“9,000 บาท” กว่าจะถึงมือผู้ประสบภัย เงินเยียวยาน้ำท่วมผ่านขั้นตอนอะไรบ้าง?

เจาะลึกเส้นทาง “9,000 บาท” เงินเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม
เมื่อเกิดน้ำท่วม ความเดือดร้อนของประชาชนไม่ได้จบลงทันทีเมื่อน้ำลด เพราะหลังจากนั้นคือภาระในการซ่อมแซมบ้านเรือน เครื่องใช้ไฟฟ้า ทรัพย์สิน และค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิต ขณะที่ความช่วยเหลือจากภาครัฐอย่าง “เงินเยียวยา 9,000 บาท” กลายเป็นความหวังสำคัญของหลายครัวเรือน
แต่เบื้องหลังตัวเลขสี่หลักนี้ ไม่ใช่แค่การกดปุ่มโอนเงินตามรายชื่อลอยๆ ต้องผ่านกระบวนการกลั่นกรอง ตรวจสอบ และบูรณาการจากหน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้มั่นใจว่าเงินภาษีของประชาชนจะส่งตรงถึงมือ “ตัวจริงเสียงจริง” โดยไม่มีการตกหล่นหรือสวมสิทธิ์
แต่คำถามคือ เงิน 9,000 บาท กว่าจะเดินทางจากงบประมาณของรัฐไปถึงบัญชีของผู้ประสบภัย ต้องผ่านขั้นตอนอะไรบ้าง?
สรุปข่าว
เจาะลึกเส้นทาง “9,000 บาท” เงินเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม
เมื่อเกิดน้ำท่วม ความเดือดร้อนของประชาชนไม่ได้จบลงทันทีเมื่อน้ำลด เพราะหลังจากนั้นคือภาระในการซ่อมแซมบ้านเรือน เครื่องใช้ไฟฟ้า ทรัพย์สิน และค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิต ขณะที่ความช่วยเหลือจากภาครัฐอย่าง “เงินเยียวยา 9,000 บาท” กลายเป็นความหวังสำคัญของหลายครัวเรือน
แต่เบื้องหลังตัวเลขสี่หลักนี้ ไม่ใช่แค่การกดปุ่มโอนเงินตามรายชื่อลอยๆ ต้องผ่านกระบวนการกลั่นกรอง ตรวจสอบ และบูรณาการจากหน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้มั่นใจว่าเงินภาษีของประชาชนจะส่งตรงถึงมือ “ตัวจริงเสียงจริง” โดยไม่มีการตกหล่นหรือสวมสิทธิ์
แต่คำถามคือ เงิน 9,000 บาท กว่าจะเดินทางจากงบประมาณของรัฐไปถึงบัญชีของผู้ประสบภัย ต้องผ่านขั้นตอนอะไรบ้าง?
หลักเกณฑ์เยียวยาน้ำท่วม ตามมติคณะรัฐมนตรี
1. กรณีที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมขังไม่เกิน 7 วัน และทรัพย์สินเสียหาย
2. กรณีน้ำท่วมขังติดต่อกันเกินกว่า 7 วันขึ้นไป
3. กรณีที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำล้อมรอบ จนส่งผลกระทบทำให้ไม่สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติติดต่อกันเกินกว่า 7 วันขึ้นไป
4. กรณีที่อยู่อาศัยประจำในอาคารสูงที่น้ำท่วมไม่ถึงชั้นที่ผู้ประสบภัยพักอาศัย แต่ส่งผลกระทบทำให้ไม่สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติติดต่อกันเกินกว่า 7 วันขึ้นไป
โดยปัจจุบันได้เพิ่มเติมจังหวัดสมุทรสงคราม ทำให้มีพื้นที่ที่อยู่ในหลักเกณฑ์การได้รับความช่วยเหลือตามมติคณะรัฐมนตรีรวม 66 จังหวัด โดยเป็นการช่วยเหลือในอัตรา 9,000 บาท และ 5,000 บาท ตามเงื่อนไขที่กำหนด ได้แก่ กรณีที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมไม่เกิน 7 วันและมีทรัพย์สินได้รับความเสียหาย จะได้รับความช่วยเหลือครัวเรือนละ 9,000 บาท
กรณีน้ำท่วมที่อยู่อาศัยติดต่อกันตั้งแต่ 7 วันขึ้นไป จะได้รับความช่วยเหลือครัวเรือนละ 9,000 บาท และกรณีบ้านพักอาศัยถูกน้ำล้อมจนไม่สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติติดต่อกันตั้งแต่ 7 วันขึ้นไป จะได้รับความช่วยเหลือครัวเรือนละ 5,000 บาท
อัปเดตล่าสุด 8 ต.ค.2569
สำหรับความคืบหน้าการจ่ายเงินช่วยเหลือตามมติคณะรัฐมนตรี ปภ. ได้รับข้อมูลจากจังหวัดและดำเนินการตรวจสอบ ก่อนส่งข้อมูลให้ธนาคารออมสินเรียบร้อยแล้ว จำนวน 8,219 ครัวเรือน ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ สระแก้ว ตาก จันทบุรี และแม่ฮ่องสอน คิดเป็นวงเงินรวม 68,003,000 บาท โดยธนาคารออมสินจะดำเนินการโอนเงินเข้าบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขประจำตัวประชาชนของผู้ประสบภัยภายในวันนี้
ย้ำน้ำล้อมเกิน 7 วัน ได้รับสิทธิ 100%
เมื่อวันที่ 8 ต.ค.2569 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยจากกรณีข้อสงสัยเกี่ยวกับการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยบริเวณแฟลตเคหะชุมชนคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร นั้น รัฐบาลขอยืนยันว่า กรณีประชาชนในพื้นที่เข้าหลักเกณฑ์น้ำท่วมขังหรือถูกน้ำล้อมรอบต่อเนื่องเกิน 7 วัน จะได้รับเงินเยียวยาตามหลักเกณฑ์ของรัฐบาลอย่างแน่นอน
โดยเงื่อนไขเงินเยียวยากรณีน้ำล้อมรอบ (น้ำล้อม) ตามเกณฑ์ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยปี 2569 มีรายละเอียดน้ำล้อมมีดังนี้
1. กรณีที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำล้อมรอบจนไม่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ติดต่อกันเกิน 7 วัน จะได้รับอัตราเงินช่วยเหลือ: ได้รับเงินเยียวยา 5,000 บาท / ครัวเรือน (ตามมติ ครม. แยกจากกรณีน้ำท่วมขังถึงตัวบ้าน)
2. กรณีอยู่ในอาคารสูง (คอนโด อพาร์ตเมนต์) น้ำไม่ถึงชั้นที่พัก แต่ได้รับผลกระทบจากการเดินทางหรือการใช้ชีวิตเกิน 7 วัน ได้รับเงินช่วยเหลือ 5,000 บาทต่อครัวเรือนเช่นกัน
นอกจากนี้ ผู้ประสบภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานครยังสามารถขอรับการช่วยเหลือจากกรุงเทพมหานครได้เพิ่มเติมอีก ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาล ค่าดำรงชีพเบื้องต้น และเงินปลอบขวัญ เป็นต้น โดยสามารถยื่นด้วยตนเอง ณ สำนักงานเขตในพื้นที่ที่บ้านเรือนได้รับผลกระทบ หรือยื่นผ่านประธานชุมชน / เจ้าหน้าที่เขตที่ลงพื้นที่ในชุมชนนั้น ๆ
“รัฐบาลยืนยันทุกความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน รัฐบาลพร้อมเร่งช่วยเหลือให้พี่น้องประชาชนได้รับการช่วยเหลือครอบคลุมมากที่สุด โดยเฉพาะเรื่องเงินเยียวยา เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น รัฐบาลพร้อมอำนวยความสะดวกเร่งแก้ไขปัญหาให้เงินเยียวยาถึงมือพี่น้องประชาชนโดยเร็วที่สุด” นางสาวพลอยทะเล ย้ำ
ช่องทางการยื่นเรื่องสำหรับพื้นที่ กทม. และ ต่างจังหวัด
- แอปพลิเคชัน "ทางรัฐ": สามารถลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ได้ โดยระบบจะเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง และติดตามสถานะได้แบบเรียลไทม์
- องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.): ยื่นเอกสารด้วยตนเองที่เทศบาลหรือองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ในพื้นที่ โดยจะมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกในการนำข้อมูลเข้าสู่ระบบให้
ช่องทางการยื่นเรื่องสำหรับพื้นที่ กทม.
- สามารยื่นรับเงินเยียวยาได้ 2 แหล่ง ทั้งในทางรัฐ และ กทม.
- ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน "ทางรัฐ" หรือเข้าไปที่ หมวดบริการประชาชน เลือก “ยื่นขอรับเงินเยียวยาผู้ประสบภัยตามมติ ครม.” กดเข้าสู่บริการเพื่อเริ่มต้นทำรายการยื่นคำขอ
- ยื่นคำร้องผ่านระบบออนไลน์ของ กทม. claim.bangkok.go.th หรือติดต่อยื่นเรื่องโดยตรงที่สำนักงานเขตในพื้นที่ เพื่อความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุหรือไม่สะดวกใช้ระบบออนไลน์
ถึงมือประชาชนเร็วแค่ไหน ?
เมื่อวันที่ 7 ต.ค.2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กำชับพื้นที่ที่สำรวจความเสียหายแล้วให้เร่งส่งรายชื่อครัวเรือนที่เข้าข่ายได้รับเงินช่วยเหลือ มายัง ปภ. โดยเร็วที่สุด ปัจจุบันมีการอนุมัติจ่ายเงินเยียวยาแล้วกว่า 10,400 ครัวเรือน รวมวงเงินประมาณ 94 ล้านบาท โดยให้ดำเนินการตามหลัก First Come First Serve เพื่อให้เงินถึงมือประชาชนโดยเร็วที่สุด
พร้อมกำชับให้ ปภ. เร่งพัฒนาระบบตรวจสอบข้อมูลภายในให้ถูกต้องครบถ้วนก่อนส่งรายชื่อไปยังธนาคารออมสิน เพื่อให้สามารถจ่ายเงินได้ทันทีโดยไม่ต้องตรวจสอบข้อมูลซ้ำ โดยให้จังหวัดและอำเภอต้องเพิ่มความรอบคอบในการตรวจสอบข้อมูล ทั้งรายชื่อ เลขบัญชี จำนวนเงิน และการยืนยันว่าครัวเรือนมีตัวตนจริง โดยให้ Cross Check กันเองก่อนส่งมายัง ปภ. โดยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่ต้องไม่เพิ่มขั้นตอนหรือระยะเวลาในการทำงาน
ปภ. ตรวจสอบ ก่อนส่งต่อธนาคารออมสิน
หลังข้อมูลจากจังหวัดถูกส่งเข้ามา ปภ. จะดำเนินการตรวจสอบข้อมูลตามหลักเกณฑ์ ก่อนส่งรายชื่อไปยัง ธนาคารออมสิน ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่โอนเงินช่วยเหลือให้กับประชาชน
รัฐบาลย้ำว่าการตรวจสอบต้องทำให้เกิดความสมดุลระหว่าง “ความเร็ว” กับ “ความถูกต้อง” เพราะการเร่งจ่ายเงินอย่างเดียวโดยไม่ตรวจสอบ อาจทำให้เกิดความผิดพลาด แต่หากตรวจสอบหลายขั้นตอนจนล่าช้า ประชาชนที่กำลังเดือดร้อนก็ต้องรอนานขึ้น
การับเงินเยียวยา ต้องเป็นแบบใด?
-ต้องเป็นบัญชีธนาคารที่ ผูกพร้อมเพย์ (PromptPay) ด้วยเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักของผู้ยื่นคำขอเท่านั้น
-ไม่สามารถใช้พร้อมเพย์ที่ผูกด้วยหมายเลขโทรศัพท์มือถือได้
-บัญชีต้องมีสถานะปกติ (ไม่ถูกอายัด, ไม่ปิดบัญชี และชื่อ-นามสกุลต้องตรงกับผู้ยื่นคำขอ)
สถานะคำร้องและการติดตามผล

“ความเร็ว” กลายเป็นหัวใจของการเยียวยา
เงิน 9,000 บาทอาจไม่สามารถชดเชยความเสียหายทั้งหมดจากน้ำท่วมได้ แต่สำหรับครัวเรือนที่กำลังเผชิญภาระค่าใช้จ่าย เงินก้อนนี้สามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนได้ในช่วงที่ต้องเริ่มต้นฟื้นฟูชีวิต รัฐบาลจึงพยายามเปลี่ยนภาพการเยียวยาจากอดีตที่ประชาชนอาจต้องรอเป็นเดือนหรือเป็นปี มาเป็นการช่วยเหลือที่อาศัยข้อมูลความเสียหายและระบบโอนเงินอิเล็กทรอนิกส์เพื่อให้เงินถึงมือเร็วขึ้น
- อัปเดตน้ำท่วม 8 ต.ค. "21 จังหวัด - กทม." เช็กเลยหลายพื้นที่ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
- “เจเศรษฐ์” แจงปมแฟลตคลองจั่น ย้ำเข้าเกณฑ์น้ำล้อมต้องได้เงินเยียวยาทุกราย
- ชัชชาติ แจง “แก้มลิงคู้บอน–บางชัน” พิจารณาตามหลักวิชาการ
- จมน้ำ 38 วัน ชะตากรรม ลุ่มน้ำบางปะกง น้ำจะระบายไปไหน?
- ระดมเรือดันน้ำปักหลักบางปะกง ระบายน้ำท่วมฉะเชิงเทรา-ปราจีนบุรี
ที่มาข้อมูล : รัฐบาล/TNN รวบรวม
ที่มารูปภาพ : Thai News Pix Created by ai
นักข่าวออนไลน์ เกาะติดสถานการณ์ประเด็นร้อน ทันเหตุการณ์ ทั้งเรื่องใกล้ตัวและประเด็นสำคัญ
