ลุ้นนับคะแนนเลือกตั้งอิสราเอล ขณะนี้ยังสูสี

Share on Line Share on Facebook Share on X
ลุ้นนับคะแนนเลือกตั้งอิสราเอล ขณะนี้ยังสูสี

ชาวอิสราเอลจำนวนมากออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งทั่วไปเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เกิดเหตุโจมตีเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2023 โดยการเลือกตั้งครั้งนี้ถูกจับตามองว่าเป็นการลงประชามติโดยพฤตินัยต่อการบริหารประเทศของ เนทันยาฮู

คณะกรรมการการเลือกตั้งของอิสราเอลรายงานว่า อัตราการออกมาใช้สิทธิอยู่ในระดับสูงสุดในรอบกว่า 50 ปี อัตราการใช้สิทธิเพิ่มขึ้นในเกือบทุกกลุ่ม ยกเว้นชาวยิวออร์โธดอกซ์ที่มีสัดส่วนผู้มาใช้สิทธิลดลง ขณะที่อัตราการใช้สิทธิของสมาชิกกองกำลังป้องกันประเทศอิสราเอลอยู่ที่ร้อยละ 48 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 44.4 ในปี 2022

ผลสำรวจความคิดเห็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งหลังลงคะแนนหน้าคูหา (Exit Poll) ชี้ว่า การแข่งขันระหว่างเนทันยาฮู ผู้นำพรรคลิคุด กับพลโทกาดี ไอเซนคอต ผู้นำพรรคยาชาร์และอดีตเสนาธิการทหารสูงสุด เป็นไปอย่างสูสี ซึ่งผลสำรวจแสดงให้เห็นว่า ไอเซนคอต จะได้ที่นั่งในสภาได้ประมาณ 52-53 ที่นั่ง ส่วนเนทันยาฮูจะได้ไป ประมาณ 50 ที่นั่ง

ทั้งเนทันยาฮูและไอเซนคอตต่างเผชิญความท้าทายในการรวบรวมเสียงสนับสนุนให้ถึง 61 ที่นั่ง เพื่อให้เพียงพอต่อการจัดตั้งรัฐบาล และจะต้องมีการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลยืดเยื้อต่อไปอีกนานหลายสัปดาห์

เนทันยาฮู ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้นำอิสราเอลนาน 19 ปี และเป็นนายกรัฐมนตรีที่ครองตำแหน่งยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ ได้รับการยอมรับว่าเป็นนักการเมืองที่สามารถรักษาอำนาจและฝ่าฟันความท้าทายทางการเมืองมาได้อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน แนวทางการเมืองชาตินิยมของเขาก็มีอิทธิพลฝังรากลึกมากขึ้นในสังคมอิสราเอล

ระบบการเมืองของอิสราเอลซึ่งมีพรรคการเมืองจำนวนมากและมีความแตกแยกทางอุดมการณ์ ทำให้พรรคฝ่ายค้านที่ประกอบด้วยกลุ่มการเมืองหลากหลายขั้วประสบความยากลำบากในการรวบรวมเสียงเพื่อโค่นรัฐบาลผสมของเนทันยาฮู ซึ่งประกอบด้วยพรรคฝ่ายขวา ฝ่ายขวาจัด และพรรคที่สนับสนุนแนวคิดทางศาสนายิวออร์โธดอกซ์แบบเคร่งครัด

สรุปข่าว

ชาวอิสราเอลใช้สิทธิเลือกตั้งสูงสุดในรอบ 50 ปี ขณะที่ผลสำรวจ Exit Poll พบว่า เนทันยาฮู และคู่แข่ง ยังสูสี คาดว่าไม่มีใครชนะขาด และการจัดตั้งรัฐบาลอาจยืดเยื้อหลายสัปดาห์

ชาวอิสราเอลจำนวนมากออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งทั่วไปเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เกิดเหตุโจมตีเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2023 โดยการเลือกตั้งครั้งนี้ถูกจับตามองว่าเป็นการลงประชามติโดยพฤตินัยต่อการบริหารประเทศของ เนทันยาฮู

คณะกรรมการการเลือกตั้งของอิสราเอลรายงานว่า อัตราการออกมาใช้สิทธิอยู่ในระดับสูงสุดในรอบกว่า 50 ปี อัตราการใช้สิทธิเพิ่มขึ้นในเกือบทุกกลุ่ม ยกเว้นชาวยิวออร์โธดอกซ์ที่มีสัดส่วนผู้มาใช้สิทธิลดลง ขณะที่อัตราการใช้สิทธิของสมาชิกกองกำลังป้องกันประเทศอิสราเอลอยู่ที่ร้อยละ 48 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 44.4 ในปี 2022

ผลสำรวจความคิดเห็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งหลังลงคะแนนหน้าคูหา (Exit Poll) ชี้ว่า การแข่งขันระหว่างเนทันยาฮู ผู้นำพรรคลิคุด กับพลโทกาดี ไอเซนคอต ผู้นำพรรคยาชาร์และอดีตเสนาธิการทหารสูงสุด เป็นไปอย่างสูสี ซึ่งผลสำรวจแสดงให้เห็นว่า ไอเซนคอต จะได้ที่นั่งในสภาได้ประมาณ 52-53 ที่นั่ง ส่วนเนทันยาฮูจะได้ไป ประมาณ 50 ที่นั่ง

ทั้งเนทันยาฮูและไอเซนคอตต่างเผชิญความท้าทายในการรวบรวมเสียงสนับสนุนให้ถึง 61 ที่นั่ง เพื่อให้เพียงพอต่อการจัดตั้งรัฐบาล และจะต้องมีการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลยืดเยื้อต่อไปอีกนานหลายสัปดาห์

เนทันยาฮู ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้นำอิสราเอลนาน 19 ปี และเป็นนายกรัฐมนตรีที่ครองตำแหน่งยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ ได้รับการยอมรับว่าเป็นนักการเมืองที่สามารถรักษาอำนาจและฝ่าฟันความท้าทายทางการเมืองมาได้อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน แนวทางการเมืองชาตินิยมของเขาก็มีอิทธิพลฝังรากลึกมากขึ้นในสังคมอิสราเอล

ระบบการเมืองของอิสราเอลซึ่งมีพรรคการเมืองจำนวนมากและมีความแตกแยกทางอุดมการณ์ ทำให้พรรคฝ่ายค้านที่ประกอบด้วยกลุ่มการเมืองหลากหลายขั้วประสบความยากลำบากในการรวบรวมเสียงเพื่อโค่นรัฐบาลผสมของเนทันยาฮู ซึ่งประกอบด้วยพรรคฝ่ายขวา ฝ่ายขวาจัด และพรรคที่สนับสนุนแนวคิดทางศาสนายิวออร์โธดอกซ์แบบเคร่งครัด

ด้านพลโทไอเซนคอต คู่แข่งคนสำคัญของเนทันยาฮู ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งเสนาธิการทหารสูงสุดของอิสราเอล และมีจุดยืนแข็งกร้าวด้านความมั่นคง ตั้งเป้าที่จะยุติการครองอำนาจของเนทันยาฮู โดยได้รับการสนับสนุนจากพรรคการเมืองฝ่ายขวา ฝ่ายกลาง และกลุ่มการเมืองฝ่ายซ้ายที่ยังคงมีบทบาทอยู่ แม้อิทธิพลจะลดลงก็ตาม

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : Reuters