
สรุปข่าว
วันนี้( 14 ม.ค.64) ดัชนีปิดที่ระดับ 1,672.63 จุด ปรับลดลง -7.39 จุด หรือ -0.44% ด้วยมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 90,986.73 ล้านบาท โดยดัชนีเคลื่อนไหวในแดนลบ หลังจากเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณความเป็นไปได้ว่า อาจปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 15-16 มี.ค.นี้ หลังได้ส่งสัญญาณว่าจะยุติการทำคิวอีเดือน มี.ค.นี้ ขณะที่ในประเทศจับตาการเร่งมาตรการคนละครึ่งเฟส 4 เพื่อเยียวยาค่าครองชีพแพง
บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า SET Index ปรับตัวลง 7 จุด อยู่ที่ 1,672 จุด ตามทิศทางตลาดหุ้นเอเชียที่พักตัวลง ซึ่งก็เป็นไปในทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่กลับมากังวลประเด็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด แรงขายส่วนใหญ่กระจุกตัวในหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และหุ้นที่ปรับตัวขึ้นแรงในช่วงก่อนหน้า ส่วนกลุ่มที่ฟื้นได้ดีคือหุ้นที่ยัง Underperform เช่น กลุ่มไฟแนนซ์ คาดว่าแนวโน้มสัปดาห์หน้าดัชนีจะแกว่งทรงตัวในกรอบ 1,665-1,680 จุด โดยมองทิศทางตลาดจะทรงตัวเพื่อรอดูผลประกอบการ 4Q64 ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์และ Real Sector
ขณะที่ บล.อาร์เอชบี (ประเทศไทย) รุบุว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ตอบรับความกังวลโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าคาด หลังจากเจ้าหน้าที่หลายคนของเฟดออกมาแสดงความเห็นสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อชะลอความร้อนแรงของเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้น โดยในไทยมีแรงขายออกมากดดัน โดยเฉพาะหุ้นขนาดกลาง-เล็ก รวมถึงกลุ่มเทคโนโลยีและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ แต่มีสลับแรงซื้อเข้ามาในกลุ่มแบงก์และไฟแนนซ์ รวมถึงโบรกเกอร์ คาดหวังผลประกอบการจะออกมาดี เข้ามาช่วยพยุงดัชนีได้ในระดับหนึ่ง
ส่วนแนวโน้มในสัปดาห์หน้าคาดว่าจะดัชนีแกว่งตัวไซด์เวย์ แนะติดตามการประกาศผลประกอบการกลุ่มแบงก์ที่จะทยอยออกมามากขึ้น โดยเฉพาะแบงก์ขนาดใหญ่ หากออกมาดีจะช่วยหนุนดัชนีหุ้นไทยกลับมาปรับตัวขึ้นได้ มองแนวต้าน 1,680 จุด และ แนวรับ 1,660 จุด
ด้านบลจ. กสิกรไทย ระบุว่า ขณะนี้ตลาดหุ้นไทยยังคงเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ คาดว่ากิจกรรมเศรษฐกิจภายในประเทศจะฟื้นตัวได้หลังจากโควิดคลี่คลายลง และรับปัจจัยสนับสนุนจากแผนการฉีดวัคซีน รวมถึงการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องของรัฐบาล ซึ่งล่าสุดได้ประกาศโครงการช้อปดีมีคืน เมื่อต้นเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในแต่ละประเทศอาจไม่เท่ากัน กลุ่มที่ฟื้นตัวช้าในปีที่ผ่านมาจะกลับมาฟื้นตัวได้ดีในปีนี้ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชีย ที่คาดว่าผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่ปรับตัวดีขึ้น
สำหรับ หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 3 หลักทรัพย์ ได้แก่
1.GULF มูลค่าการซื้อขาย 4,846.72 ล้านบาท ปิดที่ 50.25 บาท เพิ่มขึ้น 1.25 บาท
2.SCGP มูลค่าการซื้อขาย 2,492.37 ล้านบาท ปิดที่ 63.25 บาท ลดลง 2.00 บาท
3.CGH มูลค่าการซื้อขาย 2,072.45 ล้านบาท ปิดที่ 2.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.01 บาท
ที่มา : marketdata.set.or.th
ภาพประกอบ : AFP ,TNN Online
- “หุ้นไทย” หมดแรง GDP-EPS โดนหั่นเรียบ “ภาษีสหรัฐฯ” ตัดสิน ไปต่อหรือรอ “1,000 จุด”
- หุ้นไทยไร้เสน่ห์ เพราะอะไร "หลบภัยตัวไหนดี"
- นาทีทองช้อนหุ้นไทย! ตัวไหนน่าลงทุนระยะสั้น-ยาว เช็กที่นี่ !
- ไตรมาส1 กำไร บจ. แกร่ง! SET ลุ้นโต 4% กนง.อาจไม่ลดดอกเบี้ย แนะหุ้นเด่น GULF ADVANC MTC
- หุ้นไทยเผชิญปัจจัยเสี่ยงรุมเร้า ตัวไหนน่าเก็งกำไร เช็กที่นี่ !
- 5 อันดับ “หุ้นไทย” ผลตอบแทน “สูงสุด-ต่ำสุด” ตั้งแต่ “ทรัมป์” ประกาศ "ภาษีสหรัฐฯ"
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand