ไขข้อสงสัย ทำไม “น้ำเหนือเริ่มลด” แต่เขื่อนเจ้าพระยายังต้องเพิ่มการระบายน้ำ

Share on Line Share on Facebook Share on X
ไขข้อสงสัย ทำไม “น้ำเหนือเริ่มลด” แต่เขื่อนเจ้าพระยายังต้องเพิ่มการระบายน้ำ

“น้ำเหนือเริ่มลด” แต่เขื่อนเจ้าพระยายังต้องเพิ่มการระบาย?

แม้น้ำทางตอนเหนือจะเริ่มลดระดับลง แต่เขื่อนเจ้าพระยายังจำเป็นต้องทยอยเพิ่มการระบายน้ำ เนื่องจากมวลน้ำที่สะสมก่อนหน้านี้ยังคงใช้เวลาเดินทางมาสมทบอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้น้ำเหนือเขื่อนอยู่ในระดับสูง ขณะเดียวกัน การกระจายน้ำเข้าพื้นที่ชลประทานสองฝั่งก็มีข้อจำกัดจากปริมาณน้ำค้างทุ่งและฝนในพื้นที่ กรมชลประทานจึงต้องบริหารจัดการด้วยการหน่วงน้ำและทยอยระบายลงสู่ท้ายเขื่อนอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อรักษาสมดุล ลดความเสี่ยงท่วมขังพื้นที่เหนือเขื่อน และควบคุมผลกระทบต่อพื้นที่ตอนล่างที่มีปัจจัยเรื่องน้ำทะเลหนุนร่วมด้วย 

ข้อมูลจากกรมชลประทาน ได้อธิบายถึงสาเหตุที่ว่า ทำไม “น้ำเหนือเริ่มลด” แต่เขื่อนเจ้าพระยายังต้องเพิ่มการระบาย? โดยมีรายละเอียดดังนี้

น้ำแต่ละจุดไม่ได้ขึ้น–ลงพร้อมกัน

ฝนที่ตกในพื้นที่ตอนบนทำให้น้ำในแม่น้ำปิงและแม่น้ำน่าน ซึ่งรับน้ำจากแม่น้ำยม เพิ่มขึ้น ก่อนมารวมกันเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาที่จังหวัดนครสวรรค์ แล้วไหลลงมายังเขื่อนเจ้าพระยา แม้ขณะนี้น้ำตอนบนบางจุดเริ่มลดลง แต่มวลน้ำที่ไหลลงมาก่อนหน้านั้นยังต้องใช้เวลาเดินทาง จึงไม่ได้หมายความว่าน้ำที่มาถึงเขื่อนเจ้าพระยาจะลดลงทันที

กรมชลฯ หน่วงน้ำและกระจายน้ำตามศักยภาพ

กรมชลประทานบริหารระดับน้ำเหนือเขื่อนเพื่อช่วยหน่วงน้ำ ควบคู่กับการรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกตามศักยภาพ เพื่อลดปริมาณน้ำที่ต้องไหลผ่านเขื่อนลงสู่พื้นที่ท้ายเขื่อน โดยต้องเฝ้าระวังผลกระทบต่อพื้นที่เหนือเขื่อนควบคู่กัน

สองฝั่งมีข้อจำกัดในการรับน้ำ

การรับน้ำเข้าระบบชลประทานต้องพิจารณาทั้งฝน น้ำที่มีอยู่ในระบบ และความสามารถในการระบายของแต่ละพื้นที่ จึงไม่สามารถเพิ่มการรับน้ำได้โดยไม่มีข้อจำกัด


สรุปข่าว

“น้ำเหนือเริ่มลด” แต่เขื่อนเจ้าพระยายังต้องเพิ่มการระบาย แม้น้ำตอนบนบางจุดเริ่มลด แต่น้ำที่มาถึงเขื่อนยังมีปริมาณมาก และมีน้ำสะสมด้านเหนือเขื่อน กรมชลประทานจำเป็นต้องทยอยปรับเพิ่มการระบายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ พร้อมแนะประชาชนพื้นที่เหนือและท้ายเขื่อน ติดตามประกาศอย่างใกล้ชิด

“น้ำเหนือเริ่มลด” แต่เขื่อนเจ้าพระยายังต้องเพิ่มการระบาย?

แม้น้ำทางตอนเหนือจะเริ่มลดระดับลง แต่เขื่อนเจ้าพระยายังจำเป็นต้องทยอยเพิ่มการระบายน้ำ เนื่องจากมวลน้ำที่สะสมก่อนหน้านี้ยังคงใช้เวลาเดินทางมาสมทบอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้น้ำเหนือเขื่อนอยู่ในระดับสูง ขณะเดียวกัน การกระจายน้ำเข้าพื้นที่ชลประทานสองฝั่งก็มีข้อจำกัดจากปริมาณน้ำค้างทุ่งและฝนในพื้นที่ กรมชลประทานจึงต้องบริหารจัดการด้วยการหน่วงน้ำและทยอยระบายลงสู่ท้ายเขื่อนอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อรักษาสมดุล ลดความเสี่ยงท่วมขังพื้นที่เหนือเขื่อน และควบคุมผลกระทบต่อพื้นที่ตอนล่างที่มีปัจจัยเรื่องน้ำทะเลหนุนร่วมด้วย 

ข้อมูลจากกรมชลประทาน ได้อธิบายถึงสาเหตุที่ว่า ทำไม “น้ำเหนือเริ่มลด” แต่เขื่อนเจ้าพระยายังต้องเพิ่มการระบาย? โดยมีรายละเอียดดังนี้

น้ำแต่ละจุดไม่ได้ขึ้น–ลงพร้อมกัน

ฝนที่ตกในพื้นที่ตอนบนทำให้น้ำในแม่น้ำปิงและแม่น้ำน่าน ซึ่งรับน้ำจากแม่น้ำยม เพิ่มขึ้น ก่อนมารวมกันเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาที่จังหวัดนครสวรรค์ แล้วไหลลงมายังเขื่อนเจ้าพระยา แม้ขณะนี้น้ำตอนบนบางจุดเริ่มลดลง แต่มวลน้ำที่ไหลลงมาก่อนหน้านั้นยังต้องใช้เวลาเดินทาง จึงไม่ได้หมายความว่าน้ำที่มาถึงเขื่อนเจ้าพระยาจะลดลงทันที

กรมชลฯ หน่วงน้ำและกระจายน้ำตามศักยภาพ

กรมชลประทานบริหารระดับน้ำเหนือเขื่อนเพื่อช่วยหน่วงน้ำ ควบคู่กับการรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกตามศักยภาพ เพื่อลดปริมาณน้ำที่ต้องไหลผ่านเขื่อนลงสู่พื้นที่ท้ายเขื่อน โดยต้องเฝ้าระวังผลกระทบต่อพื้นที่เหนือเขื่อนควบคู่กัน

สองฝั่งมีข้อจำกัดในการรับน้ำ

การรับน้ำเข้าระบบชลประทานต้องพิจารณาทั้งฝน น้ำที่มีอยู่ในระบบ และความสามารถในการระบายของแต่ละพื้นที่ จึงไม่สามารถเพิ่มการรับน้ำได้โดยไม่มีข้อจำกัด


เหตุใดจึงยังต้องทยอยเพิ่มการระบาย?

แม้น้ำตอนบนบางจุดเริ่มลด แต่น้ำที่มาถึงเขื่อนยังมีปริมาณมาก และมีน้ำสะสมด้านเหนือเขื่อน กรมชลประทานจำเป็นต้องทยอยปรับเพิ่มการระบายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อควบคุมระดับน้ำและลดความเสี่ยงต่อพื้นที่เหนือเขื่อน โดยปรับอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อลดความรวดเร็วของการเพิ่มระดับน้ำและลดผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายเขื่อน

ด้านท้ายเขื่อนก็ยังต้องระวัง

การปรับระบายต้องพิจารณาระดับน้ำในแม่น้ำสายหลัก น้ำจากลำน้ำสาขา ฝนในพื้นที่ และอิทธิพลน้ำทะเลหนุนร่วมกัน เพราะทั้งหมดมีผลต่อระดับน้ำและการระบายน้ำในพื้นที่ตอนล่าง

สรุปง่าย ๆ : น้ำตอนบนบางจุดลดแล้ว แต่น้ำที่ไหลลงมาก่อนหน้านั้นยังทยอยมาถึงเขื่อน และยังมีน้ำสะสมเหนือเขื่อน จึงต้องบริหารทั้งการหน่วงน้ำ การรับน้ำเข้าระบบสองฝั่ง และการทยอยระบายให้สมดุลกัน

ประชาชนในพื้นที่เหนือและท้ายเขื่อน โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำและนอกคันกั้นน้ำ ควรติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำ 

ที่มาข้อมูล : กรมชลประทาน

ที่มารูปภาพ : กรมชลประทาน

อดีตนักข่าวการเมืองภาคสนาม ติ่งเกาหลีที่ชอบดูฟุตบอล เป็นสายมูและทาสแมว