ถูกออกหมายจับแล้วต้องเจออะไรต่อ? เปิดขั้นตอนฝากขังและประกันตัว

Share on Line Share on Facebook Share on X
ถูกออกหมายจับแล้วต้องเจออะไรต่อ? เปิดขั้นตอนฝากขังและประกันตัว

การถูกออกหมายจับเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการทางกฎหมายที่ผู้ต้องหาต้องเข้าสู่การสอบสวนและการพิจารณาของศาล โดยมีขั้นตอนสำคัญตั้งแต่การแจ้งข้อกล่าวหา การควบคุมตัว การขอฝากขัง ไปจนถึงการยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว ซึ่งแต่ละขั้นตอนมีกฎหมายกำหนดระยะเวลาและเงื่อนไขไว้อย่างชัดเจน เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้ต้องหาควบคู่กับการดำเนินคดีของเจ้าหน้าที่รัฐ

กรณีของ น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือ บุ๋ม ปนัดดา ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี ซึ่งถูกตำรวจสอบสวนกลางจับกุมเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 จากคดีเกี่ยวกับเงินบริจาคของมูลนิธิ ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะระยะเวลาที่ตำรวจสามารถควบคุมตัวได้ หลักเกณฑ์การฝากขัง และสิทธิในการขอประกันตัวระหว่างการสอบสวน ซึ่งกฎหมายกำหนดให้พิจารณาตามข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ของแต่ละคดี

จากหมายจับสู่การสอบสวน คดีบุ๋ม ปนัดดา

ความคืบหน้าคดีเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 เวลาประมาณ 06.28 น. เจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ หรือ บก.ปอศ. นำหมายจับและหมายค้นจากศาลอาญาเข้าดำเนินการที่บ้านพักของบุ๋ม ปนัดดา ย่านนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร ก่อนตรวจค้นและรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการเงินบริจาคของมูลนิธิองค์กรทำดี

ต่อมาเวลาประมาณ 11.08 น. เจ้าหน้าที่นำตัวบุ๋ม ปนัดดา ถึงกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อเข้าสู่กระบวนการสอบปากคำ โดยเจ้าตัวยืนยันพร้อมต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม และมีทนายความเข้าร่วมติดตามการดำเนินคดี

สำหรับข้อกล่าวหาที่มีรายงาน ประกอบด้วย ความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงิน และความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งทั้งหมดอยู่ระหว่างการสอบสวนและตรวจสอบพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนจะสอบปากคำผู้ต้องหาอย่างละเอียด และพิจารณาเรื่องการประกันตัวตามหลักเกณฑ์กฎหมาย หากมีความเห็นคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราว จะนำตัวผู้ต้องหาไปยื่นคำร้องขอฝากขังต่อศาลอาญาก่อนเวลา 12.00 น. ของวันที่ 7 พฤศจิกายน 2569

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขยายผลการตรวจสอบเส้นทางการเงินไปยังบุคคลที่อาจเกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีกประมาณ 4-5 คน โดยต้องรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนดำเนินการตามกฎหมาย

หลังถูกจับกุม ผู้ต้องหามีสิทธิอะไรบ้าง?

เมื่อเจ้าหน้าที่จับกุมบุคคลตามหมายศาล ขั้นตอนต่อมาคือการแจ้งเหตุแห่งการจับและข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกจับทราบ พร้อมแจ้งสิทธิตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ก่อนเข้าสู่กระบวนการสอบสวน

ผู้ต้องหามีสิทธิที่จะให้การหรือไม่ให้การก็ได้ รวมถึงสิทธิในการมีทนายความเข้าร่วมรับฟังการสอบปากคำตามที่กฎหมายกำหนด โดยเจ้าหน้าที่ต้องเปิดโอกาสให้ผู้ต้องหาชี้แจงข้อเท็จจริงและนำพยานหลักฐานที่เป็นประโยชน์ต่อการต่อสู้คดีมาแสดง

ส่วนการสอบสวน พนักงานสอบสวนมีหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานอย่างรอบด้าน ทั้งหลักฐานที่อาจเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดและหลักฐานที่อาจพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหา เพื่อประกอบการพิจารณาว่ามีเหตุเพียงพอที่จะดำเนินคดีต่อไปหรือไม่

หลักสำคัญของกระบวนการยุติธรรมทางอาญาอยู่ที่การสันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดตามกฎหมาย

สรุปข่าว

เปิดขั้นตอนกฎหมายหลังถูกออกหมายจับ ตั้งแต่การสอบสวน การควบคุมตัวภายใน 48 ชั่วโมง การฝากขังสูงสุด 84 วันในคดีที่เข้าเงื่อนไข และสิทธิขอประกันตัว เชื่อมคดีบุ๋ม ปนัดดา หลังตำรวจจับกุม 6 พฤศจิกายน 2569 โดยศาลเป็นผู้พิจารณาคำร้องฝากขังและปล่อยตัวชั่วคราวตามกฎหมาย

การถูกออกหมายจับเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการทางกฎหมายที่ผู้ต้องหาต้องเข้าสู่การสอบสวนและการพิจารณาของศาล โดยมีขั้นตอนสำคัญตั้งแต่การแจ้งข้อกล่าวหา การควบคุมตัว การขอฝากขัง ไปจนถึงการยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว ซึ่งแต่ละขั้นตอนมีกฎหมายกำหนดระยะเวลาและเงื่อนไขไว้อย่างชัดเจน เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้ต้องหาควบคู่กับการดำเนินคดีของเจ้าหน้าที่รัฐ

กรณีของ น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือ บุ๋ม ปนัดดา ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี ซึ่งถูกตำรวจสอบสวนกลางจับกุมเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 จากคดีเกี่ยวกับเงินบริจาคของมูลนิธิ ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะระยะเวลาที่ตำรวจสามารถควบคุมตัวได้ หลักเกณฑ์การฝากขัง และสิทธิในการขอประกันตัวระหว่างการสอบสวน ซึ่งกฎหมายกำหนดให้พิจารณาตามข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ของแต่ละคดี

จากหมายจับสู่การสอบสวน คดีบุ๋ม ปนัดดา

ความคืบหน้าคดีเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 เวลาประมาณ 06.28 น. เจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ หรือ บก.ปอศ. นำหมายจับและหมายค้นจากศาลอาญาเข้าดำเนินการที่บ้านพักของบุ๋ม ปนัดดา ย่านนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร ก่อนตรวจค้นและรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการเงินบริจาคของมูลนิธิองค์กรทำดี

ต่อมาเวลาประมาณ 11.08 น. เจ้าหน้าที่นำตัวบุ๋ม ปนัดดา ถึงกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อเข้าสู่กระบวนการสอบปากคำ โดยเจ้าตัวยืนยันพร้อมต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม และมีทนายความเข้าร่วมติดตามการดำเนินคดี

สำหรับข้อกล่าวหาที่มีรายงาน ประกอบด้วย ความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงิน และความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งทั้งหมดอยู่ระหว่างการสอบสวนและตรวจสอบพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนจะสอบปากคำผู้ต้องหาอย่างละเอียด และพิจารณาเรื่องการประกันตัวตามหลักเกณฑ์กฎหมาย หากมีความเห็นคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราว จะนำตัวผู้ต้องหาไปยื่นคำร้องขอฝากขังต่อศาลอาญาก่อนเวลา 12.00 น. ของวันที่ 7 พฤศจิกายน 2569

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขยายผลการตรวจสอบเส้นทางการเงินไปยังบุคคลที่อาจเกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีกประมาณ 4-5 คน โดยต้องรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนดำเนินการตามกฎหมาย

หลังถูกจับกุม ผู้ต้องหามีสิทธิอะไรบ้าง?

เมื่อเจ้าหน้าที่จับกุมบุคคลตามหมายศาล ขั้นตอนต่อมาคือการแจ้งเหตุแห่งการจับและข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกจับทราบ พร้อมแจ้งสิทธิตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ก่อนเข้าสู่กระบวนการสอบสวน

ผู้ต้องหามีสิทธิที่จะให้การหรือไม่ให้การก็ได้ รวมถึงสิทธิในการมีทนายความเข้าร่วมรับฟังการสอบปากคำตามที่กฎหมายกำหนด โดยเจ้าหน้าที่ต้องเปิดโอกาสให้ผู้ต้องหาชี้แจงข้อเท็จจริงและนำพยานหลักฐานที่เป็นประโยชน์ต่อการต่อสู้คดีมาแสดง

ส่วนการสอบสวน พนักงานสอบสวนมีหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานอย่างรอบด้าน ทั้งหลักฐานที่อาจเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดและหลักฐานที่อาจพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหา เพื่อประกอบการพิจารณาว่ามีเหตุเพียงพอที่จะดำเนินคดีต่อไปหรือไม่

หลักสำคัญของกระบวนการยุติธรรมทางอาญาอยู่ที่การสันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดตามกฎหมาย

ตำรวจควบคุมตัวได้ 48 ชั่วโมง นับเวลาอย่างไร?

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 87 กำหนดให้เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ถูกจับได้เท่าที่จำเป็นตามพฤติการณ์แห่งคดี หากยังไม่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวและมีความจำเป็นต้องควบคุมตัวเพื่อสอบสวนหรือดำเนินคดี ต้องนำตัวผู้ถูกจับไปศาลภายใน 48 ชั่วโมง นับตั้งแต่เวลาที่ผู้ถูกจับถูกนำตัวไปถึงที่ทำการของพนักงานสอบสวนตามกฎหมาย เว้นแต่มีเหตุสุดวิสัยหรือเหตุจำเป็นอื่นที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

ระยะเวลา 48 ชั่วโมงดังกล่าวไม่ได้เริ่มนับตั้งแต่วันที่ศาลออกหมายจับ แต่เริ่มจากเวลาที่ผู้ถูกจับถูกนำตัวถึงที่ทำการของพนักงานสอบสวนตามหลักเกณฑ์กฎหมาย

หากพนักงานสอบสวนเห็นว่ายังมีความจำเป็นต้องควบคุมตัวผู้ต้องหาเพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน จะต้องยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขออนุญาตฝากขัง โดยระบุเหตุผลและความจำเป็นให้ศาลพิจารณา

ศาลมีอำนาจสอบถามผู้ต้องหาว่าประสงค์คัดค้านการฝากขังหรือไม่ และอาจเรียกพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการมาชี้แจง รวมถึงตรวจสอบพยานหลักฐานเพิ่มเติมก่อนมีคำสั่ง

การฝากขังจึงต้องผ่านการพิจารณาของศาลทุกครั้ง โดยคำนึงถึงความจำเป็นในการดำเนินคดีและสิทธิของผู้ต้องหาตามกฎหมาย

ฝากขังได้นานแค่ไหน กฎหมายกำหนดสูงสุด 84 วัน

ระยะเวลาฝากขังขึ้นอยู่กับอัตราโทษสูงสุดของความผิดที่ถูกกล่าวหา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 87 ซึ่งแบ่งการพิจารณาตามความร้ายแรงของคดี

สำหรับคดีที่มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 500 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ศาลสามารถสั่งขังได้ครั้งเดียวไม่เกิน 7 วัน

ส่วนคดีที่มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกิน 6 เดือน แต่ไม่ถึง 10 ปี หรือปรับเกิน 500 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ศาลสามารถอนุญาตให้ฝากขังได้หลายครั้ง ครั้งละไม่เกิน 12 วัน โดยรวมระยะเวลาทั้งหมดต้องไม่เกิน 48 วัน

ขณะที่คดีซึ่งมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ศาลสามารถอนุญาตให้ฝากขังได้ครั้งละไม่เกิน 12 วัน และมีระยะเวลารวมสูงสุด 84 วัน หรือเทียบเท่า 7 ผัด

อย่างไรก็ตาม การฝากขังสูงสุด 84 วันเป็นเพียงกรอบเวลาที่กฎหมายอนุญาตสำหรับคดีที่เข้าเงื่อนไข ไม่ได้หมายความว่าผู้ต้องหาทุกรายจะต้องถูกควบคุมตัวจนครบกำหนด และเมื่อมีการฝากขังในคดีประเภทดังกล่าวครบ 48 วันแล้ว การขอต่อระยะเวลาฝากขังต้องแสดงเหตุจำเป็นและนำพยานหลักฐานให้ศาลไต่สวนจนเป็นที่พอใจ

สำหรับคดีบุ๋ม ปนัดดา การพิจารณาว่าจะฝากขังเป็นระยะเวลาเท่าใด ต้องพิจารณาจากข้อกล่าวหาที่ใช้ดำเนินคดี อัตราโทษตามกฎหมาย และเหตุจำเป็นในการควบคุมตัว ซึ่งอยู่ในอำนาจพิจารณาของศาล

ถูกออกหมายจับแล้วขอประกันตัวได้หรือไม่?

แม้ผู้ต้องหาจะถูกจับกุมตามหมายศาล แต่กฎหมายยังเปิดโอกาสให้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว หรือที่เรียกทั่วไปว่าการประกันตัวได้ ทั้งในชั้นพนักงานสอบสวนและชั้นศาลตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง

การพิจารณาประกันตัวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 108 และมาตรา 108/1 ต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ของคดี โดยเฉพาะความเสี่ยงที่ผู้ต้องหาอาจหลบหนี เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน ก่อเหตุอันตรายเพิ่มเติม หรือส่งผลกระทบต่อการสอบสวนและการดำเนินคดี

นอกจากนี้ ยังต้องพิจารณาความน่าเชื่อถือของผู้ยื่นคำร้องและหลักประกัน หากมีการกำหนดให้ใช้หลักประกัน รวมถึงเงื่อนไขอื่นที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยตัวชั่วคราว

หากศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่มีเหตุสมควรควบคุมตัวต่อ ก็สามารถมีคำสั่งปล่อยตัวชั่วคราวได้ โดยอาจกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ต้องหาปฏิบัติตาม เช่น การรายงานตัวตามกำหนด การห้ามเดินทางออกนอกประเทศ หรือมาตรการป้องกันการหลบหนีตามที่กฎหมายรองรับ

ในทางกลับกัน หากมีเหตุอันควรเชื่อว่าการปล่อยตัวจะส่งผลกระทบต่อกระบวนการยุติธรรม ศาลมีอำนาจไม่อนุญาตให้ประกันตัว โดยต้องแสดงเหตุผลของคำสั่งอย่างชัดเจน

การประกันตัวจึงเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ต้องหาได้รับอิสรภาพระหว่างการดำเนินคดีภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด โดยไม่ได้เป็นการยุติข้อกล่าวหาหรือทำให้คดีสิ้นสุดลง

หากศาลไม่ให้ประกันตัว ต้องทำอย่างไรต่อ?

กรณีศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ผู้ต้องหาจะถูกควบคุมตัวตามหมายขังของศาล โดยฝ่ายผู้ต้องหาและทนายความยังสามารถใช้สิทธิตามกฎหมายเพื่อยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวอีกครั้ง หรืออุทธรณ์คำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัวตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด

การยื่นคำร้องครั้งใหม่อาจมีการเสนอข้อเท็จจริงหรือพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา เช่น หลักฐานแสดงที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ภาระหน้าที่ทางครอบครัว ความพร้อมปฏิบัติตามเงื่อนไขของศาล หรือมาตรการที่ช่วยลดความเสี่ยงในการหลบหนี

อย่างไรก็ตาม ศาลจะพิจารณาคำร้องแต่ละครั้งตามเหตุผลและข้อเท็จจริงที่ปรากฏ โดยไม่มีหลักประกันว่าการยื่นคำร้องใหม่จะได้รับอนุญาตเสมอไป

ระหว่างการควบคุมตัว ผู้ต้องหายังคงมีสิทธิติดต่อทนายความ เตรียมพยานหลักฐาน และดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อปกป้องสิทธิของตนเอง

หลังฝากขัง คดีเดินหน้าสู่ขั้นตอนใด?

เมื่อเข้าสู่กระบวนการฝากขังแล้ว พนักงานสอบสวนยังคงดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดทำสำนวนการสอบสวนให้ครบถ้วน ก่อนส่งสำนวนพร้อมความเห็นไปยังพนักงานอัยการ

พนักงานอัยการจะตรวจสอบสำนวนและพิจารณาว่าพยานหลักฐานเพียงพอต่อการฟ้องคดีหรือไม่ โดยอาจมีคำสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติม สั่งฟ้อง หรือสั่งไม่ฟ้องตามหลักเกณฑ์กฎหมาย

หากอัยการมีคำสั่งฟ้องและยื่นฟ้องต่อศาล คดีจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดี โดยจำเลยมีสิทธิต่อสู้คดี นำพยานหลักฐานเข้าสืบ และโต้แย้งพยานหลักฐานของฝ่ายโจทก์

สำหรับคดีบุ๋ม ปนัดดา ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามหลังวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 คือผลการสอบสวน การยื่นคำร้องขอฝากขัง การพิจารณาประกันตัว และการตรวจสอบเส้นทางการเงินของมูลนิธิองค์กรทำดี ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของพยานหลักฐานประกอบการดำเนินคดีในระยะต่อไป

ทั้งนี้ การออกหมายจับ การแจ้งข้อกล่าวหา การควบคุมตัว และการฝากขัง เป็นขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดไว้ในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ส่วนการวินิจฉัยว่าบุคคลใดกระทำความผิดหรือไม่ เป็นอำนาจของศาลในการพิจารณาพยานหลักฐานตามกระบวนการยุติธรรม

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN

บรรณาธิการออนไลน์