ลาก่อนวังวนราชการ วิ่งเต้น-เซ็นซ้ำ-นั่งคอย เริ่ม 4 ม.ค. 70

ลาก่อน “วังวน” วิ่งเต้น-เซ็นซ้ำ-นั่งคอย
การไปติดต่อราชการหนึ่งครั้งมีต้นทุนมากกว่าค่าเอกสาร ประชาชนบางคนต้องลางาน เสียค่าเดินทาง นั่งรอคิว หรือเดินทางกลับมาอีกครั้งเมื่อเอกสารไม่ครบ หากต้องติดต่อหลายหน่วยงานในเรื่องเดียวกัน เวลาและค่าใช้จ่ายก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
วันที่ 4 มกราคม 2570 ระบบบริการภาครัฐจะมีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง เมื่อพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. 2569 มีผลบังคับใช้ โดยรัฐบาลระบุว่า กฎหมายจะถูกใช้เป็นกลไกทบทวนการอนุมัติ อนุญาต และบริการของรัฐ ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น ลดการเรียกเอกสารและข้อมูลซ้ำ รวมถึงนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้บริการประชาชนมากขึ้น
เรื่องนี้เชื่อมกับนโยบายปฏิรูประบบราชการ “รัฐเล็กลง บริการดีขึ้น” ที่รัฐบาลประกาศเดินหน้าพร้อมกันทั้งเรื่องคน กระบวนงาน และเทคโนโลยี โดยกำหนดเป้าหมายว่าการปรับขนาดภาครัฐต้องไม่เพิ่มภาระให้ประชาชน
จากกฎหมายปี 2558 สู่กฎหมายใหม่ปี 2569
พ.ร.บ.ฉบับใหม่เป็นการปรับปรุงจากพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ซึ่งกฎหมายเดิมครอบคลุมการอนุญาต การจดทะเบียน และการแจ้งตามที่กฎหมายหรือกฎกำหนด
สำนักงาน ก.พ.ร. ระบุถึงหลักการของกฎหมายใหม่ว่า มีการขยายขอบเขตให้ครอบคลุมงานบริการนอกเหนือจากงานอนุญาต ปรับลดระบบการอนุญาต เปิดให้ชำระค่าธรรมเนียมต่ออายุใบอนุญาตแทนการยื่นคำขอต่ออายุในกรณีที่กฎหมายกำหนด รวมถึงระบบการอนุญาตหลักที่ช่วยลดภาระการติดต่อหลายหน่วยงาน
สำหรับประชาชน ผลที่คาดว่าจะได้รับคือการลดจำนวนขั้นตอนและจำนวนครั้งในการติดต่อหน่วยงาน โดยเฉพาะบริการที่สามารถจัดการข้อมูลหรือดำเนินการร่วมกันได้
สรุปข่าว
ลาก่อน “วังวน” วิ่งเต้น-เซ็นซ้ำ-นั่งคอย
การไปติดต่อราชการหนึ่งครั้งมีต้นทุนมากกว่าค่าเอกสาร ประชาชนบางคนต้องลางาน เสียค่าเดินทาง นั่งรอคิว หรือเดินทางกลับมาอีกครั้งเมื่อเอกสารไม่ครบ หากต้องติดต่อหลายหน่วยงานในเรื่องเดียวกัน เวลาและค่าใช้จ่ายก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
วันที่ 4 มกราคม 2570 ระบบบริการภาครัฐจะมีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง เมื่อพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. 2569 มีผลบังคับใช้ โดยรัฐบาลระบุว่า กฎหมายจะถูกใช้เป็นกลไกทบทวนการอนุมัติ อนุญาต และบริการของรัฐ ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น ลดการเรียกเอกสารและข้อมูลซ้ำ รวมถึงนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้บริการประชาชนมากขึ้น
เรื่องนี้เชื่อมกับนโยบายปฏิรูประบบราชการ “รัฐเล็กลง บริการดีขึ้น” ที่รัฐบาลประกาศเดินหน้าพร้อมกันทั้งเรื่องคน กระบวนงาน และเทคโนโลยี โดยกำหนดเป้าหมายว่าการปรับขนาดภาครัฐต้องไม่เพิ่มภาระให้ประชาชน
จากกฎหมายปี 2558 สู่กฎหมายใหม่ปี 2569
พ.ร.บ.ฉบับใหม่เป็นการปรับปรุงจากพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ซึ่งกฎหมายเดิมครอบคลุมการอนุญาต การจดทะเบียน และการแจ้งตามที่กฎหมายหรือกฎกำหนด
สำนักงาน ก.พ.ร. ระบุถึงหลักการของกฎหมายใหม่ว่า มีการขยายขอบเขตให้ครอบคลุมงานบริการนอกเหนือจากงานอนุญาต ปรับลดระบบการอนุญาต เปิดให้ชำระค่าธรรมเนียมต่ออายุใบอนุญาตแทนการยื่นคำขอต่ออายุในกรณีที่กฎหมายกำหนด รวมถึงระบบการอนุญาตหลักที่ช่วยลดภาระการติดต่อหลายหน่วยงาน
สำหรับประชาชน ผลที่คาดว่าจะได้รับคือการลดจำนวนขั้นตอนและจำนวนครั้งในการติดต่อหน่วยงาน โดยเฉพาะบริการที่สามารถจัดการข้อมูลหรือดำเนินการร่วมกันได้
ลดเอกสารซ้ำ รัฐมีข้อมูลแล้วไม่ต้องขอประชาชนอีก
หนึ่งในเรื่องที่รัฐบาลกำหนดไว้ในการปฏิรูประบบราชการ คือการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน และลดการขอเอกสารจากประชาชนในกรณีที่ภาครัฐมีข้อมูลนั้นอยู่แล้ว
รัฐบาลระบุเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2569 ว่า หน่วยงานรัฐจะนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาทดแทนงานประจำที่ทำซ้ำ พร้อมเชื่อมข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เพื่อลดการขอเอกสารจากประชาชนในข้อมูลที่ภาครัฐมีอยู่แล้ว
หากดำเนินการได้ตามแนวทางนี้ ประชาชนจะลดภาระในการเตรียมเอกสารชุดเดิมสำหรับยื่นกับหลายหน่วยงาน รวมถึงลดจำนวนครั้งในการเดินทางติดต่อราชการ
ลดการเดินหลายหน่วยงาน
สำนักงาน ก.พ.ร. ระบุว่า กฎหมายใหม่มีหลักการเรื่อง “ระบบการอนุญาตหลัก” เพื่อช่วยลดภาระการติดต่อหลายหน่วยงาน รวมถึงปรับระบบการต่ออายุใบอนุญาต โดยเปิดให้ใช้การชำระค่าธรรมเนียมแทนการยื่นคำขอต่ออายุในกรณีที่กำหนดไว้
อีกเรื่องที่เปลี่ยนแปลงคือกรณีใบอนุญาตชำรุดหรือสูญหาย โดยหลักการของกฎหมายใหม่ยกเลิกขั้นตอนการแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจในกรณีดังกล่าว ลดจุดที่ประชาชนต้องเดินทางไปติดต่อ
ผลต่อประชาชนคือเรื่องบางประเภทที่เดิมต้องเดินทางหลายแห่ง หรือดำเนินการหลายขั้นตอน จะถูกปรับให้กระชับขึ้นตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายใหม่
ขั้นตอนราชการต้องทบทวนใหม่
รัฐบาลระบุว่า พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกฯ พ.ศ. 2569 จะถูกใช้ทบทวนกระบวนการอนุมัติ อนุญาต และการให้บริการของหน่วยงานรัฐ ให้เหลือขั้นตอนเท่าที่จำเป็น รวมถึงลดการเรียกเอกสารและข้อมูลซ้ำซ้อน
สำนักงาน ก.พ.ร. ได้แจ้งหน่วยงานของรัฐให้เตรียมความพร้อม ศึกษารายละเอียด และจัดเตรียมข้อมูลสำหรับดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของระบบบริการภาครัฐ
ปัจจุบันสำนักงาน ก.พ.ร. ยังมีฐานข้อมูลคู่มือสำหรับประชาชน ซึ่งรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับขั้นตอนการให้บริการของหน่วยงานรัฐ โดยข้อมูลดังกล่าวประกอบด้วยชื่อหน่วยงาน ชื่อกระบวนงาน และรายละเอียดการให้บริการ
ประชาชนจึงควรสามารถตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับบริการที่ต้องการได้ชัดเจนขึ้น ทั้งขั้นตอน เอกสาร และเงื่อนไขของแต่ละบริการ
เชื่อมกับ “รัฐเล็กลง บริการดีขึ้น”
วันที่ 5 กันยายน 2569 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลกำลังดำเนินการปฏิรูประบบราชการพร้อมกัน 3 ด้าน ได้แก่ ปรับกำลังคน ปรับกระบวนงาน และปรับวิธีทำงานด้วยเทคโนโลยี
ด้านกำลังคน มีมาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนด หรือ Early Retirement สำหรับข้าราชการพลเรือนสามัญ ซึ่งขณะนี้เห็นชอบหลักการสำคัญแล้ว และมอบหมายสำนักงาน ก.พ. จัดทำรายละเอียด หลักเกณฑ์ และเงื่อนไข ก่อนเสนอคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ หรือ คปร. และคณะรัฐมนตรีตามขั้นตอน
รัฐบาลยังวางกรอบควบคุมและตรึงอัตรากำลัง รวมถึงบริหารตำแหน่งว่างและตำแหน่งจากการเกษียณ เพื่อควบคุมจำนวนบุคลากรและภาระค่าใช้จ่ายของภาครัฐ โดยยืนยันว่าจะรักษากำลังคนไว้ในภารกิจที่ประชาชนยังต้องการบริการ
เมื่อจำนวนบุคลากรถูกบริหารให้เหมาะสมกับภารกิจ ขั้นตอนการทำงานของรัฐก็ต้องปรับตาม รัฐบาลจึงนำ พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกฯ มาใช้ควบคู่กับการเพิ่มระบบดิจิทัลและการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน
ประชาชนจะเห็นอะไรหลัง 4 มกราคม 2570
วันที่ 4 มกราคม 2570 เป็นวันที่ต้องติดตามการให้บริการจริงของแต่ละหน่วยงาน โดยเฉพาะเรื่องใกล้ตัวประชาชน ได้แก่ จำนวนเอกสารที่ต้องยื่น จำนวนขั้นตอน ระยะเวลารอ จำนวนครั้งที่ต้องเดินทาง และบริการที่สามารถทำผ่านระบบดิจิทัลได้
รัฐบาลกำหนดเป้าหมายไว้ว่า ประชาชนต้องได้รับบริการง่ายและเร็วขึ้น ขั้นตอนลดลง และไม่ต้องรับภาระจากการปรับขนาดภาครัฐ
ผลที่เกิดขึ้นจริงจะขึ้นอยู่กับการเตรียมความพร้อมของแต่ละหน่วยงาน การเชื่อมโยงข้อมูล และการปรับขั้นตอนให้เป็นไปตามกฎหมาย หลังวันที่ 4 มกราคม 2570 ประชาชนจะเริ่มเห็นว่าบริการใดลดเอกสารได้ บริการใดใช้เวลาน้อยลง และเรื่องใดสามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องเดินทางไปสำนักงานหลายแห่ง
- รัฐบาลยืนยัน “อ่างเก็บน้ำคลองระโอก” ไม่ได้แตก แค่กัดเซาะด้านข้างทางระบายน้ำ
- ครม. เห็นชอบร่างปฏิญญาร่วมฯ ไทย-เยอรมนี เดินหน้าความร่วมมือ 5 ด้าน
- มติครม. 8 ก.ย. 69 แต่งตั้งข้าราชการระดับสูง-กรรมการ หลายตำแหน่ง
- รัฐบาลลุยจัดระเบียบสถานรองรับเด็กทั่วประเทศ
- ไฟเขียวเสริมความปลอดภัย 7 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา สร้างบังเกอร์-หอกระจายข่าว
บรรณาธิการออนไลน์
