ยาฉีดลดน้ำหนักต้องรู้อะไร? ทำไม GLP-1 ต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์

Share on Line Share on Facebook Share on X
ยาฉีดลดน้ำหนักต้องรู้อะไร? ทำไม GLP-1 ต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์

กระแสการใช้ “ยาฉีดลดน้ำหนัก” ทำให้ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ได้รับความสนใจมากขึ้น แต่สิ่งที่ผู้บริโภคควรรู้คือ ยาบางชนิดไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ซื้อมาใช้เอง และการเลือกผลิตภัณฑ์จากแหล่งที่ไม่ได้รับอนุญาตอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพ

วันที่ 11 กันยายน 2569 นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา และเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล แถลงผลปฏิบัติการตรวจสอบแหล่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาฉีดกลุ่มเปปไทด์ที่ไม่ได้รับอนุญาต ยี่ห้อ Haus of peptide ซึ่งมีการกล่าวอ้างเกี่ยวกับการลดน้ำหนัก โดยระบุว่ามูลค่าผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องมากกว่า 50 ล้านบาท

กระทรวงสาธารณสุขย้ำว่า การควบคุมผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้รับอนุญาตเป็นส่วนหนึ่งของการคุ้มครองสุขภาพประชาชน เนื่องจากยาที่ไม่ผ่านระบบการอนุญาตและตรวจสอบตามกฎหมาย อาจมีความเสี่ยงทั้งด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และการนำไปใช้อย่างไม่เหมาะสม

GLP-1 Receptor Agonist คืออะไร?

ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขระบุว่า ยาในกลุ่ม GLP-1 Receptor Agonist พัฒนาขึ้นเพื่อใช้รักษาผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และจัดอยู่ในกลุ่ม “ยาควบคุมพิเศษ” การใช้ยาจึงต้องผ่านการประเมินและสั่งจ่ายโดยแพทย์ ไม่ควรซื้อผลิตภัณฑ์มาฉีดหรือปรับขนาดยาด้วยตนเอง

ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่การแยกให้ออกระหว่าง “ยาที่อยู่ในระบบและใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์” กับผลิตภัณฑ์ที่นำมาจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต เพราะแม้จะมีการโฆษณาหรือกล่าวอ้างคุณสมบัติเกี่ยวกับการควบคุมน้ำหนัก แต่ไม่ได้หมายความว่าผลิตภัณฑ์นั้นจะผ่านการรับรองด้านคุณภาพและความปลอดภัยแล้ว

สรุปข่าว

กระทรวงสาธารณสุขเตือนประชาชนระวังยาฉีดลดน้ำหนักที่ไม่ได้รับอนุญาต หลังตรวจสอบผลิตภัณฑ์กลุ่มเปปไทด์มูลค่ากว่า 50 ล้านบาท ย้ำยา GLP-1 Receptor Agonist เป็นยาควบคุมพิเศษ ต้องได้รับการประเมินและสั่งจ่ายโดยแพทย์ ไม่ควรซื้อหรือฉีดใช้ด้วยตนเอง

กระแสการใช้ “ยาฉีดลดน้ำหนัก” ทำให้ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ได้รับความสนใจมากขึ้น แต่สิ่งที่ผู้บริโภคควรรู้คือ ยาบางชนิดไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ซื้อมาใช้เอง และการเลือกผลิตภัณฑ์จากแหล่งที่ไม่ได้รับอนุญาตอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพ

วันที่ 11 กันยายน 2569 นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา และเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล แถลงผลปฏิบัติการตรวจสอบแหล่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาฉีดกลุ่มเปปไทด์ที่ไม่ได้รับอนุญาต ยี่ห้อ Haus of peptide ซึ่งมีการกล่าวอ้างเกี่ยวกับการลดน้ำหนัก โดยระบุว่ามูลค่าผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องมากกว่า 50 ล้านบาท

กระทรวงสาธารณสุขย้ำว่า การควบคุมผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้รับอนุญาตเป็นส่วนหนึ่งของการคุ้มครองสุขภาพประชาชน เนื่องจากยาที่ไม่ผ่านระบบการอนุญาตและตรวจสอบตามกฎหมาย อาจมีความเสี่ยงทั้งด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และการนำไปใช้อย่างไม่เหมาะสม

GLP-1 Receptor Agonist คืออะไร?

ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขระบุว่า ยาในกลุ่ม GLP-1 Receptor Agonist พัฒนาขึ้นเพื่อใช้รักษาผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และจัดอยู่ในกลุ่ม “ยาควบคุมพิเศษ” การใช้ยาจึงต้องผ่านการประเมินและสั่งจ่ายโดยแพทย์ ไม่ควรซื้อผลิตภัณฑ์มาฉีดหรือปรับขนาดยาด้วยตนเอง

ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่การแยกให้ออกระหว่าง “ยาที่อยู่ในระบบและใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์” กับผลิตภัณฑ์ที่นำมาจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต เพราะแม้จะมีการโฆษณาหรือกล่าวอ้างคุณสมบัติเกี่ยวกับการควบคุมน้ำหนัก แต่ไม่ได้หมายความว่าผลิตภัณฑ์นั้นจะผ่านการรับรองด้านคุณภาพและความปลอดภัยแล้ว

ทำไมไม่ควรซื้อยาฉีดมาใช้เอง?

กระทรวงสาธารณสุขแนะนำประชาชนไม่ให้ซื้อหรือใช้ยาที่ไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงหลีกเลี่ยงการใช้ยาฉีดกลุ่มลดน้ำหนักโดยไม่มีการดูแลทางการแพทย์ เนื่องจากการใช้ยาไม่เหมาะสมอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ และในกรณีรุนแรงอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

ก่อนใช้ยาจึงควรได้รับการประเมินจากแพทย์ว่าเหมาะสมกับผู้ใช้หรือไม่ พร้อมรับคำแนะนำเรื่องการใช้ยาอย่างถูกต้อง แทนการตัดสินใจจากโฆษณา รีวิว หรือการกล่าวอ้างบนช่องทางออนไลน์เพียงอย่างเดียว

ขายยาไม่ได้รับอนุญาต มีโทษอย่างไร?

ตามข้อมูลที่กระทรวงสาธารณสุขเปิดเผย อัตราโทษตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 กรณี ขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท

ส่วนกรณี ขายยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ก่อนซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพ ควรตรวจสอบอย่างไร?

ประชาชนสามารถตรวจสอบผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ผ่านเว็บไซต์ของ อย. รวมถึงช่องทาง Line@FDAThai และแอปพลิเคชันหมอพร้อม โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ต้องฉีดเข้าสู่ร่างกายหรือเป็นยาควบคุมพิเศษ ควรปรึกษาแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ก่อนใช้ทุกครั้ง

เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นอีกกรณีที่กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบผลิตภัณฑ์สุขภาพนอกระบบ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงยาที่มีมาตรฐานและได้รับการกำกับตามกฎหมาย ขณะที่ผู้บริโภคสามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการตรวจสอบสถานะผลิตภัณฑ์และไม่ซื้อยาจากแหล่งที่ไม่สามารถยืนยันการอนุญาตได้

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : Freepik

บรรณาธิการออนไลน์

แท็กบทความ