เปิดข้อกฎหมาย “โกงข้อสอบ” ผิดอะไรบ้าง? แม้ไม่มีความผิดเฉพาะในกฎหมายไทย

Share on Line Share on Facebook Share on X
เปิดข้อกฎหมาย “โกงข้อสอบ” ผิดอะไรบ้าง? แม้ไม่มีความผิดเฉพาะในกฎหมายไทย

แม้กฎหมายไทยยังไม่มีบทบัญญัติที่ระบุคำว่า “ความผิดฐานโกงข้อสอบ” ไว้โดยตรง แต่การทุจริตในการสอบแข่งขัน การสอบเข้าศึกษาต่อ หรือการสอบบรรจุเข้ารับราชการ สามารถเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายหลายฉบับ ขึ้นอยู่กับรูปแบบการกระทำและบทบาทของผู้เกี่ยวข้อง

กรณีทั่วไป องค์กรจัดสอบทั้งภาครัฐและสถาบันการศึกษามักกำหนดระเบียบการสอบอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการนำโพยเข้าห้องสอบ การใช้อุปกรณ์สื่อสาร การถ่ายภาพข้อสอบ หรือการส่งคำตอบให้ผู้อื่น หากตรวจพบการทุจริต ผู้เข้าสอบอาจถูกตัดสิทธิ์คะแนน ยกเลิกผลสอบ หรือถูกห้ามสมัครสอบในระยะเวลาที่กำหนด

ตัวอย่างเช่น ระบบ TCAS กำหนดให้ผู้ที่ทุจริตหรือพยายามทุจริตการสอบ จะไม่ได้รับการประกาศผลคะแนนทุกวิชา และอาจถูกตัดสิทธิ์เข้าร่วมกระบวนการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยเป็นเวลา 3 ปี

ในทางอาญา การโกงข้อสอบมักถูกดำเนินคดีภายใต้ฐานความผิดอื่นที่กฎหมายมีอยู่แล้ว เช่น ความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 หากมีการให้ข้อมูลเท็จในการสมัครสอบหรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จต่อเจ้าหน้าที่ มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

สรุปข่าว

แม้กฎหมายไทยยังไม่มีความผิดฐาน “โกงข้อสอบ” โดยตรง แต่ผู้กระทำอาจถูกดำเนินคดีตามหลายกฎหมาย ทั้งแจ้งข้อความเท็จ ปลอมเอกสาร อั้งยี่ และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องอาจถูกดำเนินคดีความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ พร้อมโทษวินัยร้ายแรง

แม้กฎหมายไทยยังไม่มีบทบัญญัติที่ระบุคำว่า “ความผิดฐานโกงข้อสอบ” ไว้โดยตรง แต่การทุจริตในการสอบแข่งขัน การสอบเข้าศึกษาต่อ หรือการสอบบรรจุเข้ารับราชการ สามารถเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายหลายฉบับ ขึ้นอยู่กับรูปแบบการกระทำและบทบาทของผู้เกี่ยวข้อง

กรณีทั่วไป องค์กรจัดสอบทั้งภาครัฐและสถาบันการศึกษามักกำหนดระเบียบการสอบอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการนำโพยเข้าห้องสอบ การใช้อุปกรณ์สื่อสาร การถ่ายภาพข้อสอบ หรือการส่งคำตอบให้ผู้อื่น หากตรวจพบการทุจริต ผู้เข้าสอบอาจถูกตัดสิทธิ์คะแนน ยกเลิกผลสอบ หรือถูกห้ามสมัครสอบในระยะเวลาที่กำหนด

ตัวอย่างเช่น ระบบ TCAS กำหนดให้ผู้ที่ทุจริตหรือพยายามทุจริตการสอบ จะไม่ได้รับการประกาศผลคะแนนทุกวิชา และอาจถูกตัดสิทธิ์เข้าร่วมกระบวนการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยเป็นเวลา 3 ปี

ในทางอาญา การโกงข้อสอบมักถูกดำเนินคดีภายใต้ฐานความผิดอื่นที่กฎหมายมีอยู่แล้ว เช่น ความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 หากมีการให้ข้อมูลเท็จในการสมัครสอบหรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จต่อเจ้าหน้าที่ มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

หากการทุจริตเกิดขึ้นในลักษณะขบวนการ มีการวางแผน แบ่งหน้าที่ หรือใช้อุปกรณ์ช่วยส่งคำตอบอย่างเป็นระบบ อาจเข้าข่ายความผิดฐานอั้งยี่ ตามมาตรา 209 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 14,000 บาท

ส่วนกรณีที่เกี่ยวข้องกับระบบคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นการปลอมคะแนน ส่งข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบ หรือใช้เทคโนโลยีช่วยทุจริต อาจเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (1) ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ขณะที่การปลอมแปลงใบคะแนน เอกสารผลสอบ หรือเอกสารประกอบการสมัคร อาจเข้าข่ายความผิดฐานปลอมเอกสาร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 และ 265 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากเป็นเอกสารราชการหรือเอกสารสิทธิ โทษอาจสูงขึ้นเป็นจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000-100,000 บาท

ในกรณีที่ผู้เกี่ยวข้องเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือผู้จัดสอบ เช่น การนำข้อสอบออกไปเผยแพร่ การขายข้อสอบล่วงหน้า หรือการแก้ไขคะแนนให้ผู้สมัครบางราย อาจเข้าข่ายความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ซึ่งมีโทษรุนแรงกว่าบุคคลทั่วไป รวมถึงอาจถูกดำเนินการทางวินัยร้ายแรงถึงขั้นปลดออกหรือไล่ออกจากราชการ

นอกจากบทลงโทษทางกฎหมายแล้ว การทุจริตสอบยังส่งผลต่ออนาคตของผู้กระทำโดยตรง เพราะการมีประวัติอาชญากรรมอาจกระทบต่อคุณสมบัติในการสมัครงานหรือสอบบรรจุเข้ารับราชการในอนาคต ขณะที่ผู้ถูกจับได้ในชั้นระเบียบการสอบ แม้ไม่ถูกดำเนินคดีอาญา ก็อาจสูญเสียโอกาสทางการศึกษาและอาชีพเป็นเวลาหลายปี

ที่ผ่านมา หน่วยงานด้านการศึกษาหลายแห่งเคยเสนอแนวคิดผลักดันกฎหมายเฉพาะเกี่ยวกับการทุจริตข้อสอบ เพื่อให้สามารถดำเนินคดีได้ตรงกับลักษณะความผิดมากขึ้น ลดช่องว่างของกฎหมาย และสร้างมาตรฐานการลงโทษที่ชัดเจนสำหรับการสอบทุกประเภท โดยเฉพาะการสอบที่มีผลต่อการคัดเลือกบุคลากรเข้าสู่ระบบราชการและหน่วยงานของรัฐ

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : Freepik

บรรณาธิการออนไลน์