“ผู้หญิงเกิน 35 ใครจะเอา?” เจาะลึกสถิติปัญหาไม่ใช่อายุ แต่โครงสร้างสังคมเปลี่ยน

จากพอดแคสต์ประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์ กับคำถาม “ผู้หญิงเกิน 35 แล้ว ยังจะเอาอีกเหรอ?” กลายเป็นข้อถกเถียงวิพากษ์วิจารณ์บนโซเชียลมีเดีย หากเราถอดอคติและความเห็นส่วนตัวออก แล้วลองหันมามองผ่านข้อมูล “ตัวเลขประชากรศาสตร์” คำถามที่แท้จริงอาจไม่ใช่การตั้งคำถามว่าผู้หญิงวัยนี้ยังมีใครเลือกหรือไม่ แต่คือโครงสร้างประชากรไทยในความเป็นจริงหน้าตาเป็นอย่างไร และความสมดุลระหว่างชายกับหญิงในวัยเดียวกันนั้นเป็นไปในทิศทางไหนกันแน่?
สรุปข่าว
จากพอดแคสต์ประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์ กับคำถาม “ผู้หญิงเกิน 35 แล้ว ยังจะเอาอีกเหรอ?” กลายเป็นข้อถกเถียงวิพากษ์วิจารณ์บนโซเชียลมีเดีย หากเราถอดอคติและความเห็นส่วนตัวออก แล้วลองหันมามองผ่านข้อมูล “ตัวเลขประชากรศาสตร์” คำถามที่แท้จริงอาจไม่ใช่การตั้งคำถามว่าผู้หญิงวัยนี้ยังมีใครเลือกหรือไม่ แต่คือโครงสร้างประชากรไทยในความเป็นจริงหน้าตาเป็นอย่างไร และความสมดุลระหว่างชายกับหญิงในวัยเดียวกันนั้นเป็นไปในทิศทางไหนกันแน่?
ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ซึ่งอ้างอิงฐานทะเบียนประชากรของกรมการปกครอง พบว่า ในปี 2567 ประเทศไทยมีประชากรจากการทะเบียน 65.95 ล้านคน เป็นผู้หญิง 33.81 ล้านคน หรือ 51.3% และผู้ชาย 32.15 ล้านคน หรือ 48.7%
ผู้หญิงวัย 35 - 44 ปี มีเกือบ 5 ล้านคน
เมื่อเจาะเฉพาะช่วงอายุที่กำลังเป็นประเด็น ตัวเลขไม่ได้สะท้อนภาพว่าเป็นประชากรกลุ่มเล็กแต่อย่างใด ปี 2567 ไทยมีผู้หญิงอายุ 35 - 39 ปี จำนวน 2,269,722 คน ขณะที่ผู้ชายวัยเดียวกันมี 2,283,698 คน
ส่วนกลุ่มอายุ 40 - 44 ปี มีผู้หญิง 2,512,662 คน และผู้ชาย 2,469,790 คน นั่นหมายความว่า เฉพาะผู้หญิงอายุ 35 - 44 ปี มีรวมกันประมาณ 4.78 ล้านคน ซึ่งจำนวนทั้ง 2 เพศมีความเหลือมล้ำกันอยู่เแต่ก็ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก โดยในกลุ่ม 35 - 39 ปี ผู้ชายมีมากกว่าผู้หญิงเล็กน้อย ขณะที่กลุ่ม 40 - 44 ปี ผู้หญิงมีมากกว่าผู้ชายเล็กน้อย
"เปิดสถิติการเกิด" เกิน 35 ไม่มีใครเอา แล้วใครเป็นพ่อ?
ข้อมูลสถิติการเกิดของไทยปี 2566 พบว่า มารดาอายุ 35 - 39 ปี มีบุตรเกิดมีชีพ 71,705 ราย คิดเป็น 14.4% ของการเกิดทั้งหมด ขณะที่มารดาอายุ 40 - 44 ปีมี 19,687 ราย หรือ 3.9% และอายุ 45 - 49 ปีมี 1,086 ราย หรือ 0.2% ตัวเลขนี้สะท้อนข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งว่า การมีบุตรหลังอายุ 35 ยังเกิดขึ้นจริงในประเทศไทย และ มีจำนวนไม่น้อย
คนไทยกำลังแต่งงาน - มีลูกน้อยลงทั้งประเทศ
ถ้ามองภาพใหญ่กว่าประเด็นผู้หญิงอายุเกิน 35 ประเทศไทยกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างครอบครัวและประชากรอย่างชัดเจน ปี 2567 ประเทศไทยมีการจดทะเบียนสมรส 263,087 คู่ ลดลง 6.0% จากปีก่อน ขณะที่มีเด็กเกิด 462,240 คน ลดลง 10.8% จากปี 2566 และจำนวนการตายอยู่ที่ 571,646 ราย
สำนักงานสถิติแห่งชาติยังรายงานว่า อัตราเจริญพันธุ์รวมของไทยลดลงจาก 1.5 ในปี 2563 เหลือประมาณ 1.0 ในปี 2567 ซึ่งต่ำกว่าระดับทดแทนประชากรอย่างมาก ดังนั้นการที่คนแต่งงานช้าลง มีลูกช้าลง หรือเลือกไม่มีลูก ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับผู้หญิงอายุเกิน 35 แต่เป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรไทยทั้งระบบ
แล้วคำว่า “ไม่มีใครเอา” วัดจากอะไร?
ไม่มีสถิติทางการที่บอกว่า “ผู้หญิงอายุ 35 ปีขึ้นไปหมดความเป็นที่ต้องการในตลาดความรักแล้วกี่เปอร์เซ็นต์” แต่สิ่งที่ตัวเลขทางประชากรศาสตร์มาตอบคำถามจากกระแสโซเชียล คือ ผู้หญิงวัยเกิน 35 ไม่ได้หายไปจากโครงสร้างประชากร และไม่ได้มีจำนวนแตกต่างจากผู้ชายวัยเดียวกันอย่างสุดขั้ว แต่สิ่งที่กำลังเปลี่ยนไปแน่นอนคือโครงสร้างประชากรไทย ซึ่งมีความซับซ้อนเกี่ยวโยงกับสภาพแวดล้อม เศรษฐกิจ และ สังคม
สำหรับเรื่อง “ไม่มีใครเอา” เป็นข้อสรุปที่ต้องมีหลักฐานอีกหลายชั้นมารองรับ ไม่ใช่เพียงแค่รสนิยมส่วนตัว
อ้างอิง : https://www.nso.go.th/public/e-book/Statistical-Yearbook/SYB-2025/78/#zoom=z
อ้างอิง : https://www.nso.go.th/public/e-book/Analytical-Reports/Report_Gender_2025/19/#zoom=z
ที่มาข้อมูล : ฐานข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติ
ที่มารูปภาพ : Getty Images
นักข่าวสายโซเชียล รายงานข่าวประเด็นสังคมและความเคลื่อนไหว เน้นการนำเสนอการสรุปข้อมูลที่รวดเร็ว ชัดเจน และเข้าใจง่าย
