ลาก่อนวังวนราชการ วิ่งเต้น-เซ็นซ้ำ-นั่งคอย เริ่ม 4 ม.ค. 70

Share on Line Share on Facebook Share on X
ลาก่อนวังวนราชการ วิ่งเต้น-เซ็นซ้ำ-นั่งคอย เริ่ม 4 ม.ค. 70

ลาก่อน “วังวน” วิ่งเต้น-เซ็นซ้ำ-นั่งคอย

การไปติดต่อราชการหนึ่งครั้งมีต้นทุนมากกว่าค่าเอกสาร ประชาชนบางคนต้องลางาน เสียค่าเดินทาง นั่งรอคิว หรือเดินทางกลับมาอีกครั้งเมื่อเอกสารไม่ครบ หากต้องติดต่อหลายหน่วยงานในเรื่องเดียวกัน เวลาและค่าใช้จ่ายก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

วันที่ 4 มกราคม 2570 ระบบบริการภาครัฐจะมีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง เมื่อพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. 2569 มีผลบังคับใช้ โดยรัฐบาลระบุว่า กฎหมายจะถูกใช้เป็นกลไกทบทวนการอนุมัติ อนุญาต และบริการของรัฐ ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น ลดการเรียกเอกสารและข้อมูลซ้ำ รวมถึงนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้บริการประชาชนมากขึ้น

เรื่องนี้เชื่อมกับนโยบายปฏิรูประบบราชการ “รัฐเล็กลง บริการดีขึ้น” ที่รัฐบาลประกาศเดินหน้าพร้อมกันทั้งเรื่องคน กระบวนงาน และเทคโนโลยี โดยกำหนดเป้าหมายว่าการปรับขนาดภาครัฐต้องไม่เพิ่มภาระให้ประชาชน

จากกฎหมายปี 2558 สู่กฎหมายใหม่ปี 2569

พ.ร.บ.ฉบับใหม่เป็นการปรับปรุงจากพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ซึ่งกฎหมายเดิมครอบคลุมการอนุญาต การจดทะเบียน และการแจ้งตามที่กฎหมายหรือกฎกำหนด

สำนักงาน ก.พ.ร. ระบุถึงหลักการของกฎหมายใหม่ว่า มีการขยายขอบเขตให้ครอบคลุมงานบริการนอกเหนือจากงานอนุญาต ปรับลดระบบการอนุญาต เปิดให้ชำระค่าธรรมเนียมต่ออายุใบอนุญาตแทนการยื่นคำขอต่ออายุในกรณีที่กฎหมายกำหนด รวมถึงระบบการอนุญาตหลักที่ช่วยลดภาระการติดต่อหลายหน่วยงาน

สำหรับประชาชน ผลที่คาดว่าจะได้รับคือการลดจำนวนขั้นตอนและจำนวนครั้งในการติดต่อหน่วยงาน โดยเฉพาะบริการที่สามารถจัดการข้อมูลหรือดำเนินการร่วมกันได้

สรุปข่าว

4 มกราคม 2570 พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกฯ พ.ศ. 2569 จะมีผลครบทั้งฉบับ วางระบบลดเอกสารซ้ำ กำหนดขั้นตอนและเวลา เชื่อมข้อมูลรัฐ และลดดุลพินิจ สอดรับนโยบาย “รัฐเล็กลง บริการดีขึ้น” ที่รัฐบาลเดินหน้าปรับพร้อมกันทั้งคน งาน และเทคโนโลยี

ลาก่อน “วังวน” วิ่งเต้น-เซ็นซ้ำ-นั่งคอย

การไปติดต่อราชการหนึ่งครั้งมีต้นทุนมากกว่าค่าเอกสาร ประชาชนบางคนต้องลางาน เสียค่าเดินทาง นั่งรอคิว หรือเดินทางกลับมาอีกครั้งเมื่อเอกสารไม่ครบ หากต้องติดต่อหลายหน่วยงานในเรื่องเดียวกัน เวลาและค่าใช้จ่ายก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

วันที่ 4 มกราคม 2570 ระบบบริการภาครัฐจะมีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง เมื่อพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. 2569 มีผลบังคับใช้ โดยรัฐบาลระบุว่า กฎหมายจะถูกใช้เป็นกลไกทบทวนการอนุมัติ อนุญาต และบริการของรัฐ ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น ลดการเรียกเอกสารและข้อมูลซ้ำ รวมถึงนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้บริการประชาชนมากขึ้น

เรื่องนี้เชื่อมกับนโยบายปฏิรูประบบราชการ “รัฐเล็กลง บริการดีขึ้น” ที่รัฐบาลประกาศเดินหน้าพร้อมกันทั้งเรื่องคน กระบวนงาน และเทคโนโลยี โดยกำหนดเป้าหมายว่าการปรับขนาดภาครัฐต้องไม่เพิ่มภาระให้ประชาชน

จากกฎหมายปี 2558 สู่กฎหมายใหม่ปี 2569

พ.ร.บ.ฉบับใหม่เป็นการปรับปรุงจากพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ซึ่งกฎหมายเดิมครอบคลุมการอนุญาต การจดทะเบียน และการแจ้งตามที่กฎหมายหรือกฎกำหนด

สำนักงาน ก.พ.ร. ระบุถึงหลักการของกฎหมายใหม่ว่า มีการขยายขอบเขตให้ครอบคลุมงานบริการนอกเหนือจากงานอนุญาต ปรับลดระบบการอนุญาต เปิดให้ชำระค่าธรรมเนียมต่ออายุใบอนุญาตแทนการยื่นคำขอต่ออายุในกรณีที่กฎหมายกำหนด รวมถึงระบบการอนุญาตหลักที่ช่วยลดภาระการติดต่อหลายหน่วยงาน

สำหรับประชาชน ผลที่คาดว่าจะได้รับคือการลดจำนวนขั้นตอนและจำนวนครั้งในการติดต่อหน่วยงาน โดยเฉพาะบริการที่สามารถจัดการข้อมูลหรือดำเนินการร่วมกันได้

ลดเอกสารซ้ำ รัฐมีข้อมูลแล้วไม่ต้องขอประชาชนอีก

หนึ่งในเรื่องที่รัฐบาลกำหนดไว้ในการปฏิรูประบบราชการ คือการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน และลดการขอเอกสารจากประชาชนในกรณีที่ภาครัฐมีข้อมูลนั้นอยู่แล้ว

รัฐบาลระบุเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2569 ว่า หน่วยงานรัฐจะนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาทดแทนงานประจำที่ทำซ้ำ พร้อมเชื่อมข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เพื่อลดการขอเอกสารจากประชาชนในข้อมูลที่ภาครัฐมีอยู่แล้ว

หากดำเนินการได้ตามแนวทางนี้ ประชาชนจะลดภาระในการเตรียมเอกสารชุดเดิมสำหรับยื่นกับหลายหน่วยงาน รวมถึงลดจำนวนครั้งในการเดินทางติดต่อราชการ

ลดการเดินหลายหน่วยงาน

สำนักงาน ก.พ.ร. ระบุว่า กฎหมายใหม่มีหลักการเรื่อง “ระบบการอนุญาตหลัก” เพื่อช่วยลดภาระการติดต่อหลายหน่วยงาน รวมถึงปรับระบบการต่ออายุใบอนุญาต โดยเปิดให้ใช้การชำระค่าธรรมเนียมแทนการยื่นคำขอต่ออายุในกรณีที่กำหนดไว้

อีกเรื่องที่เปลี่ยนแปลงคือกรณีใบอนุญาตชำรุดหรือสูญหาย โดยหลักการของกฎหมายใหม่ยกเลิกขั้นตอนการแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจในกรณีดังกล่าว ลดจุดที่ประชาชนต้องเดินทางไปติดต่อ

ผลต่อประชาชนคือเรื่องบางประเภทที่เดิมต้องเดินทางหลายแห่ง หรือดำเนินการหลายขั้นตอน จะถูกปรับให้กระชับขึ้นตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายใหม่

ขั้นตอนราชการต้องทบทวนใหม่

รัฐบาลระบุว่า พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกฯ พ.ศ. 2569 จะถูกใช้ทบทวนกระบวนการอนุมัติ อนุญาต และการให้บริการของหน่วยงานรัฐ ให้เหลือขั้นตอนเท่าที่จำเป็น รวมถึงลดการเรียกเอกสารและข้อมูลซ้ำซ้อน

สำนักงาน ก.พ.ร. ได้แจ้งหน่วยงานของรัฐให้เตรียมความพร้อม ศึกษารายละเอียด และจัดเตรียมข้อมูลสำหรับดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของระบบบริการภาครัฐ

ปัจจุบันสำนักงาน ก.พ.ร. ยังมีฐานข้อมูลคู่มือสำหรับประชาชน ซึ่งรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับขั้นตอนการให้บริการของหน่วยงานรัฐ โดยข้อมูลดังกล่าวประกอบด้วยชื่อหน่วยงาน ชื่อกระบวนงาน และรายละเอียดการให้บริการ

ประชาชนจึงควรสามารถตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับบริการที่ต้องการได้ชัดเจนขึ้น ทั้งขั้นตอน เอกสาร และเงื่อนไขของแต่ละบริการ

เชื่อมกับ “รัฐเล็กลง บริการดีขึ้น”

วันที่ 5 กันยายน 2569 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลกำลังดำเนินการปฏิรูประบบราชการพร้อมกัน 3 ด้าน ได้แก่ ปรับกำลังคน ปรับกระบวนงาน และปรับวิธีทำงานด้วยเทคโนโลยี

ด้านกำลังคน มีมาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนด หรือ Early Retirement สำหรับข้าราชการพลเรือนสามัญ ซึ่งขณะนี้เห็นชอบหลักการสำคัญแล้ว และมอบหมายสำนักงาน ก.พ. จัดทำรายละเอียด หลักเกณฑ์ และเงื่อนไข ก่อนเสนอคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ หรือ คปร. และคณะรัฐมนตรีตามขั้นตอน

รัฐบาลยังวางกรอบควบคุมและตรึงอัตรากำลัง รวมถึงบริหารตำแหน่งว่างและตำแหน่งจากการเกษียณ เพื่อควบคุมจำนวนบุคลากรและภาระค่าใช้จ่ายของภาครัฐ โดยยืนยันว่าจะรักษากำลังคนไว้ในภารกิจที่ประชาชนยังต้องการบริการ

เมื่อจำนวนบุคลากรถูกบริหารให้เหมาะสมกับภารกิจ ขั้นตอนการทำงานของรัฐก็ต้องปรับตาม รัฐบาลจึงนำ พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกฯ มาใช้ควบคู่กับการเพิ่มระบบดิจิทัลและการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน

ประชาชนจะเห็นอะไรหลัง 4 มกราคม 2570

วันที่ 4 มกราคม 2570 เป็นวันที่ต้องติดตามการให้บริการจริงของแต่ละหน่วยงาน โดยเฉพาะเรื่องใกล้ตัวประชาชน ได้แก่ จำนวนเอกสารที่ต้องยื่น จำนวนขั้นตอน ระยะเวลารอ จำนวนครั้งที่ต้องเดินทาง และบริการที่สามารถทำผ่านระบบดิจิทัลได้

รัฐบาลกำหนดเป้าหมายไว้ว่า ประชาชนต้องได้รับบริการง่ายและเร็วขึ้น ขั้นตอนลดลง และไม่ต้องรับภาระจากการปรับขนาดภาครัฐ

ผลที่เกิดขึ้นจริงจะขึ้นอยู่กับการเตรียมความพร้อมของแต่ละหน่วยงาน การเชื่อมโยงข้อมูล และการปรับขั้นตอนให้เป็นไปตามกฎหมาย หลังวันที่ 4 มกราคม 2570 ประชาชนจะเริ่มเห็นว่าบริการใดลดเอกสารได้ บริการใดใช้เวลาน้อยลง และเรื่องใดสามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องเดินทางไปสำนักงานหลายแห่ง

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN

บรรณาธิการออนไลน์