
สรุปข่าว
วันนี้ (24 ธ.ค.) ดัชนีหุ้นไทยปิดที่ระดับ 1,637.22 จุด ลดลง 4.25 จุด (-0.26%) ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 57,271.90 ล้านบาท ระหว่างวันทำจุดสูงสุดที่ 1,644.12จุด และต่ำสุดที่ 1,635.19 จุด โดยดัชนีเคลื่อนไหวในแดนลบ หลังจากตลาดหลายแห่งหยุดทำการเนื่องจากเทศกาลคริสต์มาสและเข้าสู่ช่วงสัปดาห์สุดท้ายของปี ที่โดยปกติปริมาณการซื้อขายจะเบาบางที่สุด และนักลงทุนบางส่วนแบ่งขายหุ้นทำกำไรหลังปรับตัวขึ้นมาช่วงก่อนหน้านี้ ส่วนความกังวลโควิดโอมิครอนเริ่มลดลงหลังจากผลวิจัยชี้ว่าผู้ติดเชื้อมีความเสี่ยงน้อยกว่าเดลต้า
บล.เมย์แบงก์ เปิดเผยว่า หุ้นไทยวันนี้แกว่งตัวในกรอบแคบ เนื่องจากตลาดต่างประเทศเริ่มเข้าสู่ช่วงหยุดยาวคริสต์มาสตั้งแต่บ่ายวันนี้-พรุ่งนี้ ส่งผลให้ตลาดหุ้นแต่ละประเทศกลับมาให้น้ำหนักปัจจัยขับเคลื่อนในประเทศเป็นหลัก ทั้งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ การบริโภคปลายปี
เช่นเดียวกับ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย)ที่ระบุว่า หุ้นไทยโดยรวมยังเป็นลักษณะแกว่งออกด้านข้างด้วยมูลค่าการซื้อขายที่เบาบาง เพราะกำลังเข้าสู่ช่วงหยุดยาวในเทศกาลคริสต์มาสต่อเนื่องถึงปีใหม่ โดยในส่วนตลาดบ้านเราได้รับแรงกดดันจากหุ้น MAKRO หลังจากหุ้น PO เข้าเทรดวันแรก ซึ่งหุ้นในกลุ่มค้าปลีกวันนี้ต่างก็ปรับตัวลงกันด้วย โดยตลาดฯยังเผชิญแรงขายหุ้นขนาดใหญ่อยู่ ขณะที่หุ้นขนาดกลาง และเล็ก จะปรับตัวได้ดีกว่าตลาดฯ
ขณะที่แนวโน้มตลาดหุ้นไทย เปิดวันแรกในสัปดาห์หน้า (27 ธ.ค.64) คาด จะแกว่งทรงตัวในกรอบ 1,633-1,645 จุด แต่บรรยากาศการลงทุนจะเงียบเหงาต่อเนื่อง เพราะเป็นช่วงสัปดาห์สุดท้ายของปี แต่จะมีแรงซื้อจากกองทุนในประเทศ ทั้งจากแรงซื้อกองทุนประหยัดภาษี และการทำ window dressing เข้ามาพยุงอยู่บ้าง
ด้านบล.เอเซียพลัส เปิดเผยว่า แม้สัญญาณการแพร่ระบาดไวรัสโควิดสายพันธุ์โอมิครอนให้หลายประเทศเริ่มดีขึ้น จากการเตรียมความพร้อมทั้งนโยบายภาครัฐและตัวประชาชนเอง จนทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกฟื้นตัวขึ้นมาอยู่ในระดับก่อนเกิดการระบาดของสายพันธุ์ดังกล่าวในอังกฤษ สหรัฐ แต่การเข้าสู่ช่วงเทศกาลหยุดยาวของต่างชาติคริสต์มาส และวันปีใหม่ทำให้มูลค่าการซื้อขายหุ้นในไทยมีโอกาสลดลงมากเมื่อเทียบกับช่วงที่ผ่านๆมา การลงทุนในช่วงนี้จึงควรเน้นหุ้นที่ได้ประโยชน์จากช้อปดีมีคืน ปันผลเด่น และมีกำไรเด่นปีหน้า
สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 3 หลักทรัพย์ ได้แก่
1.GPSC มูลค่าการซื้อขาย 5,102.15 ล้านบาท ปิดที่ 86.25 บาท เพิ่มขึ้น 3.25 บาท
2.MAKRO มูลค่าการซื้อขาย 3,379.50 ล้านบาท ปิดที่ 42.50 บาท ลดลง 2.25 บาท
3. EA มูลค่าการซื้อขาย 1,537.88 ล้านบาท ปิดที่ 93.50 บาท ลดลง 0.25 บาท

ที่มา : marketdata.set.or.th , บล. หยวนต้า (ประเทศไทย), บล.เอเชียพลัส,บล.เมย์แบงก์
ภาพประกอบ : afp , TNN Online
- “หุ้นไทย” หมดแรง GDP-EPS โดนหั่นเรียบ “ภาษีสหรัฐฯ” ตัดสิน ไปต่อหรือรอ “1,000 จุด”
- หุ้นไทยไร้เสน่ห์ เพราะอะไร "หลบภัยตัวไหนดี"
- นาทีทองช้อนหุ้นไทย! ตัวไหนน่าลงทุนระยะสั้น-ยาว เช็กที่นี่ !
- ไตรมาส1 กำไร บจ. แกร่ง! SET ลุ้นโต 4% กนง.อาจไม่ลดดอกเบี้ย แนะหุ้นเด่น GULF ADVANC MTC
- ป่วยโควิด สายพันธุ์ XEC อาการแบบไหน รับมืออย่างไรได้บ้าง
- หุ้นไทยเผชิญปัจจัยเสี่ยงรุมเร้า ตัวไหนน่าเก็งกำไร เช็กที่นี่ !
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand