
วันนี้ (12 พฤษภาคม 2569) ที่ กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า กองสาธารณสุขฉุกเฉิน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้รวบรวมข้อมูลเหตุความรุนแรงในสถานพยาบาลย้อนหลัง 3 ปี (พ.ศ. 2567 - 2569) พบว่า
ปี 2567 เกิดเหตุ 38 เหตุการณ์ เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 12 ราย ประชาชนบาดเจ็บ 6 ราย และเสียชีวิต 12 ราย
ปี 2568 เกิดเหตุ 44 เหตุการณ์ เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 20 ราย เสียชีวิต 3 ราย ประชาชนบาดเจ็บ 13 ราย เสียชีวิต 11 ราย
ปี 2569 เกิดเหตุ 9 เหตุการณ์ เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 8 ราย ประชาชนบาดเจ็บ 4 ราย และเสียชีวิต 2 ราย รวมทั้งหมด 91 เหตุการณ์ เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 40 ราย เสียชีวิต 3 ราย ประชาชนบาดเจ็บ 23 ราย เสียชีวิต 25 ราย
โดยเป็นเหตุการณ์ทำร้ายเจ้าหน้าที่มากที่สุด 32 เหตุการณ์ รองลงมาคือ กระโดดตึก 20 เหตุการณ์ ที่เหลือเป็นเหตุฆ่าตัวตาย/ทำร้ายตนเอง ก่อความไม่สงบ ทะเลาะวิวาท ทำลายทรัพย์สิน
สรุปข่าว
วันนี้ (12 พฤษภาคม 2569) ที่ กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า กองสาธารณสุขฉุกเฉิน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้รวบรวมข้อมูลเหตุความรุนแรงในสถานพยาบาลย้อนหลัง 3 ปี (พ.ศ. 2567 - 2569) พบว่า
ปี 2567 เกิดเหตุ 38 เหตุการณ์ เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 12 ราย ประชาชนบาดเจ็บ 6 ราย และเสียชีวิต 12 ราย
ปี 2568 เกิดเหตุ 44 เหตุการณ์ เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 20 ราย เสียชีวิต 3 ราย ประชาชนบาดเจ็บ 13 ราย เสียชีวิต 11 ราย
ปี 2569 เกิดเหตุ 9 เหตุการณ์ เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 8 ราย ประชาชนบาดเจ็บ 4 ราย และเสียชีวิต 2 ราย รวมทั้งหมด 91 เหตุการณ์ เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 40 ราย เสียชีวิต 3 ราย ประชาชนบาดเจ็บ 23 ราย เสียชีวิต 25 ราย
โดยเป็นเหตุการณ์ทำร้ายเจ้าหน้าที่มากที่สุด 32 เหตุการณ์ รองลงมาคือ กระโดดตึก 20 เหตุการณ์ ที่เหลือเป็นเหตุฆ่าตัวตาย/ทำร้ายตนเอง ก่อความไม่สงบ ทะเลาะวิวาท ทำลายทรัพย์สิน
นพ.สมฤกษ์ กล่าวต่อว่า กระทรวงได้มีข้อสั่งการให้หน่วยงานในสังกัดถือปฏิบัติใน 3 มาตรการอย่างเคร่งครัด ได้แก่ 1.ด้านอาคารสถานที่ ให้ติดตั้งกล้องวงจรปิดและมีระบบตรวจสอบความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะพื้นที่ที่เป็นจุดเสี่ยง จัดระบบควบคุมประตู เข้า - ออก ให้มีความปลอดภัย และจัดระบบควบคุมประตูทางฉุกเฉินให้สามารถจํากัดการเข้า - ออก และมีช่องทางเข้า - ออก ที่ปลอดภัยสําหรับเจ้าหน้าที่
พร้อมจัดสถานที่พักคอยญาติที่เหมาะสม 2.ด้านการรักษาความปลอดภัย ให้ติดตั้งสัญญาณเตือนภัยหรืออุปกรณ์ขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน และมีช่องทางแจ้งเหตุด่วนกับเจ้าหน้าที่ตํารวจ ฝ่ายปกครองและเครือข่ายอาสาสมัครมูลนิธิต่างๆ ในพื้นที่ จัดระบบรายงานเหตุการณ์และระบบการช่วยเหลือ ฟื้นฟูเยียวยาเจ้าหน้าที่และผู้ได้รับผลกระทบหลังเกิดเหตุการณ์ และ 3.ด้านกฎหมาย ให้ดําเนินคดีกับผู้ก่อเหตุใช้ความรุนแรงทุกราย
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา กองกฏหมาย ได้มีการติดตามผลคดีความของผู้ก่อเหตุที่ใช้ความรุนแรงในสถานพยาบาล ซึ่งได้รับโทษตามประมวลกฎหมายอาญา อาทิ จังหวัดอ่างทอง (10 มิถุนายน 2562) กรณีบุกรุกห้องฉุกเฉินเพื่อทำร้ายคู่อริและทำลายเครื่องตรวจคลื่นหัวใจ ศาลพิพากษาจำคุกคนละ 1 ปี 6 เดือน และไม่รอลงอาญา, จังหวัดอุบลราชธานี (31 มกราคม 2568)
กรณีวางเพลิงโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเดชอุดม และมีอาวุธปืน ศาลพิพากษาจำคุกรวมทั้งหมด 25 ปี 9 เดือน และปรับ 2,500 บาท และไม่รอลงอาญา และ จังหวัดระยอง (16 กุมภาพันธ์ 2568) กรณีทำร้ายพยาบาล ศาลพิพากษาจำคุก 1 เดือน 15 วัน และชดใช้ค่าเสียหายให้แก่พยาบาล 73,273 บาท พร้อมดอกเบี้ย และไม่รอลงอาญา เป็นต้น
- สธ.เผย 10 จังหวัด PM 2.5 พุ่งสูงสุด
- สธ.ย้ำยา - เวชภัณฑ์ไทยยังเพียงพอ สำรองไว้อย่างน้อย 3 เดือน
- นศ.แพทย์จบใหม่สมัครลงพื้นที่ขาดแคลนพิเศษ 39 จังหวัด เกินเป้าถึง 87% หลังปรับเพิ่ม 3 สิทธิประโยชน์
- นักศึกษาแพทย์จบใหม่แห่สมัครลงพื้นที่ขาดแคลนพิเศษ 39 จังหวัด เกินเป้าถึง 87%
- สธ. ปิดรพ.เสี่ยงอีก 2 แห่ง ใช้ Telemedicine ดูแลผู้ป่วยรพ.ที่ปิดบริการ - ในศูนย์พักพิง
ที่มาข้อมูล : กระทรวงสาธารณสุข
ที่มารูปภาพ : กระทรวงสาธารณสุข
นักข่าวออนไลน์ เกาะติดสถานการณ์ประเด็นร้อน ทันเหตุการณ์ ทั้งเรื่องใกล้ตัวและประเด็นสำคัญ
