ทำไม “มัลลิกา” มาแรง เมื่อตัวตน “กล้า ท้า ชน” เปลี่ยนเกมการเมือง เลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม.

Share on Line Share on Facebook Share on X
ทำไม “มัลลิกา” มาแรง   เมื่อตัวตน “กล้า ท้า ชน” เปลี่ยนเกมการเมือง เลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม.

ปรากฏการณ์เซอร์ไพรส์ในสนามเลือกตั้ง กทม. รอบนี้ ไม่ใช่ชัยชนะแบบขาดลอยของชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แต่คือ การแซงขึ้นอันดับ 2 ใของ มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข 


ไม่มีใครคาดหมายว่าคะแนนของผู้สมัครอิสระหญิงจะแซงคู่แข่งทั้งจากพรรคประชาชน และประชาธิปัตย์ ที่มีฐานเสียงทั้ง สส. และ สก.ในมือหลายเขต 

สรุปข่าว

นักวิชาการ 3 คนชี้ตรงกันว่า คำตอบในการเลือกผู้ว่าฯ กทม. อาจไม่ได้อยู่แค่นโยบาย แต่อยู่ที่ตัวตน ความกล้าท้าชน ช่องว่างของคู่แข่ง และพลังของโซเชียลมีเดีย ที่ส่งให้ "มัลลิกา" กลายเป็นที่ 2 แซงทัั้งพรรคประชาชน และพรรคประชาธิปัตย์

ปรากฏการณ์เซอร์ไพรส์ในสนามเลือกตั้ง กทม. รอบนี้ ไม่ใช่ชัยชนะแบบขาดลอยของชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แต่คือ การแซงขึ้นอันดับ 2 ใของ มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข 


ไม่มีใครคาดหมายว่าคะแนนของผู้สมัครอิสระหญิงจะแซงคู่แข่งทั้งจากพรรคประชาชน และประชาธิปัตย์ ที่มีฐานเสียงทั้ง สส. และ สก.ในมือหลายเขต 

รศ.ดร.ยุทธพร อิสระชัย รัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช มองว่า มัลลิกา กลายเป็นทางเลือกที่นาสนใจของคน กทม. เพราะมีภาพลักษณ์แบบกล้า ท้า ชน โดยถูกใจคนกรุงที่ต้องการหาตัวเลือกที่จะทำหน้าที่ตรวจสอบ และพร้อมปะทะ 

"วันนี้เราจะเห็นว่าคะแนนออกมาเป็นแบบนั้นจริง ๆ คือคะแนนเทไปที่อาจารย์ชัชชาติเป็นส่วนใหญ่ ขณะเดียวกัน ผู้สมัครคนอื่นก็เรียกว่าได้คะแนนกันเพียงเล็ก ๆ น้อย ๆ ดังนั้น เมื่อคะแนนของผู้สมัครคนอื่นได้กันไม่มาก คะแนนก็จะไม่กระจาย จะมีอยู่เพียง 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ กลุ่มที่ 1 กลุ่มที่สนับสนุนอาจารย์ชัชชาติ กับกลุ่มที่ 2 กลุ่มที่อยากตรวจสอบอาจารย์ชัชชาติ เพราะฉะนั้น คนที่อยากตรวจสอบอาจารย์ชัชชาติ ก็ต้องเทคะแนนมาที่คนที่กล้าท้าชน อย่างคุณติ่ง มัลลิกา ส่วนจะตรวจสอบได้จริงหรือไม่ อันนั้นเป็นบทพิสูจน์ที่คุณติ่งต้องเดินหน้าต่อจากนี้"

 

รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว จากมหาวิทยาลัยบูรพา ชี้ว่าคะแนนของมัลลิกาเกิดจากช่องว่างที่คู่แข่งของนายชัชชาติสร้างขึ้นเอง

โดยเฉพาะการวางยุทธศาสตร์ของพรรคประชาชนที่ไม่ได้สร้างภาพการเป็นคู่แข่งตัวจริงของชัชชาติอย่างต่อเนื่อง

"ถ้าวันนั้น (เลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม. 65 ) พรรคส้มพ่ายแพ้การเลือกตั้ง แต่ยังเกาะติดสถานการณ์กรุงเทพฯ คอยจับตาดูว่าอาจารย์ชัชชาติทำอะไรที่ล้มเหลว อะไรที่ผิดพลาด แล้วตัวเองสร้างภาพเงาเป็นคู่ขนานกันมาตลอด บรรยากาศจะไม่เป็นแบบนี้เลย"


ศ.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อดีตผู้สมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.  มองว่าผลคะแนน สะท้อนความคิดคนกรุงเทพฯ ที่ใช้ความรู้สึกในการเลือกตั้ง และสิ่งที่กระตุ้นความรู้สึกในยุคนี้ คือโซเชียลมีเดียโดยเฉพาะในช่วง 24 ชั่วโมงสุดท้าย


"ไปถามใคร ทุกคนก็บอกว่าเลือกตั้งจากนโยบาย แต่จริง ๆ แล้วเลือกจากอารมณ์

ซึ่งไม่ใช่ความผิดนะครับ เพราะในต่างประเทศก็เลือกจากอารมณ์เหมือนกัน

และอะไรล่ะที่มันเร่งอารมณ์ในยุคนี้ วันนี้เราสรุปได้เลยนะครับ ว่ามาจากโซเชียลมีเดีย

เพราะว่า คุณติ่ง มัลลิกา มาที่ 2 " 


เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. รอบนี้ อาจเป็นสูตรใหม่ทางการเมืองของสนามเลือกตั้ง เมื่อตัวตน ความกล้า และการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ อาจสำคัญกว่าภาพลักษณ์ และต้นทุนทางการเมือง

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : Thai News Pix