เปิดลิสต์ 6 หมวดสิ่งของ ‘กระเป๋าฉุกเฉิน 72 ชม.’ เกราะเอาตัวรอดสากล

Share on Line Share on Facebook Share on X
เปิดลิสต์ 6 หมวดสิ่งของ ‘กระเป๋าฉุกเฉิน 72 ชม.’ เกราะเอาตัวรอดสากล

เปิดลิสต์ 6 หมวดสิ่งของ ‘กระเป๋าฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง’

ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในต่างประเทศและภัยพิบัติที่เกิดขึ้นได้โดยไม่คาดคิด การเตรียมความพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ทุกครอบครัวไม่ควรมองข้าม แม้ประเทศไทยไม่ได้อยู่ในพื้นที่เสี่ยงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง 

แต่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ย้ำว่า ประชาชนควรเตรียม “กระเป๋าฉุกเฉิน” (Emergency Bag) ให้พร้อม เพื่อให้สามารถดูแลตนเองและครอบครัวได้อย่างน้อย 72 ชั่วโมงแรก หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน

สรุปข่าว

ภัยฉุกเฉินเกิดขึ้นได้โดยไม่ทันตั้งตัว 72 ชั่วโมงแรกอาจเป็นช่วงเวลาชี้เป็นชี้ตาย ปภ.แนะทุกบ้านเตรียม “กระเป๋าฉุกเฉิน” ให้พร้อม รวม 6 หมวดสิ่งของจำเป็น เช็กให้ครบก่อนเกิดเหตุ เพื่อดูแลตัวเองและครอบครัวระหว่างรอความช่วยเหลือ

เปิดลิสต์ 6 หมวดสิ่งของ ‘กระเป๋าฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง’

ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในต่างประเทศและภัยพิบัติที่เกิดขึ้นได้โดยไม่คาดคิด การเตรียมความพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ทุกครอบครัวไม่ควรมองข้าม แม้ประเทศไทยไม่ได้อยู่ในพื้นที่เสี่ยงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง 

แต่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ย้ำว่า ประชาชนควรเตรียม “กระเป๋าฉุกเฉิน” (Emergency Bag) ให้พร้อม เพื่อให้สามารถดูแลตนเองและครอบครัวได้อย่างน้อย 72 ชั่วโมงแรก หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน

ทำไมต้องเตรียมพร้อม 72 ชั่วโมง?

นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ระบุว่า การสำรองอาหาร น้ำดื่ม ยา และสิ่งของจำเป็นให้เพียงพอสำหรับ 3 วัน เป็นแนวทางมาตรฐานสากลในการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติและสถานการณ์ฉุกเฉิน

เนื่องจากช่วง 72 ชั่วโมงแรกหลังเกิดภัย เป็นช่วงเวลาสำคัญที่ประชาชนอาจต้องช่วยเหลือตนเองและคนในครอบครัว ระหว่างรอเจ้าหน้าที่เข้าถึงพื้นที่และกระจายความช่วยเหลือ การมีสิ่งของจำเป็นติดตัวจึงช่วยให้สามารถดำรงชีพเบื้องต้น ลดความเสี่ยง และรับมือกับสถานการณ์เฉพาะหน้าได้ดีขึ้น

กระเป๋าฉุกเฉินไม่ได้มีไว้รับมือเฉพาะสงครามหรือความขัดแย้งระหว่างประเทศเท่านั้น แต่ยังใช้ได้กับภัยใกล้ตัวหลายรูปแบบ ทั้งน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม แผ่นดินไหว โรคระบาด รวมถึงไฟไหม้ จลาจล การก่อวินาศกรรม และเหตุฉุกเฉินอื่นที่อาจจำเป็นต้องอพยพออกจากบ้านอย่างเร่งด่วน

6 หมวดสิ่งของจำเป็น ต้องมีอะไรในกระเป๋าฉุกเฉิน?

ปภ.แนะนำให้ประชาชนจัดเตรียมสิ่งของจำเป็น 6 หมวด เพื่อให้พร้อมใช้งานเมื่อเกิดเหตุ ได้แก่

1. ยาและอุปกรณ์ดูแลสุขภาพ เตรียมชุดปฐมพยาบาล ยาสามัญประจำบ้าน ยาประจำตัว และเอกสารประวัติการรักษา โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือจำเป็นต้องใช้ยาอย่างต่อเนื่อง

2. อาหารและน้ำดื่ม ควรสำรองน้ำดื่มสะอาดอย่างน้อย 3 ลิตรต่อคนต่อวัน พร้อมอาหารที่เก็บได้นานและรับประทานได้ทันที เช่น อาหารพร้อมทานและขนมให้พลังงาน หากมีเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยในบ้าน ควรเตรียมอาหารและสิ่งจำเป็นให้เหมาะสมกับแต่ละคนด้วย

3. อุปกรณ์สื่อสารและเครื่องมือ เช่น โทรศัพท์มือถือ พาวเวอร์แบงก์ ไฟฉาย ถ่านสำรอง วิทยุทรานซิสเตอร์สำหรับติดตามข่าวสารในกรณีอินเทอร์เน็ตขัดข้อง รวมถึงนกหวีดสำหรับขอความช่วยเหลือ เทียนไข ไฟแช็ก เชือก เทป มีดพก กรรไกร สมุดและปากกา

4. เอกสารสำคัญและเงินสด ควรสำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน บัตรประกันสุขภาพ ใบขับขี่ สมุดบัญชี และเอกสารสำคัญอื่น ๆ ใส่ซองหรือถุงกันน้ำ รวมถึงเตรียมกุญแจสำรองบ้านและรถ ตลอดจนเงินสดสำหรับกรณีระบบธุรกรรมออนไลน์ไม่สามารถใช้งานได้

5. อุปกรณ์สุขอนามัยส่วนบุคคล เช่น กระดาษทิชชู แปรงสีฟัน ยาสีฟัน อุปกรณ์อาบน้ำ และถุงขยะ เพื่อรักษาความสะอาดระหว่างต้องอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน

6. เสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่ม เตรียมเสื้อผ้าสำรอง เสื้อกันฝน หมวก ผ้าห่ม หรือถุงนอน ให้เพียงพอต่อการใช้งานในช่วงแรกของการเผชิญเหตุ

เตรียมไว้ให้หยิบได้ทันที ตรวจเช็กสม่ำเสมอ

นอกจากสิ่งของภายในกระเป๋าแล้ว การเลือกกระเป๋าก็มีความสำคัญ โดยควรเป็นกระเป๋าที่น้ำหนักเบา กันน้ำได้ และจัดวางไว้ในจุดที่สมาชิกทุกคนในบ้านรู้ตำแหน่ง สามารถหยิบติดตัวออกจากบ้านได้ทันทีเมื่อมีคำสั่งอพยพหรือเกิดเหตุฉุกเฉิน

ที่สำคัญต้องหมั่นตรวจสอบสภาพอุปกรณ์ วันหมดอายุของอาหารและยา รวมถึงประจุไฟของพาวเวอร์แบงก์และการใช้งานของไฟฉายให้พร้อมอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเมื่อถึงเวลาต้องใช้จริง

ขณะเดียวกัน ปภ. ยืนยันว่า ภาครัฐมีการเตรียมความพร้อมทั้งเครื่องจักรกลสาธารณภัย เจ้าหน้าที่ชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤต ระบบแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าผ่าน Cell Broadcast และช่องทางอื่น ๆ รวมถึงแผนเผชิญเหตุและการบรรเทาทุกข์ให้เหมาะสมกับสถานการณ์

การเตรียมกระเป๋าฉุกเฉินจึงไม่ใช่การตื่นตระหนก แต่เป็นการลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสเอาตัวรอด เพราะไม่มีใครรู้ว่าเหตุฉุกเฉินจะเกิดขึ้นเมื่อใด การเตรียมพร้อมตั้งแต่วันนี้จะช่วยให้ทุกคนดูแลตัวเองและครอบครัวได้ในช่วงเวลาสำคัญ ก่อนความช่วยเหลือจะเดินทางมาถึง

ที่มาข้อมูล : ปภ.

ที่มารูปภาพ : Created by ai

นักข่าวออนไลน์ เกาะติดสถานการณ์ประเด็นร้อน ทันเหตุการณ์ ทั้งเรื่องใกล้ตัวและประเด็นสำคัญ