ทำไมพรรคของชาวอาหรับ อาจชี้ขาดตั้งรัฐบาลอิสราเอล หลัง Exit Poll เลือกตั้งไร้ผู้ชนะชัดเจน เนทันยาฮูเสียฐานเสียง ?

Share on Line Share on Facebook Share on X
ทำไมพรรคของชาวอาหรับ อาจชี้ขาดตั้งรัฐบาลอิสราเอล หลัง Exit Poll เลือกตั้งไร้ผู้ชนะชัดเจน เนทันยาฮูเสียฐานเสียง ?

ผล Exit Poll ของการเลือกตั้งอิสราเอลครั้งล่าสุดออกมาแล้ว โดยชี้ว่า ยังไม่มีขั้วพรรคการเมืองใดของอิสราเอลคว้าเสียงข้างมากในสภาได้อย่างชัดเจน แม้กระทั่งพรรคของเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลคนปัจจุบัน และชะตาการจัดตั้งรัฐบาลอาจไปอยู่ในกลุ่มพรรคการเมืองที่มีผู้นำชาวอาหรับ ซึ่งเป็นตัวแทนของชาวปาเลสไตน์ในอิสราเอลแทน

ผล Exit Poll บอกอะไรบ้าง ?


ผล Exit Poll จากสื่ออิสราเอลหลายสำนัก ประเมินว่า พรรคลิคุด นำโดยเนทันยาฮู ได้เก้าอี้ในรัฐสภาราว 50-52 ที่นั่ง ขณะที่ พรรคยาชาร์ ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านนำโดย กาดี ไอเซนคอต อดีตผู้บัญชาการกองทัพอิสราเอล อาจได้เก้าอี้ประมาณ 51-53 ที่นั่ง นั่นหมายความว่า สองพรรคที่แข็งแกร่งที่สุดและเป็นตัวเต็งในการจัดตั้งรัฐบาลไม่มีใครได้ครองเสียงข้างมากในสภา 


เนทันยาฮูกำลังเสื่อมความนิยมลง ?


ถึงจะยังไม่มีใครได้ครองเสียงข้างมากในสภา แต่ไอเซนคอตก็กล่าวถึงผลสำรวจหลังปิดหีบว่า สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงประชาชนที่ขาดความเชื่อมั่นต่อเนทันยาฮู 


ด้านยาอีร์ ลาปิด ผู้นำฝ่ายค้านคนปัจจุบัน กล่าวว่า กลุ่มของนายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูกำลังประสบความพ่ายแพ้อย่างยับเยิน 


“สิ่งนี้คือการล่มสลายโดยสิ้งเชิง และประชาชนกำลังบอกพวกเขาให้กลับบ้านไปซะ” ลาปิด กล่าว 


ด้านกิเดียน ซาอาร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิสราเอล และสมาชิกพรรคลิคุดของเนทันยาฮู กล่าวว่า การเฉลิมฉลองของฝ่ายค้านเกิดขึ้นเร็วเกินไป


อีฮับ จาบารีน นักวิเคราะห์การเมืองและนักวิจัยชาวปาเลสไตน์ในอิสราเอล กล่าวกับสำนักข่าว Al Jazeera ว่า ผล Exit Poll ที่ออกมาเบื้องต้น แสดงให้เห็นถึงความอ่อนแอลงอย่างชัดเจนของกลุ่มเนทันยาฮู แต่ยังสรุปไม่ได้ว่า เขาแพ้เลือกตั้งหรือหลุดจากเก้าอี้นายกรัฐมนตรี 


“แม้ Exit Poll จะชี้ว่า กลุ่มของเขา (เนทันยาฮู) สูญเสียเสียงข้างมาก แต่ผลสำรวจนี้ก็ยังชี้ให้เห็นว่า ฝ่ายค้านก็ยังต้องเผชิญกับความท้าทายที่ยากลำบากในการรวบรวมเสียงข้างมากเช่นกัน หากทั้ง 2 ฝ่ายยังไม่สามารถตั้งรัฐบาลได้ เนทันยาฮูก็จะยังดำรงตำแหน่งนายกฯ รักษาการต่อไปในระหว่างที่การเจรจายังดำเนินอยู่”  จาบารีน กล่าว 

สรุปข่าว

ผล Exit Poll ประเมินว่า การเลือกตั้งอิสราเอลยังไม่มีขั้วการเมืองใดครองเสียงข้างมากในสภาได้อย่างเด็ดขาด ส่งผลให้กลุ่มพรรคการเมืองของชาวอาหรับที่อาจมีราว 17-18 ที่นั่ง อาจกลายเป็นตัวแปรสำคัญและตัวชี้ขาดในการจัดตั้งรัฐบาลผสมครั้งใหม่ ขณะที่สถานการณ์ความขัดแย้งและชีวิตความเป็นอยู่ของชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซายังคงต้องรอติดตามท่าทีและนโยบายที่แท้จริงของรัฐบาลชุดใหม่ต่อไป

ผล Exit Poll ของการเลือกตั้งอิสราเอลครั้งล่าสุดออกมาแล้ว โดยชี้ว่า ยังไม่มีขั้วพรรคการเมืองใดของอิสราเอลคว้าเสียงข้างมากในสภาได้อย่างชัดเจน แม้กระทั่งพรรคของเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลคนปัจจุบัน และชะตาการจัดตั้งรัฐบาลอาจไปอยู่ในกลุ่มพรรคการเมืองที่มีผู้นำชาวอาหรับ ซึ่งเป็นตัวแทนของชาวปาเลสไตน์ในอิสราเอลแทน

ผล Exit Poll บอกอะไรบ้าง ?


ผล Exit Poll จากสื่ออิสราเอลหลายสำนัก ประเมินว่า พรรคลิคุด นำโดยเนทันยาฮู ได้เก้าอี้ในรัฐสภาราว 50-52 ที่นั่ง ขณะที่ พรรคยาชาร์ ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านนำโดย กาดี ไอเซนคอต อดีตผู้บัญชาการกองทัพอิสราเอล อาจได้เก้าอี้ประมาณ 51-53 ที่นั่ง นั่นหมายความว่า สองพรรคที่แข็งแกร่งที่สุดและเป็นตัวเต็งในการจัดตั้งรัฐบาลไม่มีใครได้ครองเสียงข้างมากในสภา 


เนทันยาฮูกำลังเสื่อมความนิยมลง ?


ถึงจะยังไม่มีใครได้ครองเสียงข้างมากในสภา แต่ไอเซนคอตก็กล่าวถึงผลสำรวจหลังปิดหีบว่า สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงประชาชนที่ขาดความเชื่อมั่นต่อเนทันยาฮู 


ด้านยาอีร์ ลาปิด ผู้นำฝ่ายค้านคนปัจจุบัน กล่าวว่า กลุ่มของนายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูกำลังประสบความพ่ายแพ้อย่างยับเยิน 


“สิ่งนี้คือการล่มสลายโดยสิ้งเชิง และประชาชนกำลังบอกพวกเขาให้กลับบ้านไปซะ” ลาปิด กล่าว 


ด้านกิเดียน ซาอาร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิสราเอล และสมาชิกพรรคลิคุดของเนทันยาฮู กล่าวว่า การเฉลิมฉลองของฝ่ายค้านเกิดขึ้นเร็วเกินไป


อีฮับ จาบารีน นักวิเคราะห์การเมืองและนักวิจัยชาวปาเลสไตน์ในอิสราเอล กล่าวกับสำนักข่าว Al Jazeera ว่า ผล Exit Poll ที่ออกมาเบื้องต้น แสดงให้เห็นถึงความอ่อนแอลงอย่างชัดเจนของกลุ่มเนทันยาฮู แต่ยังสรุปไม่ได้ว่า เขาแพ้เลือกตั้งหรือหลุดจากเก้าอี้นายกรัฐมนตรี 


“แม้ Exit Poll จะชี้ว่า กลุ่มของเขา (เนทันยาฮู) สูญเสียเสียงข้างมาก แต่ผลสำรวจนี้ก็ยังชี้ให้เห็นว่า ฝ่ายค้านก็ยังต้องเผชิญกับความท้าทายที่ยากลำบากในการรวบรวมเสียงข้างมากเช่นกัน หากทั้ง 2 ฝ่ายยังไม่สามารถตั้งรัฐบาลได้ เนทันยาฮูก็จะยังดำรงตำแหน่งนายกฯ รักษาการต่อไปในระหว่างที่การเจรจายังดำเนินอยู่”  จาบารีน กล่าว 

ทำไมพรรคที่นำโดยผู้นำอาหรับถึงจะกลายเป็นตัวชี้ขาด ?


ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจของระบบรัฐสภาอิสราเอล หรือที่เรียกว่า ”คเนสเซต” จะมีเก้าอี้ในสภาฯ ทั้งหมด 120 ที่นั่ง ฉะนั้น พรรคการเมืองที่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ จะต้องรวบรวมเสียงสนับสนุนให้ได้อย่างน้อย 61 ที่นั่ง 


เมื่อ 2 พรรคการเมืองที่เป็นตัวเต็งการจัดตั้งรัฐบาลกลับไม่มีใครคว้าชัยได้อย่างชัดเจน ตรงนี้จึงกลายเป็นจุดที่ทำให้เสียงของพรรคอาหรับมีความสำคัญมากขึ้น เพราะผลสำรวจประเมินว่า พรรคการเมืองที่นำโดยชาวอาหรับอาจคว้าที่นั่งในรัฐสภารวมกันได้ถึง 17–18 ที่นั่ง ซึ่งอาจเป็นจำนวนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทำให้พรรคเหล่านี้อาจกลายเป็นตัวแปรสำคัญ ที่ชี้ชะตาว่าขั้วการเมืองใดจะสามารถรวบรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ


มานซูร์ อับบาส ผู้นำพรรคเรอัม หนึ่งในพรรคผู้นำชาวอาหรับ เคยแสดงท่าทีว่าพรรคพร้อมพิจารณาเข้าร่วมรัฐบาลที่นำโดยฝ่ายค้าน หากมีเงื่อนไขและนโยบายที่ตอบโจทย์ชุมชนชาวปาเลสไตน์ในอิสราเอล ไม่ว่าจะเป็นการแก้ปัญหาอาชญากรรมรุนแรง หรือการจัดการนโยบายที่ถูกมองว่าเลือกปฏิบัติ โดยเฉพาะด้านที่อยู่อาศัย


อย่างไรก็ตาม การร่วมมือยังไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะผู้นำฝ่ายค้านบางส่วน รวมถึงไอเซนคอต เคยปฏิเสธการจัดตั้งพันธมิตรกับพรรคอาหรับโดยตรง


การจัดตั้งรัฐบาลจะดำเนินต่อไปอย่างไร ?


สำหรับการจัดตั้งรัฐบาลอิสราเอล ประธานาธิบดี ไอแซก เฮอร์ซอก จะหารือกับผู้นำพรรคการเมืองต่าง ๆ ว่าต้องการให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี จากนั้นจึงมอบหมายให้ผู้สมัครที่เขาเห็นว่ามีโอกาสจัดตั้งรัฐบาลได้มากที่สุดเป็นผู้ดำเนินการ


ทั้งนี้ บุคคลที่ได้รับมอบหมาย ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้นำพรรคที่ได้ที่นั่งมากที่สุดในรัฐสภา


โดยบุคคลที่ได้รับมอบหมายให้จัดตั้งรัฐบาลจะมีเวลารวมสูงสุด 42 วัน โดยเบื้องต้นผู้ได้รับมอบหมายจะมีเวลา 28 วัน และประธานาธิบดีสามารถขยายเวลาได้อีก 14 วัน 


ในช่วงนี้ พรรคการเมืองต่าง ๆ ก็อาจจะมีการเจรจาต่อรองกันอย่างเข้มข้น เพื่อแลกการสนับสนุน โดยผู้ได้รับมอบหมายจะพยายามรวบรวมเสียงให้เพียงพอสำหรับการบริหารประเทศ แต่ถ้าหากไม่สามารถรวบรวมพรรครัฐบาลได้อย่างน้อย 61 ที่นั่ง ก็อาจพยายามจัดตั้ง รัฐบาลเสียงข้างน้อย โดยอาศัยเสียงสนับสนุนจากพรรคขนาดเล็ก หรือเจรจาข้อตกลงแบ่งปันอำนาจ โดยสลับกันดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี


หากผู้ได้รับมอบหมายคนแรกไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ประธานาธิบดีเฮอร์ซอกสามารถขอให้สมาชิกรัฐสภาคนอื่นลองจัดตั้งรัฐบาลภายใน 28 วัน หากผู้สมัครคนดังกล่าวล้มเหลวเช่นกัน สมาชิกส่วนใหญ่ของรัฐสภาอาจเสนอชื่อบุคคลคนที่สาม ซึ่งจะมีเวลาอีก 14 วันเป็นครั้งสุดท้ายในการรวบรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาล


ท้ายที่สุด หากรัฐสภายังคงเผชิญทางตัน ก็จะมีการยุบสภาอย่างเป็นทางการ และชาวอิสราเอลจะต้องกลับไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้งใหม่ โดยการเลือกตั้งครั้งใหม่จะต้องจัดขึ้นภายใน 90 วัน ระหว่างนั้นรัฐบาลของเนทันยาฮูจะยังคงทำหน้าที่เป็นรัฐบาลรักษาการ

อิสราเอลเคยเผชิญสถานการณ์เช่นนี้มาก่อนหรือไม่ ? 


คำตอบคือ เคยเกิดขึ้นมาแล้ว


ความขัดแย้งและทางตันทางการเมืองในรัฐสภาทำให้อิสราเอลต้องจัดการเลือกตั้งถึง 3 ครั้ง ระหว่างเดือนเมษายน 2019 ถึงเดือนมีนาคม 2020 ท้ายที่สุด นำไปสู่ข้อตกลงแบ่งปันอำนาจระหว่างเนทันยาฮูและเบนนี กันต์ซ อดีตคู่แข่งคนสำคัญของเขา โดยทั้งสองตกลงว่าจะสลับกันดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่รัฐบาลชุดดังกล่าวล่มสลายลงในอีกหนึ่งปีต่อมา หลังไม่สามารถผ่านร่างงบประมาณได้


แล้วจะเกิดฉากทัศน์หลังการเลือกตั้งใดบ้าง ?


สำนักข่าว Al Jazeera วิเคราะห์ฉากทัศน์ออกได้เป็นทั้งหมด 8 รูปแบบ คือ 


  1. เนทันยาฮูจัดตั้งรัฐบาลได้อีกครั้ง แม้คะแนนตามหลัง แต่รวบรวมเสียงจากพรรคฝ่ายขวาและพรรคศาสนาได้ถึง 61 เสียง

  2. ฝ่ายค้านจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างมาก พรรคฝ่ายค้านร่วมมือกันและตกลงเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่

  3. จัดตั้งรัฐบาลผสมที่มีพรรคอาหรับเข้าร่วม พรรคอาหรับเข้าร่วมตั้งรัฐบาลกับฝ่ายค้าน เพื่อเติมเสียงให้ฝ่ายต่อต้านเนทันยาฮู

  4. จัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย ฝ่ายรัฐบาลมีที่นั่งไม่ถึง 61 แต่ได้รับแรงสนับสนุนจากพรรคอื่นในการลงมติสำคัญ

  5. รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ พรรคคู่แข่งทางการเมืองตกลงร่วมรัฐบาลเพื่อบริหารประเทศด้วยกัน

  6. สลับกันดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ผู้นำพรรคสองคนตกลงแบ่งวาระกันดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

  7. เปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี แต่ยังอยู่ในขั้วการเมืองเดิม พรรคในขั้วเดียวกันเสนอชื่อบุคคลอื่นที่พรรคร่วมยอมรับได้มากกว่า

  8. เจรจาไม่สำเร็จ ต้องเลือกตั้งใหม่ ไม่มีฝ่ายใดรวบรวมเสียงได้เพียงพอ เนทันยาฮูจึงอาจทำหน้าที่รักษาการต่อไป


สงครามในฉนวนกาซาจะยุติลงหรือไม่ ? 


แม้ผลการเลือกตั้งอิสราเอลครั้งนี้ อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงผู้นำรัฐบาล แต่สำหรับชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา มองว่า การเปลี่ยนผู้นำอาจเปลี่ยนทิศทางการเมือง แต่ไม่ได้รับประกันว่าชีวิตของชาวกาซาจะเปลี่ยนไปด้วย เพราะถึงจะมีข้อตกลงหยุดยิงตั้งแต่เดือนตุลาคม 2025 แต่พวกเขายังคงเผชิญการโจมตี ข้อจำกัดในการเข้าถึงสิ่งของจำเป็น และความไม่แน่นอนว่าจะได้กลับบ้านหรือไม่ รวมถึงโอกาสในการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากสงคราม


สำหรับชาวกาซา สิ่งที่ต้องการจึงไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนตัวผู้นำ แต่คือการยุติความรุนแรง ลดข้อจำกัดด้านมนุษยธรรม และเปิดทางให้ผู้พลัดถิ่นกลับไปใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยอีกครั้ง


ท้ายที่สุด ผลเลือกตั้งอาจเปลี่ยนสมการอำนาจทางการเมืองของอิสราเอล แต่การเปลี่ยนแปลงนั้นจะนำไปสู่สันติภาพในฉนวนกาซาหรือไม่ ยังคงขึ้นอยู่กับนโยบายและการตัดสินใจของรัฐบาลชุดใหม่


แหล่งข้อมูลอ้างอิง: 


https://www.aljazeera.com/amp/news/2026/10/27/no-clear-mandate-projected-in-israel-election-whats-next

https://www.aljazeera.com/news/2026/10/26/do-palestinians-in-gaza-expect-anything-to-change-after-israels-election

https://www.aljazeera.com/news/2026/10/25/israeli-elections-what-are-the-possible-outcomes


ที่มาข้อมูล : Al Jazeera

ที่มารูปภาพ : Reuters