
เหตุแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในประเทศอินโดนีเซียเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2569 แม้จุดศูนย์กลางจะอยู่ห่างจากประเทศไทย แต่แรงสั่นสะเทือนสามารถรับรู้ได้ในพื้นที่ภาคใต้ของไทย สร้างความกังวลให้ประชาชน โดยเฉพาะประเด็นความปลอดภัยของอาคารสูง ความเสี่ยงจากสึนามิ และสถานะของทุ่นตรวจวัดคลื่นสึนามิในทะเลอันดามัน
อย่างไรก็ตาม หน่วยงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยยืนยันว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบความเสียหายต่อตึกสูงหรืออาคารในประเทศไทย พร้อมชี้แจงว่า แม้ทุ่นตรวจวัดสึนามิบางจุดจะไม่สามารถส่งข้อมูลได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าระบบเตือนภัยสึนามิของประเทศไทยหยุดทำงาน
สรุปข่าว
เหตุแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในประเทศอินโดนีเซียเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2569 แม้จุดศูนย์กลางจะอยู่ห่างจากประเทศไทย แต่แรงสั่นสะเทือนสามารถรับรู้ได้ในพื้นที่ภาคใต้ของไทย สร้างความกังวลให้ประชาชน โดยเฉพาะประเด็นความปลอดภัยของอาคารสูง ความเสี่ยงจากสึนามิ และสถานะของทุ่นตรวจวัดคลื่นสึนามิในทะเลอันดามัน
อย่างไรก็ตาม หน่วยงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยยืนยันว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบความเสียหายต่อตึกสูงหรืออาคารในประเทศไทย พร้อมชี้แจงว่า แม้ทุ่นตรวจวัดสึนามิบางจุดจะไม่สามารถส่งข้อมูลได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าระบบเตือนภัยสึนามิของประเทศไทยหยุดทำงาน
รับรู้เเรงสั่นไม่ได้หมายความว่าจะเกิดความเสียหาย
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า หลังเกิดแผ่นดินไหวในอินโดนีเซีย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตรวจสอบผลกระทบในระดับท้องถิ่น ระดับอำเภอ รวมถึงประสานข้อมูลกับจังหวัดต่าง ๆ เพื่อประเมินความเสียหาย
ผลการตรวจสอบยังไม่พบผลกระทบต่อตึกสูงในประเทศไทย และ ไม่มีรายงานอาคารแตกร้าวในลักษณะเดียวกับเหตุแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อปีที่ผ่านมา
สาเหตุสำคัญคือแผ่นดินไหวครั้งนี้เกิดขึ้นคนละบริเวณและคนละรอยเลื่อนกับเหตุการณ์ครั้งก่อน โดยพื้นที่อินโดนีเซียเป็นส่วนหนึ่งของแนว วงแหวนแห่งไฟ (Ring of Fire) ซึ่งเป็นบริเวณที่มีการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกและเกิดแผ่นดินไหวบ่อยครั้ง
อธิบดี ปภ. ระบุว่า ในทางกายภาพ แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในระยะประมาณ 500 - 600 กิโลเมตรขึ้นไป อาจทำให้ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนได้ แต่การรับรู้แรงสั่นไหวไม่ได้หมายความว่าจะต้องเกิดความเสียหายต่อโครงสร้างอาคารเสมอไป
อินโดนีเซียประกาศเตือนสึนามิ ก่อนยกเลิกใน 15 นาที
อีกประเด็นที่สร้างความสนใจคือความเสี่ยงจากคลื่นสึนามิ หลังอินโดนีเซียประกาศแจ้งเตือนสึนามิภายหลังเกิดแผ่นดินไหว ก่อนจะยกเลิกประกาศดังกล่าวในเวลาประมาณ 15 นาที
สำหรับประเทศไทย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ติดตามสถานการณ์ตั้งแต่เกิดเหตุ เพื่อประเมินว่าแรงสั่นสะเทือนดังกล่าวจะก่อให้เกิดคลื่นสึนามิและส่งผลกระทบต่อชายฝั่งทะเลอันดามันของไทยหรือไม่
นายธีรพัฒน์ อธิบายว่า การแจ้งเตือนประชาชนให้ขึ้นสู่พื้นที่สูงจะพิจารณาจากข้อมูลแผ่นดินไหวเป็นสำคัญ โดยเมื่อเกิดเหตุที่มีความรุนแรงตั้งแต่ระดับที่เข้าข่ายเฝ้าระวัง จะต้องเร่งประเมินความเป็นไปได้ของการเกิดสึนามิ ขณะที่ทุ่นตรวจวัดในทะเลทำหน้าที่เป็นข้อมูลสำคัญในการยืนยันสถานการณ์
กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ทุ่นไม่ได้เป็นจุดเริ่มต้นเพียงอย่างเดียวของการเตือนภัย แต่เป็นหนึ่งในข้อมูลที่จะนำมาประกอบการวิเคราะห์ว่าเกิดคลื่นสึนามิจริงหรือไม่
ทุ่นไม่ส่งข้อมูล ไม่ได้แปลว่าระบบเตือนภัยล่ม
ประเด็นที่ถูกจับตามองอีกด้านคือกรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า ทุ่นตรวจวัดคลื่นสึนามิบางจุดไม่สามารถส่งข้อมูลได้ จนทำให้ประชาชนเกิดความกังวลว่า หากเกิดสึนามิขึ้นจริง ประเทศไทยจะสามารถตรวจจับและแจ้งเตือนได้หรือไม่
นายธีรพัฒน์ กล่าวว่า ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติติดตามสถานะของทุ่นอย่างต่อเนื่อง ทั้งระบบทางเทคนิคและสัญญาณ GPS โดยข้อมูลปัจจุบันพบว่า ทุ่นดังกล่าวลอยอยู่ห่างจากเกาะพยาม อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง ประมาณ 111 กิโลเมตร และห่างจากอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ จังหวัดพังงา ประมาณ 44 กิโลเมตร
เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุอาจเกี่ยวข้องกับสภาพคลื่นลมในทะเลอันดามันที่มีกำลังแรงในช่วงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้
ปภ. และกองทัพเรือจึงได้วางแผนเก็บกู้ทุ่นดังกล่าว และเตรียมติดตั้งทุ่นตรวจวัดคลื่นสึนามิทดแทน โดยกำหนดดำเนินการในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2569 ซึ่งเป็นช่วงที่คาดว่าสภาพคลื่นลมในทะเลจะสงบลง และมีความเหมาะสมต่อการนำเรือวิจัยสมุทรศาสตร์ขนาดใหญ่ออกปฏิบัติภารกิจอย่างปลอดภัย
ระบบเตือนภัยไม่ได้พึ่งพาทุ่นเพียงอย่างเดียว
นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ย้ำว่า ทุ่นตรวจวัดสึนามิเป็นเพียง หนึ่งในเครื่องมือของระบบเฝ้าระวังสึนามิของประเทศไทย ดังนั้น การที่ทุ่นบางจุดไม่สามารถส่งข้อมูลได้ จึงไม่ได้หมายความว่าระบบเตือนภัยของประเทศหยุดทำงาน
ประเทศไทยยังมีข้อมูลจากหลายแหล่งที่นำมาใช้ประกอบการประเมินสถานการณ์ ทั้งข้อมูลการเกิดแผ่นดินไหว ข้อมูลจากสถานีตรวจวัดระดับน้ำทะเล ตลอดจนข้อมูลจากเครือข่ายและหน่วยงานระหว่างประเทศ
นอกจากนี้ ยังมีขั้นตอนการปฏิบัติงานตามมาตรฐาน หรือ SOP (Standard Operating Procedure) สำหรับวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์อย่างเป็นระบบ เพื่อให้การตัดสินใจแจ้งเตือนประชาชนอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่รอบด้าน
Cell Broadcast กลไกแจ้งเตือนประชาชนเมื่อมีความเสี่ยง
หากการประเมินสถานการณ์พบว่ามีความเสี่ยงและจำเป็นต้องแจ้งเตือนประชาชน รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังมีช่องทางสำหรับส่งคำเตือนหลายรูปแบบ โดยหนึ่งในเครื่องมือสำคัญคือ ระบบ Cell Broadcast ซึ่งสามารถส่งข้อความแจ้งเตือนไปยังโทรศัพท์มือถือของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงได้อย่างรวดเร็ว
ภาพรวมของเหตุการณ์ครั้งนี้จึงสะท้อนให้เห็นว่า การเฝ้าระวังสึนามิไม่ได้ขึ้นอยู่กับทุ่นตรวจวัดเพียงจุดใดจุดหนึ่ง แต่เป็นระบบที่ต้องนำข้อมูลจากแผ่นดินไหว ระดับน้ำทะเล เครื่องมือในทะเล ข้อมูลจากต่างประเทศ และการประเมินของเจ้าหน้าที่มาประกอบกัน
ขณะที่เหตุแผ่นดินไหวในอินโดนีเซียเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2569 แม้จะทำให้ประชาชนบางพื้นที่ของภาคใต้ประเทศไทยรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือน แต่จากการตรวจสอบของภาครัฐ ยังไม่พบความเสียหายต่อตึกสูงหรืออาคารในประเทศไทย และยังไม่พบข้อมูลที่บ่งชี้ว่าเกิดสึนามิส่งผลกระทบต่อชายฝั่งไทย
- สรุปเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงเกิน 7.0 ทั่วโลก เกิดแล้ว 11 ครั้ง ถี่ขึ้นจริงหรือ กระทบไทยหรือไม่?
- แผ่นดินไหวถี่ ทั่ว “วงแหวนแห่งไฟ” หวั่นโลกกำลังสั่นสะเทือนหนักขึ้น
- แผ่นดินไหว 7.7 อินโดนีเซีย อาฟเตอร์ช็อกเกือบ 1,000 ครั้ง ยอดเสียชีวิตพุ่ง 53 ราย
- ระบบเฝ้าระวัง “สึนามิ” ไทยปลอดภัย แจ้งเตือนทันเวลาแน่นอน-มีข้อมูลหลายด้าน
- แผ่นดินไหวสุมาตรา 6.8 ภาคใต้รับรู้แรงสั่นไหว ปภ.เฝ้าระวัง 24 ชม.
ที่มาข้อมูล : กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
ที่มารูปภาพ : กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
นักข่าวสายโซเชียล รายงานข่าวประเด็นสังคมและความเคลื่อนไหว เน้นการนำเสนอการสรุปข้อมูลที่รวดเร็ว ชัดเจน และเข้าใจง่าย
