
ข้อถกเถียงเรื่องกฎหมาย เด็ก “รอด” จริงไหม เมื่อกระทำความผิด
จากกรณีการเกิดอุบัติเหตุใหญ่ เด็กขับรถกระบะพุ่งชนคณะพระธุดงค์ที่จังหวัดมุกดาหาร ส่งผลทำให้มีพระสงฆ์และฆารวาสบาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงสายของวันที่ 2 กรกฎาคม 2569ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์สะเทือนขวัญของสังคม
อย่างไรก็ตาม อุบัติเหตุครั้งนี้ได้จุดประเด็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกิดขึ้นในสังคม เนื่องจากเป็นเหตุการณ์นี้ค่อนข้างรุนแรง หลายคนต่างมุ่งเน้นไปที่ประเด็นความรับผิดชอบของผู้ปกครอง และข้อจำกัดทางกฎหมายเกี่ยวกับอายุของผู้ก่อเหตุ ซึ่งเรื่องดังกล่าวมีการแบ่งมุมมองออกเป็นหลายด้านเช่นกัน
เด็กหรือเยาวชนถูกจับในคดีอาญา กฎหมายระบุโทษและดำเนินคดีอย่างไร?
ข้อมูลจาก สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดสมุทรสาคร เด็กและเยาวชน เมื่อกระทำความผิดจะได้รับโทษไม่เท่ากับผู้ใหญ่ แต่เคยสงสัยไหมว่าในทางกฎหมายแล้วจำแนกเกณฑ์อายุของผู้กระทำความผิดว่าเป็นเด็กหรือเยาวชนอย่างไร และแต่ละช่วงวัยได้รับโทษแตกต่างกันอย่างไรบ้าง
การจำแนกเกณฑ์อายุเด็กหรือเยาวชน
ในกระบวนการและขั้นตอนการจับกุมเด็กและเยาวชน มีกฎหมายที่ใช้หลักๆ พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 และพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 29) พ.ศ. 2565
นอกจากนี้ยังมีการกำหนดนิยามของคำว่า เด็ก และ เยาวชน ตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 4 ดังนี้
- เด็ก หมายความว่า บุคคลอายุเกิน 12 ปีบริบูรณ์ แต่ยังไม่ถึง 15 ปี บริบูรณ์
- เยาวชน หมายความว่า บุคคลอายุเกิน 15 ปีบริบูรณ์ แต่ยังไม่ถึง 18 ปี บริบูรณ์
การแบ่งเกณฑ์อาญาเด็กในกรณีกระทำความผิดอาญา
เด็กหรือเยาวชนเมื่อทำผิดจะถูกดำเนินคดีภายใต้ศาลเยาวชนและครอบครัว จะมีขั้นตอนการดำเนินคดีแตกต่างไปจากผู้ใหญ่ โดย พ.ร.บ.ศาลเยาวชนฯ ที่เป็นกฎหมายกำหนดขั้นตอนและวิธีการดำเนินคดีกับเด็กหรือเยาวชน มีเจตนารมณ์และบทบัญญัติที่มุ่งฟื้นฟูเด็กหรือเยาวชนที่ทำความผิดทางอาญามากกว่ามุ่งลงโทษ ซึ่งจะมีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำแนกตามเกณฑ์อายุเด็กหรือเยาวชน
สรุปข่าว
ข้อถกเถียงเรื่องกฎหมาย เด็ก “รอด” จริงไหม เมื่อกระทำความผิด
จากกรณีการเกิดอุบัติเหตุใหญ่ เด็กขับรถกระบะพุ่งชนคณะพระธุดงค์ที่จังหวัดมุกดาหาร ส่งผลทำให้มีพระสงฆ์และฆารวาสบาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงสายของวันที่ 2 กรกฎาคม 2569ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์สะเทือนขวัญของสังคม
อย่างไรก็ตาม อุบัติเหตุครั้งนี้ได้จุดประเด็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกิดขึ้นในสังคม เนื่องจากเป็นเหตุการณ์นี้ค่อนข้างรุนแรง หลายคนต่างมุ่งเน้นไปที่ประเด็นความรับผิดชอบของผู้ปกครอง และข้อจำกัดทางกฎหมายเกี่ยวกับอายุของผู้ก่อเหตุ ซึ่งเรื่องดังกล่าวมีการแบ่งมุมมองออกเป็นหลายด้านเช่นกัน
เด็กหรือเยาวชนถูกจับในคดีอาญา กฎหมายระบุโทษและดำเนินคดีอย่างไร?
ข้อมูลจาก สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดสมุทรสาคร เด็กและเยาวชน เมื่อกระทำความผิดจะได้รับโทษไม่เท่ากับผู้ใหญ่ แต่เคยสงสัยไหมว่าในทางกฎหมายแล้วจำแนกเกณฑ์อายุของผู้กระทำความผิดว่าเป็นเด็กหรือเยาวชนอย่างไร และแต่ละช่วงวัยได้รับโทษแตกต่างกันอย่างไรบ้าง
การจำแนกเกณฑ์อายุเด็กหรือเยาวชน
ในกระบวนการและขั้นตอนการจับกุมเด็กและเยาวชน มีกฎหมายที่ใช้หลักๆ พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 และพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 29) พ.ศ. 2565
นอกจากนี้ยังมีการกำหนดนิยามของคำว่า เด็ก และ เยาวชน ตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 4 ดังนี้
- เด็ก หมายความว่า บุคคลอายุเกิน 12 ปีบริบูรณ์ แต่ยังไม่ถึง 15 ปี บริบูรณ์
- เยาวชน หมายความว่า บุคคลอายุเกิน 15 ปีบริบูรณ์ แต่ยังไม่ถึง 18 ปี บริบูรณ์
การแบ่งเกณฑ์อาญาเด็กในกรณีกระทำความผิดอาญา
เด็กหรือเยาวชนเมื่อทำผิดจะถูกดำเนินคดีภายใต้ศาลเยาวชนและครอบครัว จะมีขั้นตอนการดำเนินคดีแตกต่างไปจากผู้ใหญ่ โดย พ.ร.บ.ศาลเยาวชนฯ ที่เป็นกฎหมายกำหนดขั้นตอนและวิธีการดำเนินคดีกับเด็กหรือเยาวชน มีเจตนารมณ์และบทบัญญัติที่มุ่งฟื้นฟูเด็กหรือเยาวชนที่ทำความผิดทางอาญามากกว่ามุ่งลงโทษ ซึ่งจะมีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำแนกตามเกณฑ์อายุเด็กหรือเยาวชน
เกณฑ์อายุเด็กหรือเยาวชนเมื่อถูกจับคดีอาญา รับ VS ไม่รับโทษ?
ทั้งนี้ หากดูข้อมูลจาก สำนักงานกิจการยุติธรรม ที่ได้ให้ความรู้ เกี่ยวกับเกณฑ์อายุเด็กหรือเยาวชนเมื่อถูกจับในคดีอาญา โดยระบุไว้ว่า กฎหมายน่ารู้ : จับกุมเด็กและเยาวชน ต้องคำนึงถึงเกณฑ์อายุต่ำกว่า 12 – 18 ปี รับ VS ไม่รับโทษ? กระบวนการและขั้นตอนในการจับกุมเด็กและเยาวชนนั้น มีความแตกต่างจากกระบวนการที่ใช้เมื่อจับกุมผู้ต้องหาที่เป็นผู้ใหญ่ โดยกฎหมายหลักที่ใช้ คือ พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 และพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 29) พุทธศักราช 2565
เพิ่มเกณฑ์อายุเด็กในกรณีที่เด็กกระทำความผิดอาญา
เมื่อมีการจับกุมเด็กและเยาวชน (อายุต่ำกว่า 12 – 18 ปี) กำหนดให้ “ตำรวจ” ต้องแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามกฎหมายให้เด็กและเยาวชนทราบ หลังจากนั้นก็ให้นำตัวเด็กหรือเยาวชนไปที่ทำการของพนักงานสอบสวนโดยเร็ว ทำการสอบสวนสอบปากคำ ดำเนินกระบวนการตามกฎหมาย และให้ ส่งตัวเด็กหรือเยาวชน ที่ถูกจับไปศาลเพื่อตรวจสอบการจับกุม ภายในเวลา 24 ชั่วโมง
อายุต่ำกว่า 12 ปี
พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายคุ้มครองเด็ก (กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์) จะต้องดำเนินการ
- สืบเสาะและพินิจข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกำหนดแนวทางคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก
- จัดประชุมผู้เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแผนแก้ไขฟื้นฟูเด็ก วิธีการคุ้มครองสวัสดิภาพ การยุติการคุ้มครอง รวมถึงการเยียวยาผู้เสียหาย
อายุ 12 – 15 ปี
- แจ้งผู้ปกครอง และแจ้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน เพื่อสืบเสาะและจัดทำแผนแก้ไขบำบัดฟื้นฟูส่งให้ตำรวจ/อัยการ/ศาล ภายใน 30 วัน
- นำตัวเด็กส่งต่อศาลเยาวชนและครอบครัว ภายใน 24 ชั่วโมง
- ศาลเยาวชนและครอบครัวพิจารณาคดี กรณีศาลฯ เห็นว่ายังไม่เห็นสมควรพิพากษาลงโทษ จะดำเนินการว่ากล่าวตักเตือนปล่อยตัวชั่วคราว (มี/ไม่มีประกัน) ส่งตัวเด็กไปยังสถานศึกษา/ฝึกอบรมมอบตัวเด็กให้อยู่กับบุคคล/องค์กรที่ศาลเห็นสมควร หรือกำหนดเงื่อนไขที่จะต้องปฏิบัติตามภานในระยะเวลาที่กำหนด
อายุ 15 – 18 ปี
- กรณีศาลฯ เห็นว่า ยังไม่เห็นสมควรพิพากษาลงโทษ ให้ดำเนินการเช่นเดียวกับเด็กและเยาชนอายุ 12 – 15 ปี
- กรณีศาลฯ เห็นว่า เห็นสมควรพิพากษาลงโทษ : ลดโทษกึ่งหนึ่งของโทษทางกฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดในคดีอาญาหรือสั่งโอนคดีไปยังศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีธรรมดาได้ (ถ้าเด็กหรือเยาวชนที่ทำความผิด มีร่างกาย จิตใจ สติปัญญา และนิสัยเหมือนผู้ใหญ่)
ข้อควรรู้ : ถึงแม้เด็กและเยาวชนแม้ไม่ได้รับโทษอาญาแต่ยังต้องรับผิดในทางแพ่งโดยพ่อแม่ต้องร่วมรับผิดชอบด้วย
ประมวลกฎหมายอาญากำหนดเกณฑ์อายุเด็ก
เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 29) พุทธศักราช 2565 ฉบับนี้ คือ
ปัจจุบัน ประมวลกฎหมายอาญากำหนดเกณฑ์อายุเด็ก ซึ่งไม่ต้องรับโทษแม้ได้กระทำการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิดไว้ที่ “อายุยังไม่เกิน 10 ปี” แต่จากข้อมูลทางการแพทย์ พบว่าเด็กอายุ 12 ปี กับ เด็กอายุ 10 ปี ไม่มีความแตกต่างกันมากนัก โดยเป็นช่วงอายุที่พัฒนาการด้านความคิด สติ ปัญญาจริยธรรม และความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ยังไม่เจริญเติบโตเต็มที่และ ยังไม่สามารถคาดการณ์ถึงผลที่อาจเกิดขึ้นจากการกระทำของตนได้อย่างดีพอ อีกทั้ง เด็กอายุไม่เกิน 12 ปี อยู่ในวัยการศึกษาระดับประถมศึกษา ยังไม่สมควรให้เข้าสู่กระบวนการดำเนินคดีอาญา
ซึ่งมีขั้นตอนการดำเนินการบางประการที่กระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล และอาจทำให้เด็กเรียนรู้วิธีกระทำความผิดเพิ่มขึ้น จนนำไปสู่การกระทำความผิดซ้ำอีก ดังนั้น จึงสมควรใช้มาตรการตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็ก เพื่อให้การสงเคราะห์และคุ้มครองสิทธิและสวัสดิภาพของเด็กอายุ 10 ปี แต่ไม่เกิน 12 ปี ได้รับผลดีมากขึ้น โดยคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุด ของเด็กเป็นสำคัญ เพื่อให้เด็กกลับตัวเป็นคนดีและเป็นประชากร ที่มีคุณภาพกลับคืนสู่สังคมได้
ประกอบกับการกำหนดเกณฑ์อายุของเด็กซี่งไม่ต้องรับโทษแม้ได้กระทำการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิดจากอายุยังไม่เกิน 10 ปี เป็นอายุยังไม่เกิน 12 ปี เป็นการดำเนินงานที่สอดคล้องกับข้อเสนอแนะทั่วไป ฉบับที่ 10 (ค.ศ. 2007) (General Comment No. 10 (2007) Children’s rights in juvenile justice) ที่ออกตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (Convention on the Rights of the Child – CRc) และประเทศไทยได้ตอบรับและให้คำมั่น โดยสมัครใจที่จะปฏิบัติตามภายใต้กลไก Universal Periodic Review (UPR) รอบที่ 2 (พ.ศ.2559 ถึง พ.ศ. 2563)
เด็กทำความผิด พ่อแม่ต้องรับผิดชอบหรือไม่?
สำหรับความผิดเราต้องแยกระหว่างความผิดทางอาญา กับความรับผิดทางแพ่ง ปัจจุบันตามประมวลกฎหมายอาญาแบ่งความรับผิดออกตามช่วงอายุ ดังนี้
- ป.อ. มาตรา 73 เด็กอายุยังไม่เกิน 10 ปี กระทําการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิด เด็กนั้นไม่ต้องรับโทษ ให้พนักงานสอบสวนส่งตัวเด็กให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็ก เพื่อดําเนินการคุ้มครองสวัสดิภาพตามกฎหมาย
- ป.อ. มาตรา 74 เด็กอายุยังไม่เกิน 10 ปี แต่ยังไม่เกิน 15 ปี กระทําการอันกฎหมาย บัญญัติเป็นความผิด เด็กนั้นไม่ต้องรับโทษ แต่ในศาลมีอํานาจที่จะดําเนินการ เช่น ว่ากล่าว ตักเตือนเด็กนั้นแล้วปล่อยตัวไป หรือถ้าศาลเห็นสมควรจะเรียกบิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือ บุคคลที่เด็กนั้นอาศัยอยู่มาตักเตือนด้วยก็ได้ หรือศาล ผู้ปกครองระหว่างเด็กนั้นไม่ให้ก่อเหตุร้ายตลอดเวลาที่ศาลกําหนดซึ่งต้องไม่เกินสามปีและกำหนดจำนวน
- ป.อ. มาตรา 75 ผู้ใดอายุกว่า 15 ปี แต่ต่ำกว่า 18 ปี กระทําการอันกฎหมาย บัญญัติเป็นความผิด ให้ศาลพิจารณาถึงความรู้ผิดชอบและสิ่งอื่นทั้งปวงเกี่ยวกับผู้นั้น ในอันที่ จะควรวินิจฉัยว่าสมควรพิพากษาลงโทษผู้นั้นหรือไม่ ถ้าศาลเห็นว่าไม่สมควรพิพากษาลงโทษก็ ให้จัดการตามมาตรา 74 หรือถ้าศาลเห็นว่าสมควรพิพากษาลงโทษ ก็ให้ลดมาตราส่วนโทษที่ กําหนดไว้สำหรับความผิดลงกึ่งหนึ่ง
- ป.อ. มาตรา 76 ผู้ใดอายุตั้งแต่ 18 ปี แต่ยังไม่เกิน 20 ปี กระทำการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิด ถ้าศาลเห็นสมควรจะลดมาตราส่วนโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นลงหนึ่งในสามหรือกึ่งหนึ่งก็ได้
สำหรับในความรับผิดทางแพ่งนั้น มีกฎหมายกำหนดความรับผิดระหว่างผู้เยาว์กับบิดามารดาไว้อย่างชัดเจน ป.พ.พ. มาตรา 429 บุคคลใดแม้ไร้ความสามารถเพราะเหตุเป็นผู้เยาว์หรือวิกลจริตก็ยังต้องรับผิดในผลที่ตนทำละเมิด บิดามารดาหรือผู้อนุบาลของบุคคลเช่นว่านี้ย่อม ต้องรับผิดร่วมกับเขาด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่ดูแลซึ่งทำอยู่นั้น
ดังนั้น แม้พ่อแม่ไม่ได้เป็นผู้กระทำผิดทางอาญา แต่ความรับผิดทางแพ่งพ่อแม่อาจจะไม่หลุดพ้นที่จะต้องร่วมรับผิดกับเด็กในทางละเมิด
จากคดีสะเทือนขวัญเด็กชายวัย 11 ขวบซิ่งรถกระบะชนพระธุดงค์จนมรณภาพ ไม่เพียงแต่สร้างความสูญเสีย แต่ยังส่งแรงสั่นสะเทือนไปถึงข้อถกเถียงเรื่องกฎหมายเยาวชนในสังคมไทยอย่างรุนแรง
คำถามที่ว่าเด็ก “รอด” จริงไหมเมื่อกระทำความผิด คำตอบในทางกฎหมายอาจจะใช่ในแง่ของ “โทษทางอาญา” แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่สังคมต้องตระหนักจากบทเรียนนี้คือ เด็กอาจไม่ต้องรับโทษทางอาญา แต่คนเป็น “พ่อแม่” ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธความรับผิดชอบ คดีนี้จึงเป็นสัญญาณเตือนภัยไปยังทุกครอบครัว
ข้อมูลอ้างอิงจาก สำนักงานกิจการยุติธรรม และ สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดสมุทรสาคร
- สรุปเหตุ เด็กวัย 11 ปี ขับรถกระบะชนขบวนพระธุดงค์ มรณภาพ 8 รูป ในมุกดาหาร
- เมื่อพบคนตาย ห้ามทำอะไร? เปิดข้อกฎหมายหลังคดีบางบัวทอง
- "6 รูปแบบพ่อแม่" ที่เสี่ยง "สร้างบาดแผลในใจเด็ก" เช็กด่วน!เรากำลังทำร้ายลูกไม่รู้ตัวหรือเปล่า?
- นิวยอร์กเตรียมออกกฎหมายใหม่ บังคับติดป้ายข่าวจาก AI พักสร้าง Data Center 3 ปี
- รถยนต์คือที่ลับหรือที่แจ้ง? เส้นบางๆ ชี้เป็นชี้ตายคดีอาญา
ที่มาข้อมูล : สำนักงานกิจการยุติธรรม และ สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดสมุทรสาคร
ที่มารูปภาพ : AFP
อดีตนักข่าวการเมืองภาคสนาม ติ่งเกาหลีที่ชอบดูฟุตบอล เป็นสายมูและทาสแมว
