
คณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือ ออกหนังสือด่วนที่สุด ลงวันที่ 19 สิงหาคม 2569 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พะเยา และลำพูน ให้เตรียมความพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย หลังติดตามสภาพอากาศร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าในช่วงเดือนสิงหาคม ภาคเหนือมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนอง ฝนตกหนักบางแห่ง และลมแรง ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง
หนังสือดังกล่าวลงนามโดย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือ โดยกำหนดแนวทางให้จังหวัดดำเนินการรวม 8 ด้าน เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำและการช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
อันดับแรก ให้จังหวัดเฝ้าระวังและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ประสานข้อมูลพื้นที่ต้นน้ำและจังหวัดข้างเคียง เพื่อประเมินแนวโน้มและแจ้งเตือนได้อย่างทันท่วงที โดยให้ความสำคัญกับพื้นที่ที่เคยเกิดภัยซ้ำซาก ชุมชนหนาแน่น พื้นที่เศรษฐกิจ แหล่งท่องเที่ยว เส้นทางคมนาคม และโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ
สรุปข่าว
คณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือ ออกหนังสือด่วนที่สุด ลงวันที่ 19 สิงหาคม 2569 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พะเยา และลำพูน ให้เตรียมความพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย หลังติดตามสภาพอากาศร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าในช่วงเดือนสิงหาคม ภาคเหนือมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนอง ฝนตกหนักบางแห่ง และลมแรง ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง
หนังสือดังกล่าวลงนามโดย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือ โดยกำหนดแนวทางให้จังหวัดดำเนินการรวม 8 ด้าน เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำและการช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
อันดับแรก ให้จังหวัดเฝ้าระวังและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ประสานข้อมูลพื้นที่ต้นน้ำและจังหวัดข้างเคียง เพื่อประเมินแนวโน้มและแจ้งเตือนได้อย่างทันท่วงที โดยให้ความสำคัญกับพื้นที่ที่เคยเกิดภัยซ้ำซาก ชุมชนหนาแน่น พื้นที่เศรษฐกิจ แหล่งท่องเที่ยว เส้นทางคมนาคม และโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ
ด้านการแจ้งเตือนประชาชน ให้บูรณาการข้อมูลจากทุกหน่วยงานเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์และส่งคำเตือนผ่าน Cell Broadcast รวมถึงช่องทางของจังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชน เพื่อให้ข้อมูลเข้าถึงพื้นที่เสี่ยงอย่างรวดเร็วและแม่นยำ พร้อมคำแนะนำที่ประชาชนสามารถนำไปปฏิบัติได้ทันที
ขณะเดียวกัน ให้เตรียมกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรสาธารณภัย เช่น เรือและเครื่องสูบน้ำ ให้พร้อมปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งกำหนดจุดติดตั้งเครื่องจักรล่วงหน้าในพื้นที่เสี่ยง และเตรียมเฮลิคอปเตอร์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย KA-32 เพื่อสนับสนุนการอพยพและลำเลียงสิ่งของบรรเทาทุกข์เข้าสู่พื้นที่ที่เข้าถึงยาก
จังหวัดยังต้องจัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวให้สามารถรองรับผู้ประสบภัยได้ทันที โดยเตรียมอาหาร น้ำดื่ม การดูแลด้านสาธารณสุข โรงครัว และวัตถุดิบสำหรับประกอบอาหารให้เพียงพอ
นอกจากนี้ ให้ประชาสัมพันธ์สถานการณ์และระดับน้ำตามแม่น้ำและลำน้ำในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมแจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภาคเอกชน ผู้ประกอบกิจการ อาทิ แพ ร้านอาหาร รวมถึงประชาชนที่อาศัยริมแม่น้ำและพื้นที่ลุ่มต่ำ โดยเฉพาะประชาชนและนักท่องเที่ยวที่กำลังเดินทางเข้าสู่พื้นที่
หากเกิดสถานการณ์ ให้ตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ในแต่ละระดับ เพื่อควบคุม สั่งการ ระดมกำลัง และประสานการทำงานระหว่างหน่วยงาน พร้อมจัดจุดปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชน โดยให้ความสำคัญกับกลุ่มเปราะบางเป็นลำดับแรก และประสานกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ประจำจังหวัดเพื่อให้ข้อมูลกลุ่มเปราะบางเป็นปัจจุบัน
ในส่วนการฟื้นฟูหลังเกิดภัย ให้เร่งสำรวจและจัดทำบัญชีความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือประชาชนตามนโยบายรัฐบาล รวมถึงหลักเกณฑ์เงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2568 โดยกำชับให้ดำเนินการอย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และเป็นธรรม
พร้อมกันนี้ จังหวัดต้องประสานหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมในพื้นที่ เพื่อสนับสนุนการรับมืออุทกภัย ทั้งการช่วยเหลือประชาชน ขนย้ายสิ่งของ ทำความสะอาดหลังน้ำลด และภารกิจสนับสนุนอื่น ๆ โดยให้สามารถปฏิบัติงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง
- “น่าน” วิกฤตประกาศภัยพิบัติ ฝนถล่ม-น้ำป่าหลาก เร่งช่วยคนติดค้างในบ้าน
- ฝนหนักระลอกใหม่ 19-21 ส.ค. จ่อถล่มเหนือ–อีสาน เตือนริมโขงเสี่ยงน้ำสูง
- “แม่ฮ่องสอน” น้ำป่าหลาก ซัดคอสะพานทรุดจราจรติดขัด
- ดร.สนธิ เปิด 4 ปัจจัย ทำไมน้ำท่วมเหนือ-อีสาน ทั้งที่อยู่ในสภาวะ “เอลนีโญ”
- ปภ.ระดม 7 จังหวัดลุ่มน้ำโขง รับมือน้ำท่วม-ภัยแล้ง
บรรณาธิการออนไลน์
