
สรุปสถานการณ์น้ำท่วมน่าน หลังฝนตกหนักต่อเนื่อง
ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วยนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ลงพื้นที่จังหวัดน่าน เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการให้ความช่วยเหลือประชาชน หลังเกิดฝนตกหนักถึงหนักมากต่อเนื่องในหลายพื้นที่ โดยกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ดูแลกลุ่มเปราะบาง เตรียมความพร้อมด้านการอพยพและศูนย์พักพิง รวมทั้งเร่งเปิดเส้นทางคมนาคมที่ได้รับผลกระทบ พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง
โดยนายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน รายงาน ภาพรวมสถานการณ์อุทกภัยว่ายังคงเฝ้าระวังสถานการณ์อุทกภัยอย่างใกล้ชิด หลังร่องมรสุมพาดผ่านพื้นที่ ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักและฝนตกสะสมต่อเนื่องตั้งแต่คืนวันที่ 18 สิงหาคม 2569 จนถึงช่วงเช้าวันที่ 19 สิงหาคม 2569 โดยเฉพาะพื้นที่ตอนบนของจังหวัด ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและมวลน้ำจากลำน้ำสาขาไหลลงสู่แม่น้ำน่าน ส่งผลให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นและเกิดน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำและชุมชนริมแม่น้ำ
สรุปข่าว
สรุปสถานการณ์น้ำท่วมน่าน หลังฝนตกหนักต่อเนื่อง
ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วยนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ลงพื้นที่จังหวัดน่าน เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการให้ความช่วยเหลือประชาชน หลังเกิดฝนตกหนักถึงหนักมากต่อเนื่องในหลายพื้นที่ โดยกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ดูแลกลุ่มเปราะบาง เตรียมความพร้อมด้านการอพยพและศูนย์พักพิง รวมทั้งเร่งเปิดเส้นทางคมนาคมที่ได้รับผลกระทบ พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง
โดยนายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน รายงาน ภาพรวมสถานการณ์อุทกภัยว่ายังคงเฝ้าระวังสถานการณ์อุทกภัยอย่างใกล้ชิด หลังร่องมรสุมพาดผ่านพื้นที่ ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักและฝนตกสะสมต่อเนื่องตั้งแต่คืนวันที่ 18 สิงหาคม 2569 จนถึงช่วงเช้าวันที่ 19 สิงหาคม 2569 โดยเฉพาะพื้นที่ตอนบนของจังหวัด ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและมวลน้ำจากลำน้ำสาขาไหลลงสู่แม่น้ำน่าน ส่งผลให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นและเกิดน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำและชุมชนริมแม่น้ำ
พื้นที่ประสบอุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม รวม 4 อำเภอ
จากรายงานสถานการณ์ประจำวันที่ 19 สิงหาคม 2569 เวลา 12.30 น. พบพื้นที่ประสบอุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม รวม 4 อำเภอ 21 ตำบล 72 หมู่บ้าน โดยอำเภอปัวได้รับผลกระทบมากที่สุด ครอบคลุม 8 ตำบล 43 หมู่บ้าน มีประชาชนได้รับผลกระทบประมาณ 4,000 ครัวเรือน เกิดน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือน สะพานและถนนสายหลักหลายเส้นทางถูกตัดขาด รวมถึงทางหลวงหมายเลข 101, 1371 และ 1256 ขณะที่ทางหลวงหมายเลข 1081 ได้รับผลกระทบจากดินสไลด์ทับเส้นทาง
ส่วนอำเภอท่าวังผาได้รับผลกระทบ 9 ตำบล 25 หมู่บ้าน มีประชาชนได้รับผลกระทบประมาณ 500 ครัวเรือน ด้านอำเภอภูเพียง มีน้ำป่าจากห้วยมะเปียงไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนประมาณ 5 หลังคาเรือน และอำเภอสันติสุขมีน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประมาณ 3–5 หลังคาเรือน ถนนในหมู่บ้านและพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย รวมถึงเกิดน้ำกัดเซาะริมฝั่งและดินโคลนไหลทับเส้นทางจราจร
จังหวัดน่านได้บูรณาการกำลังจากฝ่ายปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทหาร ตำรวจ ปภ. หน่วยกู้ภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง ทั้งการอพยพประชาชน เปิดเส้นทาง สำรวจความเสียหาย และเตรียมศูนย์พักพิง โดยอำเภอปัวจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ พร้อมติดตั้งป้ายเตือนและอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัยในเส้นทางที่ได้รับผลกระทบ ขณะที่อำเภอท่าวังผาจัดชุดปฏิบัติการบรรเทาสาธารณภัยเข้าช่วยเหลือประชาชน ส่วนอำเภอภูเพียงเร่งอพยพและสำรวจความเสียหาย และอำเภอสันติสุขระดมกำลังเร่งเคลียร์ดินโคลนและเปิดเส้นทางสัญจร
เตรียมสถานที่รองรับประชาชน ศูนย์พักพิงและจุดอพยพ
สำหรับศูนย์พักพิงและจุดอพยพ จังหวัดและพื้นที่ที่เกี่ยวข้องได้เตรียมสถานที่รองรับประชาชนในหลายแห่ง อาทิ สนามกีฬา อบจ.น่าน อาคารสาธารณสุข อาคารพัฒนาคุณภาพชีวิต อาคารศูนย์เด็กเล็ก โรงพยาบาล โรงเรียน ศาสนสถาน และสำนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยในพื้นที่อำเภอเมืองน่านยังมีการจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวสำหรับผู้ประสบภัย ณ ศูนย์การเรียนรู้และบริการวิชาการเครือข่ายแห่งจุฬาฯ ตำบลผาสิงห์ เพื่อรองรับประชาชนจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
ด้านการช่วยเหลือภาคสนาม มีการระดมเรือและยานพาหนะทางน้ำรวม 27 ลำ ประกอบด้วยเจ็ตสกี 3 ลำ และเรือกู้ภัย/เรือท้องแบน 24 ลำ พร้อมรถขนย้ายผู้ประสบภัย รถกู้ภัย เครื่องสูบน้ำ และอุปกรณ์ช่วยเหลืออื่น ๆ รวมทั้งสนับสนุนกำลังพลจากหน่วยทหาร เจ้าหน้าที่กู้ภัย และหน่วยงานสนับสนุนกว่า 100 นาย เพื่อเร่งช่วยเหลือประชาชนและเปิดเส้นทางที่ได้รับผลกระทบ
ขณะเดียวกัน ศูนย์พักพิงได้จัดเตรียมพื้นที่รองรับประชาชน พร้อมบุคลากรดูแลและประสานงาน โดยให้ความสำคัญกับกลุ่มเปราะบาง รวมถึงการจัดเตรียมอาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค และสิ่งของจำเป็น สำหรับข้อมูลผู้เข้าพักเบื้องต้นที่ศูนย์พักพิงวัดบ้านปรางค์ ตำบลปัว อำเภอปัว มีผู้เข้าพักรวม 18 คน เป็นชาย 7 คน และหญิง 11 คน โดยมีทั้งเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ที่มีโรคประจำตัวซึ่งต้องได้รับยาอย่างต่อเนื่อง
ที่มาข้อมูล : ประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน
ที่มารูปภาพ : Thai News Pix
อดีตนักข่าวการเมืองภาคสนาม ติ่งเกาหลีที่ชอบดูฟุตบอล เป็นสายมูและทาสแมว
