ดร.สนธิชี้ “แผ่นดินไหว” ภัยใกล้ตัวจากประเทศเพื่อนบ้าน เกิดนอกประเทศแต่ผลกระทบถึงไทย

Share on Line Share on Facebook Share on X
ดร.สนธิชี้ “แผ่นดินไหว” ภัยใกล้ตัวจากประเทศเพื่อนบ้าน เกิดนอกประเทศแต่ผลกระทบถึงไทย

ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat เกี่ยวกับ “แผ่นดินไหว” โดยระบุว่า แผ่นดินไหว..ภัยใกล้ตัว มาจากประเทศเพื่อนบ้าน

 

โดยแผ่นดินไหวนอกประเทศที่มีผลกระทบต่อประเทศไทย ส่วนใหญ่เกิดจากแนวรอยต่อแผ่นเปลือกโลกและรอยเลื่อนมีพลังในประเทศเพื่อนบ้าน โดยแบ่งออกเป็น 4 บริเวณหลักที่ส่งผลกระทบในลักษณะที่แตกต่างกัน คือ

 

1.ประเทศเมียนมา

ประเทศเมียนมามีรอยเลื่อนสะกาย และรอยเลื่อนแผ่นดินไหวบนบก หากเกิดแผ่นดินไหวจากรอยเลื่อนดังกล่าวนี้พื้นที่ของไทยที่จะได้รับผลกระทบได้แก่ ภาคเหนือ จังหวัดเชียงราย, เชียงใหม่, แม่ฮ่องสอน, ภาคตะวันตก กาญจนบุรี, ตาก และกรุงเทพมหานครโดยจะส่งแรงสั่นสะเทือนทางบกเข้ามายังประเทศไทยโดยตรง หากเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่เมียนมาแรงสั่นสะเทือนจะรับรู้ได้ชัดเจนในภาคเหนือ และเดินทางมาถึงกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นแอ่งที่ดินอ่อน ทำให้อาคารสูงเกิดการโยกคลอนอย่างรุนแรงหรือพังทลายได้

สรุปข่าว

ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมเตือน “แผ่นดินไหว” ที่เกิดใน 4 ประเทศ ได้แก่ เมียนมา อินโดนีเซีย สปป.ลาว และเวียดนาม ซึ่งเพื่อนบ้านของไทยส่วนใหญ่มีสาเหตุจากแนวรอยต่อของแผ่นเปลือกโลกและรอยเลื่อนมีพลัง ถือเป็นภัยใกล้ตัวที่ต้องระวังเนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อประเทศไทยได้

ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat เกี่ยวกับ “แผ่นดินไหว” โดยระบุว่า แผ่นดินไหว..ภัยใกล้ตัว มาจากประเทศเพื่อนบ้าน

 

โดยแผ่นดินไหวนอกประเทศที่มีผลกระทบต่อประเทศไทย ส่วนใหญ่เกิดจากแนวรอยต่อแผ่นเปลือกโลกและรอยเลื่อนมีพลังในประเทศเพื่อนบ้าน โดยแบ่งออกเป็น 4 บริเวณหลักที่ส่งผลกระทบในลักษณะที่แตกต่างกัน คือ

 

1.ประเทศเมียนมา

ประเทศเมียนมามีรอยเลื่อนสะกาย และรอยเลื่อนแผ่นดินไหวบนบก หากเกิดแผ่นดินไหวจากรอยเลื่อนดังกล่าวนี้พื้นที่ของไทยที่จะได้รับผลกระทบได้แก่ ภาคเหนือ จังหวัดเชียงราย, เชียงใหม่, แม่ฮ่องสอน, ภาคตะวันตก กาญจนบุรี, ตาก และกรุงเทพมหานครโดยจะส่งแรงสั่นสะเทือนทางบกเข้ามายังประเทศไทยโดยตรง หากเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่เมียนมาแรงสั่นสะเทือนจะรับรู้ได้ชัดเจนในภาคเหนือ และเดินทางมาถึงกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นแอ่งที่ดินอ่อน ทำให้อาคารสูงเกิดการโยกคลอนอย่างรุนแรงหรือพังทลายได้

2.ตอนเหนือของเกาะสุมาตรา และหมู่เกาะนิโคบาร์

ประเทศอินโดนีเซียและอินเดียอยู่ในแนววงแหวนแห่ไฟ หากเกิดแผ่นดินไหวจากรอยเลื่อนในบริเวณดังกล่ว พื้นที่ของไทยที่จะได้รับผลกระทบคือภาคใต้ฝั่งอันดามัน บริเวณจังหวัดภูเก็ต,พังงา,กระบี่, ระนอง, ตรัง, สตูล และอาคารสูงในกรุงเทพฯ แรงสั่นสะเทือนจะสามาถรับรู้ได้ในจังหวัดภาคใต้และบนตึกสูงของกรุงเทพฯ อาจเกิดภัยสึนามิหากเกิดแผ่นดินไหวแนวมุดตัวขนาดใหญ่ในทะเล ระดับ 7.5-9.0+ แมกนิจูด จะสามารถก่อให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิพัดถล่มชายฝั่งอันดามันของไทยได้เหมือนเช่นเหตุการณ์ในปี พ.ศ. 2547

 

3.ประเทศสปป.ลาว และตอนใต้ของจีน

หากเกิดแผ่นดินไหวจากรอยเลื่อยบริเวณดังกล่าว พื้นที่ของไทยที่จะได้รับผลกระทบในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น น่าน, พะเยา, เชียงราย, เลย, อุดรธานี รวมถึงกรุงเทพฯ แผ่นดินไหวบนบกมาจากรอยเลื่อนในลาว เช่น รอยเลื่อนแม่จันส่วนต่อขยายหรือรอยเลื่อนในแขวงไซยะบุรี จะส่งคลื่นสั่นสะเทือนมาทำให้อาคารบ้านเรือนในภาคเหนือและอีสานสั่นไหวอย่างรุนแรงและตึกสูงในกรุงเทพฯ สามารถรับรู้ได้เช่นกัน


4.ประเทศเวียดนาม และทะเลจีนใต้

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง เช่น จังหวัดอุบลราช ธานี, ศรีสะเกษ เมื่อเกิดแผ่นดินไหวบริเวณตอนกลางหรือตอนใต้ของประเทศเวียดนาม แม้จะเกิดไม่บ่อยเท่าฝั่งตะวันตกแต่หากมีขนาดปานกลางถึงใหญ่ ความรุนแรง 5.0 แมกนิจูดขึ้นไป โดยจังหวัดชายแดนภาคอีสานของไทยที่อยู่ใกล้ที่สุดจะสามารถรับรู้ถึงแรงสั่นไหวได้

ที่มาข้อมูล : เฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat

ที่มารูปภาพ : Reuters