
ข้อมูลสถานการณ์อุทกภัยย้อนหลังของจังหวัดน่านแสดงให้เห็นว่า ปัญหาน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำล้นตลิ่งแม่น้ำน่านเกิดขึ้นเป็นระยะมานานกว่า 6 ทศวรรษ โดยมีบันทึกปีน้ำหลากตั้งแต่ปี 2506 ก่อนเกิดเหตุสำคัญหลายรอบในช่วงปี 2537-2538, 2543 และต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน
ตัวเลขที่น่าจับตาอยู่ในช่วง 3 ปีล่าสุด 2567-2569 ซึ่งจังหวัดน่านเผชิญสถานการณ์น้ำหลากรุนแรงต่อเนื่อง ทั้งในด้านปริมาณฝน ระดับน้ำ จำนวนประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และพื้นที่ประสบภัย

ย้อนสถิติน้ำท่วมน่าน จากปี 2506 ถึงปัจจุบัน
ข้อมูลของหน่วยงานด้านน้ำระบุปี 2506 เป็นหนึ่งในปีน้ำหลากที่ถูกนำมาใช้ประกอบการเปรียบเทียบข้อมูลฝนและระดับน้ำสูงสุดของลุ่มน้ำน่าน หลังจากนั้นยังมีบันทึกเหตุการณ์ในปี 2537-2538 และ 2543
เมื่อเข้าสู่ช่วงปี 2548-2552 ตัวเลขความเสียหายเริ่มแสดงให้เห็นความถี่และขนาดของปัญหาอย่างชัดเจน
ปี 2548 จังหวัดน่านเกิดภัย 7 ครั้ง ครอบคลุม 15 อำเภอ มีประชาชนได้รับผลกระทบ 69,684 ครัวเรือน เสียชีวิต 1 ราย และมีมูลค่าความเสียหายประมาณ 160.46 ล้านบาท
ปี 2549 เกิดภัย 4 ครั้ง แต่มีความสูญเสียต่อชีวิตสูง โดยกระทบ 68,249 ครัวเรือน ครอบคลุม 15 อำเภอ มีผู้เสียชีวิต 17 ราย บาดเจ็บ 204 ราย และประเมินความเสียหายประมาณ 96.68 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาจากจำนวนครั้งเกิดภัย ปี 2549 ไม่ใช่ปีที่มีความถี่สูงสุด เพราะในปี 2550 เกิด 77 ครั้ง ปี 2551 เพิ่มเป็น 110 ครั้ง และปี 2552 อีก 70 ครั้ง
ตัวเลขดังกล่าวทำให้ปี 2551 เป็นปีที่มีจำนวนครั้งเกิดภัยสูงสุดในชุดข้อมูลช่วงปี 2548-2552 ขณะที่ปี 2548 มีมูลค่าความเสียหายสูงสุดประมาณ 160.46 ล้านบาท
6 ปี “น่าน” มีการบันทึกการประสบอุทกภัย 2,544 ครั้ง
ข้อมูลในแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำท่วมลุ่มน้ำน่าน ระบุว่า ในช่วงปี 2558–2563 จังหวัดน่านมี จำนวนครั้งประสบอุทกภัย รวม 2,544 ครั้ง ซึ่งสูงที่สุดเมื่อเทียบกับจังหวัดอื่นในเขตลุ่มน้ำน่าน
เอกสารอ้างอิง
“แผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำท่วม ลุ่มน้ำน่าน” ปี 2566 จัดทำภายใต้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ภาค 1 โดยสถานวิจัยเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการด้านทรัพยากรน้ำ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร บทที่ 2 สภาพทั่วไปของลุ่มน้ำ หน้า 2-64

อย่างไรก็ดี ตัวเลขดังกล่าวควรตีความว่าเป็น “จำนวนครั้งประสบอุทกภัย” ตามวิธีบันทึกในฐานข้อมูลของหน่วยงาน ไม่ใช่จำนวนรอบหรือจำนวนเหตุการณ์น้ำท่วมขนาดใหญ่ที่เกิดแยกเป็นครั้ง ๆ ในระดับจังหวัดโดยตรง
เมื่อพิจารณาระดับพื้นที่ ตำบลตาลชุมเป็นพื้นที่ที่มีจำนวนครั้งประสบอุทกภัยสูงสุดในชุดข้อมูล คือ 73 ครั้ง สะท้อนว่าความเสี่ยงไม่ได้กระจายอย่างเท่าเทียมทั่วจังหวัด แต่กระจุกอยู่ในบางตำบลและชุมชน ซึ่งอาจต้องเผชิญผลกระทบซ้ำหลายครั้งภายในช่วงเวลา 6 ปี

สรุปข่าว
ข้อมูลสถานการณ์อุทกภัยย้อนหลังของจังหวัดน่านแสดงให้เห็นว่า ปัญหาน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำล้นตลิ่งแม่น้ำน่านเกิดขึ้นเป็นระยะมานานกว่า 6 ทศวรรษ โดยมีบันทึกปีน้ำหลากตั้งแต่ปี 2506 ก่อนเกิดเหตุสำคัญหลายรอบในช่วงปี 2537-2538, 2543 และต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน
ตัวเลขที่น่าจับตาอยู่ในช่วง 3 ปีล่าสุด 2567-2569 ซึ่งจังหวัดน่านเผชิญสถานการณ์น้ำหลากรุนแรงต่อเนื่อง ทั้งในด้านปริมาณฝน ระดับน้ำ จำนวนประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และพื้นที่ประสบภัย

ย้อนสถิติน้ำท่วมน่าน จากปี 2506 ถึงปัจจุบัน
ข้อมูลของหน่วยงานด้านน้ำระบุปี 2506 เป็นหนึ่งในปีน้ำหลากที่ถูกนำมาใช้ประกอบการเปรียบเทียบข้อมูลฝนและระดับน้ำสูงสุดของลุ่มน้ำน่าน หลังจากนั้นยังมีบันทึกเหตุการณ์ในปี 2537-2538 และ 2543
เมื่อเข้าสู่ช่วงปี 2548-2552 ตัวเลขความเสียหายเริ่มแสดงให้เห็นความถี่และขนาดของปัญหาอย่างชัดเจน
ปี 2548 จังหวัดน่านเกิดภัย 7 ครั้ง ครอบคลุม 15 อำเภอ มีประชาชนได้รับผลกระทบ 69,684 ครัวเรือน เสียชีวิต 1 ราย และมีมูลค่าความเสียหายประมาณ 160.46 ล้านบาท
ปี 2549 เกิดภัย 4 ครั้ง แต่มีความสูญเสียต่อชีวิตสูง โดยกระทบ 68,249 ครัวเรือน ครอบคลุม 15 อำเภอ มีผู้เสียชีวิต 17 ราย บาดเจ็บ 204 ราย และประเมินความเสียหายประมาณ 96.68 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาจากจำนวนครั้งเกิดภัย ปี 2549 ไม่ใช่ปีที่มีความถี่สูงสุด เพราะในปี 2550 เกิด 77 ครั้ง ปี 2551 เพิ่มเป็น 110 ครั้ง และปี 2552 อีก 70 ครั้ง
ตัวเลขดังกล่าวทำให้ปี 2551 เป็นปีที่มีจำนวนครั้งเกิดภัยสูงสุดในชุดข้อมูลช่วงปี 2548-2552 ขณะที่ปี 2548 มีมูลค่าความเสียหายสูงสุดประมาณ 160.46 ล้านบาท
6 ปี “น่าน” มีการบันทึกการประสบอุทกภัย 2,544 ครั้ง
ข้อมูลในแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำท่วมลุ่มน้ำน่าน ระบุว่า ในช่วงปี 2558–2563 จังหวัดน่านมี จำนวนครั้งประสบอุทกภัย รวม 2,544 ครั้ง ซึ่งสูงที่สุดเมื่อเทียบกับจังหวัดอื่นในเขตลุ่มน้ำน่าน
เอกสารอ้างอิง
“แผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำท่วม ลุ่มน้ำน่าน” ปี 2566 จัดทำภายใต้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ภาค 1 โดยสถานวิจัยเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการด้านทรัพยากรน้ำ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร บทที่ 2 สภาพทั่วไปของลุ่มน้ำ หน้า 2-64

อย่างไรก็ดี ตัวเลขดังกล่าวควรตีความว่าเป็น “จำนวนครั้งประสบอุทกภัย” ตามวิธีบันทึกในฐานข้อมูลของหน่วยงาน ไม่ใช่จำนวนรอบหรือจำนวนเหตุการณ์น้ำท่วมขนาดใหญ่ที่เกิดแยกเป็นครั้ง ๆ ในระดับจังหวัดโดยตรง
เมื่อพิจารณาระดับพื้นที่ ตำบลตาลชุมเป็นพื้นที่ที่มีจำนวนครั้งประสบอุทกภัยสูงสุดในชุดข้อมูล คือ 73 ครั้ง สะท้อนว่าความเสี่ยงไม่ได้กระจายอย่างเท่าเทียมทั่วจังหวัด แต่กระจุกอยู่ในบางตำบลและชุมชน ซึ่งอาจต้องเผชิญผลกระทบซ้ำหลายครั้งภายในช่วงเวลา 6 ปี

ปี 2567 น้ำท่วมครบทั้ง 15 อำเภอ
สถานการณ์กลับมารุนแรงอีกครั้งระหว่างวันที่ 19-30 สิงหาคม 2567 โดยน้ำท่วมครอบคลุมทั้ง 15 อำเภอของจังหวัดน่าน รวม 82 ตำบล 670 หมู่บ้าน
มีประชาชนได้รับผลกระทบ 32,434 ครัวเรือน หรือ 134,472 คน บ้านเรือนได้รับผลกระทบ 3,878 หลัง และมีผู้เสียชีวิต 3 ราย
โครงสร้างพื้นฐานได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง ประกอบด้วยถนน 205 แห่ง สะพานหรือคอสะพาน 39 แห่ง พนังกั้นตลิ่ง 46 แห่ง และวัด โรงเรียน หรือสถานที่ราชการอีก 26 แห่ง
หากย้อนกลับไปดูข้อมูลระหว่างเกิดเหตุ ณ วันที่ 25 สิงหาคม 2567 ขณะนั้นมีผู้ได้รับผลกระทบแล้ว 22,442 ครัวเรือน หรือ 56,105 คน ใน 12 อำเภอ ขณะที่พื้นที่เกษตรได้รับความเสียหาย 23,346.25 ไร่ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายด้านพืชเบื้องต้นประมาณ 41.90 ล้านบาท

ปี 2568 น้ำท่วมใหญ่ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2
ปี 2568 จังหวัดน่านยังคงเผชิญน้ำป่าไหลหลาก โดยก่อนเหตุใหญ่ปลายเดือนกรกฎาคม พื้นที่อำเภอเวียงสามีสถานการณ์กระทบ 10 ตำบล 53 หมู่บ้าน ประชาชนประมาณ 1,524 คน หรือ 750 ครัวเรือน บ้านเรือน 160 หลัง และพื้นที่เกษตรประมาณ 1,350 ไร่
ต่อมาระหว่างวันที่ 21-29 กรกฎาคม 2568 สถานการณ์จากพายุวิภาและฝนสะสมขยายผลกระทบเป็น 14 อำเภอ 84 ตำบล 695 หมู่บ้าน รวม 33,681 ครัวเรือน
เหตุการณ์ครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิต 5 ราย และสูญหาย 1 ราย ขณะที่บางพื้นที่มีปริมาณฝนสะสมเกือบ 300 มิลลิเมตร ส่งผลให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในหลายพื้นที่
เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2567 จะพบว่าเหตุใหญ่เกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยปี 2567 ครอบคลุมครบ 15 อำเภอ ส่วนปี 2568 ครอบคลุม 14 อำเภอ
ปี 2569 ฝนสะสมสูงสุด 388 มม. น้ำไหล 2,165 ลบ.ม./วินาที
สถานการณ์ล่าสุด ณ วันที่ 20 สิงหาคม 2569 ข้อมูลจากสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ระบุว่า ปริมาณฝนสะสมสูงสุดในจังหวัดน่านอยู่ที่ 388 มิลลิเมตร จากอิทธิพลของร่องความกดอากาศต่ำ โดยหน่วยงานด้านน้ำยืนยันว่าไม่ใช่ปรากฏการณ์ “เรนบอมบ์”
ปริมาณน้ำสูงสุดมีอัตราการไหล 2,165 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่พื้นที่เมืองน่านมีระดับน้ำสูงกว่าตลิ่งประมาณ 60 เซนติเมตร และพื้นที่ภูเพียงสูงกว่าตลิ่งประมาณ 1.10 เมตร
พื้นที่ที่ต้องติดตามประกอบด้วย ท่าวังผา สันติสุข ภูเพียง เมืองน่าน และเวียงสา โดยมวลน้ำจากพื้นที่ตอนบนเคลื่อนตัวผ่านแม่น้ำน่านลงสู่พื้นที่ตอนล่างอย่างต่อเนื่อง
เทียบตัวเลขเหตุใหญ่ 2567-2569
ปี 2567
- 15 อำเภอ
- 82 ตำบล
- 670 หมู่บ้าน
- 32,434 ครัวเรือน
- 134,472 คน
- บ้านได้รับผลกระทบ 3,878 หลัง
- เสียชีวิต 3 ราย
ปี 2568
- 14 อำเภอ
- 84 ตำบล
- 695 หมู่บ้าน
- 33,681 ครัวเรือน
- เสียชีวิต 5 ราย
- สูญหาย 1 ราย
- ฝนสะสมบางพื้นที่เกือบ 300 มม.
ปี 2569 ณ 20 สิงหาคม
- ฝนสะสมสูงสุด 388 มม.
- อัตราการไหลสูงสุด 2,165 ลบ.ม./วินาที
- เมืองน่านสูงกว่าตลิ่ง 60 ซม.
- ภูเพียงสูงกว่าตลิ่งประมาณ 1.10 เมตร
- เฝ้าระวังมวลน้ำเคลื่อนลงเวียงสา
ทำไมน่านต้องเฝ้าระวังน้ำหลากซ้ำ
ภูมิประเทศของน่านมีทั้งพื้นที่ภูเขา ลำน้ำสาขา และแม่น้ำน่านเป็นเส้นทางหลักในการระบายน้ำ เมื่อเกิดฝนตกหนักบริเวณพื้นที่ตอนบน เช่น ปัว ทุ่งช้าง เชียงกลาง ท่าวังผา และสันติสุข น้ำจากพื้นที่สูงและลำน้ำสาขาสามารถไหลมารวมกัน ก่อนเคลื่อนผ่านภูเพียง เมืองน่าน และลงสู่เวียงสา
สถานการณ์จึงไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะน้ำล้นตลิ่งแม่น้ำน่าน แต่พื้นที่ภูเขายังต้องเฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน ดินสไลด์ และความเสียหายต่อเส้นทางคมนาคมควบคู่กัน
ข้อมูลช่วงปี 2558-2563 ที่บันทึกเหตุอุทกภัยในจังหวัดน่านรวม 2,544 ครั้ง ยิ่งทำให้เห็นความสำคัญของการติดตามพื้นที่เกิดเหตุซ้ำ รวมถึงการใช้ข้อมูลปริมาณฝนและระดับน้ำเพื่อแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้า
63 ปีของข้อมูล กับเหตุใหญ่ 3 ปีติดต่อกัน
เมื่อนับจากบันทึกปีน้ำหลาก 2506 ถึง 2569 เป็นช่วงเวลาประมาณ 63 ปี ข้อมูลแสดงให้เห็นว่าน่านเผชิญเหตุอุทกภัยมาอย่างต่อเนื่องหลายช่วงเวลา แต่สิ่งที่ต้องจับตาในปัจจุบันคือเหตุขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในช่วง 2567, 2568 และ 2569
ปี 2567 มีประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 1.34 แสนคน ปี 2568 มีพื้นที่ประสบภัย 695 หมู่บ้าน ขณะที่ปี 2569 ปริมาณฝนสะสมสูงสุดแตะ 388 มิลลิเมตร และอัตราการไหลสูงสุด 2,165 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ตัวเลขเหล่านี้เป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการบริหารจัดการน้ำ การกำหนดพื้นที่เฝ้าระวัง และการแจ้งเตือนประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่ตามแนวแม่น้ำน่านตั้งแต่ตอนบนลงมาถึงเมืองน่าน ภูเพียง และเวียงสา ซึ่งยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
- รับมือวิกฤตน้ำท่วมน่าน ตั้งศูนย์บัญชาการ 24 ชั่วโมง เร่งช่วยเหลือ-แจ้งเตือน-อพยพ
- สรุปสถานการณ์น้ำท่วมน่าน กระทบ 4 อำเภอ สะพาน-ถนนสายหลักถูกตัดขาด
- GISTDA เปิดภาพแบบจำลองน้ำท่วมเมืองน่าน-พื้นที่สีแดงเข้มระดับน้ำลึกมากกว่า 5 เมตร
- สทนช. เตือนคืนนี้มวลน้ำถึงเมืองน่าน เร่งอพยพพื้นที่เสี่ยง
- เร่งอพยพกลุ่มเปราะบาง เตือนมวลน้ำถึงเมืองน่านใน 5 ชั่วโมง
ที่มาข้อมูล : TNN รวบรวม
ที่มารูปภาพ : ประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน
บรรณาธิการออนไลน์
