
ภายหลังทราบผลคะแนนการเลือกตั้งที่สะท้อนถึงความไว้วางใจอย่างท่วมท้น ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้แสดงทัศนะและแนวทางการทำงานในอนาคต 4 ปีข้างหน้าไว้อย่างน่าสนใจ โดยไม่ได้มองว่าเป็นเพียงชัยชนะทางการเมือง แต่คือภารกิจอันหนักอึ้งที่มาพร้อมกับความคาดหวังของประชาชน
ไม่ใช่ชัยชนะ แต่คือ “คำสั่งจากประชาชน”
ชัชชาติย้ำเตือนทีมงานและตัวเองเสมอว่า ผลคะแนนที่ได้รับมานั้นไม่ใช่เรื่องที่จะนำมาเฉลิมฉลองด้วยความลำพองใจ แต่เป็นสิ่งที่ต้องรับมือด้วยความถ่อมตนและยำเกรงต่อหน้าที่ ดังที่เขาได้กล่าวไว้ว่า
“มันไม่ใช่ชัยชนะนะ มันก็เป็นคำสั่งจากประชาชน และรู้เลยว่างานไม่ได้เบาเลยนะ งานหนัก เพราะงั้นวันนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาเฉลิมฉลองเลย เป็นเวลาที่ต้องมาเตรียมตัว มาคิดให้ถี่ถ้วนเลยว่าอะไรจะต้องทำ 1 2 3 4 ให้เข้มข้นต่อไป”
สรุปข่าว
ภายหลังทราบผลคะแนนการเลือกตั้งที่สะท้อนถึงความไว้วางใจอย่างท่วมท้น ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้แสดงทัศนะและแนวทางการทำงานในอนาคต 4 ปีข้างหน้าไว้อย่างน่าสนใจ โดยไม่ได้มองว่าเป็นเพียงชัยชนะทางการเมือง แต่คือภารกิจอันหนักอึ้งที่มาพร้อมกับความคาดหวังของประชาชน
ไม่ใช่ชัยชนะ แต่คือ “คำสั่งจากประชาชน”
ชัชชาติย้ำเตือนทีมงานและตัวเองเสมอว่า ผลคะแนนที่ได้รับมานั้นไม่ใช่เรื่องที่จะนำมาเฉลิมฉลองด้วยความลำพองใจ แต่เป็นสิ่งที่ต้องรับมือด้วยความถ่อมตนและยำเกรงต่อหน้าที่ ดังที่เขาได้กล่าวไว้ว่า
“มันไม่ใช่ชัยชนะนะ มันก็เป็นคำสั่งจากประชาชน และรู้เลยว่างานไม่ได้เบาเลยนะ งานหนัก เพราะงั้นวันนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาเฉลิมฉลองเลย เป็นเวลาที่ต้องมาเตรียมตัว มาคิดให้ถี่ถ้วนเลยว่าอะไรจะต้องทำ 1 2 3 4 ให้เข้มข้นต่อไป”
แผนยุทธศาสตร์ที่เริ่มตั้งแต่วินาทีแรก
สิ่งแรกที่ชัชชาติตั้งใจจะดำเนินการคือการเปลี่ยนนโยบายกว่า 200 ข้อให้กลายเป็นแผนปฏิบัติงานที่จับต้องได้จริง โดยเน้นการสร้างเป้าหมายร่วมกันให้กับข้าราชการและพนักงาน กทม. กว่า 8 หมื่นคน
“ต้องเอาแผนทั้งหมด 260 แผน เนี่ยมาทำเป็นแผนยุทธศาสตร์... เพื่อให้วันแรกวินาทีแรกที่เราไปทำงาน ทุกคนรู้เป้าหมายร่วมกันและสามารถเดินไปข้างหน้าด้วยกันได้”
การพัฒนาแบบก้าวกระโดดด้วยเทคโนโลยี
วิสัยทัศน์ของเขาครอบคลุม 2 มิติหลัก คือการยกระดับคุณภาพชีวิตและเพิ่มประสิทธิภาพของเมือง โดยมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรให้น้อยแต่ได้ผลลัพธ์มาก ผ่านเทคโนโลยีอย่าง AI และระบบ Traffy Fondue
“หัวใจคือการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้ เพื่อให้ทำน้อยแต่ได้ผลลัพธ์เยอะ... ไม่ใช่จะดีขึ้นแบบก้าวกระโดดด้วยการประชาสัมพันธ์ แต่ต้องให้ประชาชนรู้สึกเลยว่าชีวิตเขาดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด”
ชัชชาติมีความเชื่อมั่นอย่างมากว่ากรุงเทพฯ มีศักยภาพที่ไม่แพ้เมืองใดในโลก และตั้งเป้าหมายที่จะยกระดับเมืองให้ก้าวขึ้นไปสู่ระดับแนวหน้าภายในระยะเวลา 4 ปีข้างหน้า โดยเขามองว่า "เมืองคือตลาดแรงงาน" ดังนั้นเป้าหมายสำคัญคือการดึงดูดการลงทุนและธุรกิจต่าง ๆ เข้ามา เพื่อให้เศรษฐกิจเติบโตและส่งผลให้คนมีชีวิตที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง
"ผมว่าเมืองเราไม่แพ้เมืองไหนในโลกฮะ 4 ปีจะทำให้ดูอ่ะ ว่ากรุงเทพฯ จะต้องเป็นเมืองที่ขึ้นมาอยู่ชั้นนำ และก็สามารถแข่งขันได้กับเมืองต่าง ๆ ทั่วโลก"
ความโปร่งใสคือหัวใจของความไว้วางใจ
ชัชชาติให้ความสำคัญอย่างมากกับการปราบปรามการทุจริตและการสร้างความโปร่งใส เพื่อกำจัดข้อกังขาและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนทุกคน ไม่ว่าจะเลือกเขาหรือไม่ก็ตาม
“เรื่อง corruption เรื่องความโปร่งใส... ต้องเน้นให้หนักแน่นและสร้างความไว้ใจให้ประชาชนมากขึ้น... เราต้องรับใช้ทุกคนเหมือนกัน ทุกคนก็คือประชาชนกรุงเทพฯ เราไม่ได้เลือกว่าจะเอาเฉพาะคนที่เลือกเรา”
การสร้างพันธมิตรเพื่อเมืองที่เป็นหนึ่งเดียว
หลังการเลือกตั้งจบลง ชัชชาติมองว่าทุกคนคือเพื่อนร่วมงานที่จะมาช่วยกันพัฒนาเมือง ไม่ว่าจะเป็นผู้สมัครจากพรรคอื่น หรือ สก. จากหลากหลายกลุ่ม
“ทุกคนพอผ่านการเลือกตั้งมาแล้วเนี่ย ทุกคนก็เป็นพันธมิตร เป็นคู่คิดกันได้ และสามารถมีส่วนร่วมในการช่วยกันพัฒนาเมืองนี้ไป เพราะว่าทุกคะแนนที่ประชาชนให้มามีค่า... เพื่อหาคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับกรุงเทพฯ”
การก้าวเข้าสู่ตำแหน่งในครั้งนี้ของชัชชาติ สิทธิพันธุ์ จึงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะยกระดับกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองชั้นนำที่แข่งขันได้ในระดับโลก โดยมีคีย์เวิร์ดสำคัญคือการ “ทำงาน ทำงาน ทำงาน” เพื่อตอบแทนความไว้ใจของประชาชนอย่างสุดความสามารถ
- ประชาธิปัตย์แถลง ยินดี “ชัชชาติ” นั่งผู้ว่าฯ กทม. สมัย 2
- “อนุชา” แถลงยอมรับผลเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ขอบคุณประชาชนที่ให้โอกาสพรรคประชาธิปัตย์
- กทม.สรุปผลปิดหีบเลือกตั้งผู้ว่าฯ. - สก. ภาพรวมเรียบร้อยแม้เจอฝนถล่ม
- เลขาฯ กกต. เผยเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ยังไร้ร้องเรียน - 7 วันรับรองผลทางการ
- 5 ช่องทางแจ้งเหตุ ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม. - ส.ก.
ที่มาข้อมูล : TNN Online รวบรวม
ที่มารูปภาพ : Thai News Pix
