
ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม เผยว่าแผ่นดินไหวทั่วโลกถี่ขึ้น โดยเฉพาะแนว “วงแหวนแห่งไฟ” ปีนี้แผ่นดินไหวเกิดขึ้นบ่อยครั้งในบริเวณวงแหวนแห่งไฟ (Ring of Fire) เป็นผลมาจากความผันแปรตามธรรมชาติทางธรณีวิทยาและการปลดปล่อยพลัง งานของแผ่นเปลือกโลก ข้อมูลล่าสุดจนถึงเดือนสิงหาคม 2026 ทั่วโลกตรวจพบแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ที่มีความรุน แรงตั้งแต่ 7.0 ขึ้นไปแล้วถึง11ครั้ง ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในเขตวงแหวนแห่งไฟ เช่น ในฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เม็กซิโก และโคลอมเบีย
สรุปข่าว
ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม เผยว่าแผ่นดินไหวทั่วโลกถี่ขึ้น โดยเฉพาะแนว “วงแหวนแห่งไฟ” ปีนี้แผ่นดินไหวเกิดขึ้นบ่อยครั้งในบริเวณวงแหวนแห่งไฟ (Ring of Fire) เป็นผลมาจากความผันแปรตามธรรมชาติทางธรณีวิทยาและการปลดปล่อยพลัง งานของแผ่นเปลือกโลก ข้อมูลล่าสุดจนถึงเดือนสิงหาคม 2026 ทั่วโลกตรวจพบแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ที่มีความรุน แรงตั้งแต่ 7.0 ขึ้นไปแล้วถึง11ครั้ง ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในเขตวงแหวนแห่งไฟ เช่น ในฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เม็กซิโก และโคลอมเบีย
เปิด 3 สาเหตุหลัก ทำไม “วงแหวนแห่งไฟ” เกิดแผ่นดินไหวบ่อย
1.สาเหตุหลักของการเกิดแผ่นไหวในแนววงแหวนแห่งไฟ..ดังนี้
การเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลก คือปัจจัยสำคัญ
1.1.การเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลก (Tectonic Plate Movements) วงแหวนแห่งไฟเป็นแนวรูปเกือกม้าที่มีการชนกันและมุดตัวของแผ่นเปลือกโลกหลายแผ่น เช่น แผ่นแปซิฟิก แผ่นฟิลิปปินส์ และแผ่นนาสกา เป็นต้น เมื่อแผ่นเปลือกโลกเคลื่อนที่เบียดหรือมุดตัวลงไป แรงเค้น (Stress) จะสะสมอยู่ตามรอยต่อและเมื่อถึงจุดที่หินทนแรงกดดันไม่ไหว พลังงานจะถูกปลดปล่อยออกมาเป็นแผ่นดินไหว
แรงเค้นถูกถ่ายเท อาจเกิดแผ่นดินไหวตามมา
1.2.เกิดการกระจายและปรับสมดุลแรงเค้น (Stress Redistribution) เมื่อเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ในจุดหนึ่ง พลังงานและคลื่นไหวสะเทือนที่เดินทางผ่านโลกสามารถเข้าไปกระตุ้น หรือส่งต่อแรงกดดันไปยังรอยเลื่อนอื่น ๆ ที่อยู่ใกล้เคียงหรือในระบบเดียวกัน ทำให้เกิดแผ่นดินไหวตามมาเป็นชุดในเวลาไล่เลี่ยกัน
แผ่นดินไหวถี่บางช่วง อาจเป็นความผันแปรตามธรรมชาติ
1.3.ความผันแปรตามธรรมชาติ (Natural Variability) ผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีวิทยาจาก สถาบันสำรวจทางธรณีวิทยาแห่งสหรัฐอเมริ กา (USGS) ระบุว่า ในแต่ละปีโลกจะมีแผ่นดินไหวขนาด7.0ขึ้นไป เฉลี่ยประ มาณ15ครั้งอยู่แล้ว การที่ปีนี้ดูเหมือนเกิดขึ้นบ่อยในบางช่วงเวลา เป็นเพียงความผันแปรทางสถิติที่เกิดขึ้นแบบสุ่ม (Random Cluster) เท่านั้น
แล้ว “ภาวะโลกร้อน” มีส่วนกระตุ้นแผ่นดินไหวหรือไม่?
2.ภาวะโลกร้อนเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดแผ่นดินไหวเกิดบ่อยและรุนแรงขึ้น นักวิทยาศาสตร์เชือว่าแม้ว่าภาวะโลกร้อนจะไม่ใช่สาเหตุโดยตรงของการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลก แต่การที่โลกร้อนขึ้นอย่างรวดเร็วจนเกือบถึง1.5 องศาได้ส่งผลกระทบต่อ"แรงกดทับบนผิวโลก"(Isostatic Rebound)ซึ่งได้กระ ตุ้นให้รอยเลื่อนปล่อยพลังงานออกมาเร็วขึ้น ดังนี้
น้ำแข็งละลาย ลดแรงกดทับบนเปลือกโลก
2.1.การละลายของธารน้ำแข็งและแผ่นน้ำแข็ง (Glacier Melting) เมื่ออุณหภูมิโลกสูงขึ้น น้ำแข็งบนบกและภูเขาสูงละ ลายหายไปอย่างรวดเร็ว ทำให้น้ำหนักที่เคยกดทับเปลือกโลกด้านล่างลดลง เมื่อเปลือกโลก"ดีดตัวกลับ" (Rebound) จึงส่งผลให้รอยเลื่อนที่ตึงตัวอยู่แล้วเกิดการขยับและปล่อยพลังงานออกมาเป็นแผ่นดินไหวได้ง่ายขึ้น
ระดับน้ำทะเลเพิ่ม แรงกดทับเปลือกโลกเปลี่ยนแปลง
2.2.ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น (Sea Level Rise) น้ำหนักจากมวลน้ำมหาศาลที่ไหลลงสู่มหาสมุทรจะไปเพิ่มแรงกดทับต่อเปลือกโลกใต้ทะเลโดยเฉพาะในบริ เวณเขตมุดตัวของแผ่นเปลือกโลก (Subduction Zones) รอบวงแหวนแห่งไฟ แรงดันน้ำที่เพิ่มขึ้นนี้สามารถซึมเข้า ไปในรอยแตกของเปลือกโลกและทำหน้าที่เสมือน"สารหล่อลื่น"ให้รอยเลื่อนไถลตัวได้ง่ายขึ้น
ฝนหนักและสภาพอากาศสุดขั้ว อาจกระตุ้นรอยเลื่อนบางพื้นที่
2.3.สภาพอากาศสุดขั้วและปริมาณน้ำฝน (Extreme Weather) โดยพายุที่รุน แรงขึ้นและปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในบางฤดูกาล จะเพิ่มน้ำหนักและความดันน้ำใต้ดิน (Pore Water Pressure) ซึ่งนักวิจัยพบว่าสามารถกระ ตุ้นให้เกิดแผ่นดินไหวขนาดเล็กถึงปานกลางในพื้นที่ที่มีความไวต่อสิ่งเร้าได้
- แผ่นดินไหวอินโดนีเซีย ไทยรับรู้แรงสั่นสะเทือน “แต่ไม่กระทบตึกสูง”
- สรุปเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงเกิน 7.0 ทั่วโลก เกิดแล้ว 11 ครั้ง ถี่ขึ้นจริงหรือ กระทบไทยหรือไม่?
- แผ่นดินไหวถี่ ทั่ว “วงแหวนแห่งไฟ” หวั่นโลกกำลังสั่นสะเทือนหนักขึ้น
- แผ่นดินไหว 7.7 อินโดนีเซีย อาฟเตอร์ช็อกเกือบ 1,000 ครั้ง ยอดเสียชีวิตพุ่ง 53 ราย
- แผ่นดินไหวสุมาตรา 6.8 ภาคใต้รับรู้แรงสั่นไหว ปภ.เฝ้าระวัง 24 ชม.
ที่มาข้อมูล : ดร.สนธิ คชวัฒน์
ที่มารูปภาพ : Getty Images
นักข่าวสายโซเชียล รายงานข่าวประเด็นสังคมและความเคลื่อนไหว เน้นการนำเสนอการสรุปข้อมูลที่รวดเร็ว ชัดเจน และเข้าใจง่าย
