ถอดรหัสระบบเตือนภัยน้ำท่วมไทย “ฝน-น้ำ-เตือน” ใครทำหน้าที่อะไร?

Share on Line Share on Facebook Share on X
ถอดรหัสระบบเตือนภัยน้ำท่วมไทย “ฝน-น้ำ-เตือน” ใครทำหน้าที่อะไร?

ระบบเตือนภัยน้ำท่วมของไทย ใครดูอะไร ใครเตือนเรา?

ตั้งแต่ฝนบนฟ้า ปริมาณน้ำในเขื่อน ไปจนถึงระดับน้ำในแม่น้ำ ข้อมูลจากหลายหน่วยงานถูกนำมาใช้ร่วมกัน เพื่อประเมินสถานการณ์น้ำ แจ้งเตือน และเตรียมรับมือพื้นที่เสี่ยง ก่อนที่มวลน้ำจะเดินทางถึงชุมชน

ทุกครั้งที่เกิดฝนตกหนัก หลายคนอาจเห็นประกาศเตือนภัยจากหลายหน่วยงาน ทั้งพยากรณ์อากาศ เตือนฝนตกหนัก แจ้งระดับน้ำในแม่น้ำ หรือประกาศพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม จนเกิดคำถามว่า แล้วใครเป็นคนดูข้อมูลอะไร และใครเป็นคนเตือนประชาชน

ความจริงแล้ว “ระบบเตือนภัยน้ำท่วม” ของไทยไม่ได้มีหน่วยงานเดียวที่ทำทุกอย่าง แต่เป็นการทำงานร่วมกันตั้งแต่การติดตามสภาพอากาศ การตรวจวัดฝนและน้ำ การบริหารจัดการเขื่อนและลำน้ำ ไปจนถึงการแจ้งเตือนและสั่งการในพื้นที่

สรุปข่าว

รู้หรือไม่? เบื้องหลังคำเตือน “ฝนตกหนัก–น้ำท่วม” มีข้อมูลจากหลายหน่วยงาน ตั้งแต่กรมอุตุฯ เฝ้าดูฝน กรมชลประทานติดตามน้ำในเขื่อนและแม่น้ำ สทนช.ประเมินภาพรวม ไปจนถึง ปภ.และท้องถิ่นส่งต่อคำเตือนถึงประชาชน เปิดเส้นทางข้อมูลตั้งแต่ “ฝนบนฟ้า” จนถึง “ภัยถึงบ้าน” ใครดูอะไร ใครเตือนเรา?

ระบบเตือนภัยน้ำท่วมของไทย ใครดูอะไร ใครเตือนเรา?

ตั้งแต่ฝนบนฟ้า ปริมาณน้ำในเขื่อน ไปจนถึงระดับน้ำในแม่น้ำ ข้อมูลจากหลายหน่วยงานถูกนำมาใช้ร่วมกัน เพื่อประเมินสถานการณ์น้ำ แจ้งเตือน และเตรียมรับมือพื้นที่เสี่ยง ก่อนที่มวลน้ำจะเดินทางถึงชุมชน

ทุกครั้งที่เกิดฝนตกหนัก หลายคนอาจเห็นประกาศเตือนภัยจากหลายหน่วยงาน ทั้งพยากรณ์อากาศ เตือนฝนตกหนัก แจ้งระดับน้ำในแม่น้ำ หรือประกาศพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม จนเกิดคำถามว่า แล้วใครเป็นคนดูข้อมูลอะไร และใครเป็นคนเตือนประชาชน

ความจริงแล้ว “ระบบเตือนภัยน้ำท่วม” ของไทยไม่ได้มีหน่วยงานเดียวที่ทำทุกอย่าง แต่เป็นการทำงานร่วมกันตั้งแต่การติดตามสภาพอากาศ การตรวจวัดฝนและน้ำ การบริหารจัดการเขื่อนและลำน้ำ ไปจนถึงการแจ้งเตือนและสั่งการในพื้นที่

บทบาทหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน

**กรมอุตุนิยมวิทยา ดูฝนและพายุ 

-พยากรณ์ฝนและพายุ   

-ออกประกาศฝนตกหนักถึงหนักมาก   

-แจ้งพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน

**กรมชลประทาน ดูน้ำในระบบชลประทาน 

-ติดตามระดับน้ำในแม่น้ำ เขื่อน และคลอง   

-แจ้งเตือนการระบายน้ำ และพื้นที่ท้ายน้ำ   

-บริหารจัดการน้ำเพื่อลดผลกระทบ 

**กรมทรัพยากรน้ำ เฝ้าระวังน้ำป่าและพื้นที่เสี่ยง 

-ใช้ระบบเตือนภัยล่วงหน้า (EWS)   

-เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม   

-แจ้งเตือนหมู่บ้านและชุมชนเสี่ยง

**สทนช. บูรณาการข้อมูลสถานการณ์น้ำ

-รวบรวมข้อมูลจากหลายหน่วยงาน   

-วิเคราะห์ภาพรวมสถานการณ์น้ำของประเทศ   

-สนับสนุนการสื่อสารข้อมูลสถานการณ์น้ำ 

**ปภ./ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ประสานการแจ้งเตือนประชาชน

-ส่งคำเตือนภัยไปยังประชาชน   

-ประสานจังหวัดและหน่วยงานในพื้นที่   

-สนับสนุนการอพยพและการรับมือภัยพิบัติ

**จังหวัด / อปท.   

-ประกาศแจ้งเตือนในพื้นที่   

-อำนวยการอพยพและช่วยเหลือประชาชน  

ภาพจาก กรมอุตุฯ

แล้วประชาชนควรติดตามใคร?

สำหรับประชาชน สิ่งสำคัญไม่ใช่การจำชื่อทุกหน่วยงาน แต่ควรติดตามข้อมูลจาก หน่วยงานทางการที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ของตัวเอง โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตกหนักหรือน้ำหลาก

-ติดตามพยากรณ์อากาศเพื่อดูแนวโน้มฝน

-ติดตามข้อมูลน้ำเพื่อดูระดับน้ำและการระบายน้ำ

-ติดตามประกาศเตือนภัยเพื่อดูพื้นที่เสี่ยง

-ติดตามประกาศจากจังหวัดหรือท้องถิ่นเมื่อมีคำสั่งหรือคำแนะนำในการปฏิบัติตัว

เพราะในสถานการณ์น้ำท่วม การเตือนภัยที่ดีไม่ได้จบลงที่การประกาศเตือน แต่ต้องทำให้ข้อมูลเดินทางไปถึงประชาชนเร็วพอที่จะมีเวลาเตรียมตัว

จากฝนหยดแรกบนท้องฟ้า จนกลายเป็นมวลน้ำที่ไหลเข้าสู่ชุมชน เบื้องหลังคือข้อมูลจากหลายหน่วยงานที่ต้องทำงานต่อเนื่องกัน และปลายทางของระบบทั้งหมดคือการทำให้ประชาชน “รู้เร็ว เตรียมตัวเร็ว และปลอดภัยมากขึ้น”

ที่มาข้อมูล : กรมอุตุนิยมวิทยา/TNN รวบรวม

ที่มารูปภาพ : Getty Images / Thai News Pix

นักข่าวออนไลน์ เกาะติดสถานการณ์ประเด็นร้อน ทันเหตุการณ์ ทั้งเรื่องใกล้ตัวและประเด็นสำคัญ