัชนีหุ้นไทยปิดที่ระดับ 1,660.27 จุด ลดลง 16.60 จุด (+0.99%)ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 113,953.45 ล้านบาท โดยดัชนีทำระดับสูงสุด 1,682.93 จุด และระดับต่ำสุด 1,66.15 จุด ผันผวนทั้งแดนบวกและแดนลบ เนื่องจากขาดปัจจัยใหม่มากระตุ้นตลาด และอัตราแลกเปลี่ยนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ทรงตัวในระดับสูง จึงกดดันภาพรวมการลงทุน โดยเฉพาะตลาดเกิดใหม่
บล.เอเซียพลัส เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวลงค่อนข้างแรงตามตลาดภูมิภาค ทั้งเกาหลี ไต้หวัน และสิงคโปร์ หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี (Bond Yield) ปรับตัวขึ้นมาล่าสุดขึ้นไปที่ 1.83% ทำให้เกิดความกังวลนโยบายการเงินตึงตัวของสหรัฐอาจจะเร็วและแรงกว่าคาด ทำให้ตลาดฯเกิดความผันผวน โดยที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยก็ปรับขึ้นมามากแล้ว จึงมีแรงขายทำกำไรออกมากระจายไปทุกกลุ่ม ส่วนการที่นโยบายการเงินในประเทศคงยังต้องผ่อนคลายต่อไป ดังนั้นมองว่าอัตราดอกเบี้ยของไทยคงจะไม่ได้รับผลกระทบมากนักแม้ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะเร่งปรับอัตราดอกเบี้ยเร็ว
ขณะที่ แนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ คาดว่าดัชนีมีโอกาสเหวี่ยงกลับ พร้อมให้แนวรับที่ 1,658 และ 1,650 จุด แนวต้าน 1,670 และ 1,680 จุด
ด้านบล. หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า SET Index ปรับตัวลง 16 จุด อยู่ที่ 1,660 จุด จากแรงกดดันของตลาดหุ้นเอเชียและยุโรปที่กังวลกับการปรับตัวเพิ่มขึ้นของ Bond Yield สหรัฐฯ รวมถึง มีแรงขายทำกำไรในหุ้นที่ปรับตัวขึ้นแรงก่อนหน้านี้ มองแนวโน้มวันที่ 19 ม.ค .65ว่า SET Index แกว่งทรงตัวในกรอบ 1,653-1,670 จุด โดยทิศทางตลาดจะทรงตัว หลังจากที่ทรุดหนักวานนี้ เพื่อรอดูผลประกอบการ 4Q64 ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์และ Real Sector
บล.ไอร่า ระบุว่า สัปดาห์นี้ยังคงแนะนำให้ติดตามการเปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 4 ปี64 นำโดยกลุ่มธนาคารที่จะเริ่มรายงานออกมาในช่วงปลายสัปดาห์นี้ ซึ่งคาดว่ามีโอกาสทรงตัวจากไตรมาส 3 แม้คาดว่าผลกำไรจะได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ แต่มองว่า ธปท. เริ่มให้ธนาคารกลับมาใช้มาตรการดูแลลูกหนี้ตามปกติแล้วซึ่งอาจกดดันทิศทางกำไรได้บ้าง
สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 3 อันดับได้แก่
1.KBANK มูลค่าการซื้อขาย 7,096.85 ล้านบาท ปิดที่ 144.00 บาท ลดลง 0.50 บาท
2.TKC มูลค่าการซื้อขาย 4,952.84 ล้านบาท ปิดที่ 29.50 บาท ลดลง 0.50 บาท
3.GULF มูลค่าการซื้อขาย 4,739.91 ล้านบาท ปิดที่ 50.50 บาท ลดลง 1.50 บาท
ที่มา : marketdata.set.or.th ,บล.เอเซียพลัส ,บล. หยวนต้า, บล.ไอร่า
ภาพประกอบ: AFP ,TNN Online
- “หุ้นไทย” หมดแรง GDP-EPS โดนหั่นเรียบ “ภาษีสหรัฐฯ” ตัดสิน ไปต่อหรือรอ “1,000 จุด”
- หุ้นไทยไร้เสน่ห์ เพราะอะไร "หลบภัยตัวไหนดี"
- นาทีทองช้อนหุ้นไทย! ตัวไหนน่าลงทุนระยะสั้น-ยาว เช็กที่นี่ !
- ไตรมาส1 กำไร บจ. แกร่ง! SET ลุ้นโต 4% กนง.อาจไม่ลดดอกเบี้ย แนะหุ้นเด่น GULF ADVANC MTC
- หุ้นไทยเผชิญปัจจัยเสี่ยงรุมเร้า ตัวไหนน่าเก็งกำไร เช็กที่นี่ !
- 5 อันดับ “หุ้นไทย” ผลตอบแทน “สูงสุด-ต่ำสุด” ตั้งแต่ “ทรัมป์” ประกาศ "ภาษีสหรัฐฯ"
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand