
คนถือปืนของรัฐ กำลังมีปัญหา หรือสังคมไทยกำลังมีปัญหา?
ภายในเวลาเพียง 4 วัน สังคมไทยเห็นเหตุสะเทือนขวัญถึง 3 เหตุ
ตำรวจ ตชด. ยิงวินจักรยานยนต์ ย่านห้วยขวาง ใจกลางกรุงเทพฯ
เจ้าหน้าที่สัสดียิงผู้บังคับบัญชาในศาลากลางจังหวัด
และตำรวจยิงภรรยา รวมถึงแม่ยาย กลางวันแสก ๆ ที่จังหวัดบุรีรัมย์
แม้ทั้งสามเหตุการณ์จะเกิดขึ้นต่างสถานที่ ต่างบริบท และต่างแรงจูงใจ
แต่มีจุดร่วมสำคัญอย่างหนึ่งผู้ก่อเหตุล้วนเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงอาวุธปืน
คำถามจึงไม่ใช่เพียงว่าใครผิด
แต่คือ เมื่อผู้ได้รับอำนาจให้ใช้อาวุธ กลายเป็นผู้ใช้อาวุธผิดวัตถุประสงค์
เราควรมองเป็นความผิดพลาดของคน หรือเป็นสัญญาณเตือนของระบบ
สรุปข่าว
คนถือปืนของรัฐ กำลังมีปัญหา หรือสังคมไทยกำลังมีปัญหา?
ภายในเวลาเพียง 4 วัน สังคมไทยเห็นเหตุสะเทือนขวัญถึง 3 เหตุ
ตำรวจ ตชด. ยิงวินจักรยานยนต์ ย่านห้วยขวาง ใจกลางกรุงเทพฯ
เจ้าหน้าที่สัสดียิงผู้บังคับบัญชาในศาลากลางจังหวัด
และตำรวจยิงภรรยา รวมถึงแม่ยาย กลางวันแสก ๆ ที่จังหวัดบุรีรัมย์
แม้ทั้งสามเหตุการณ์จะเกิดขึ้นต่างสถานที่ ต่างบริบท และต่างแรงจูงใจ
แต่มีจุดร่วมสำคัญอย่างหนึ่งผู้ก่อเหตุล้วนเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงอาวุธปืน
คำถามจึงไม่ใช่เพียงว่าใครผิด
แต่คือ เมื่อผู้ได้รับอำนาจให้ใช้อาวุธ กลายเป็นผู้ใช้อาวุธผิดวัตถุประสงค์
เราควรมองเป็นความผิดพลาดของคน หรือเป็นสัญญาณเตือนของระบบ
ไม่ใช่แค่เรื่องคดี แต่ชี้ให้เห็นถึงปัญหาที่ซุกอยู่ใต้ภูเขาน้ำแข็ง
พ.ต.ท.จิตพงศ์ ภู่บัวเผื่อน ผู้เชี่ยวชาญด้านการฝึกป้องกันตัวและยุทธวิธี แอดมินเพจ APE Knight มองว่า เหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่ควรถูกอธิบายด้วยเหตุผลเฉพาะบุคคลเพียงอย่างเดียว
แม้การตัดสินใจใช้ความรุนแรงจะเกี่ยวข้องกับปัจจัยส่วนบุคคล สภาพจิตใจ ความเครียด หรือแรงกดดันในชีวิต

พ.ต.ท.จิตพงศ์ ภู่บัวเผื่อน ผู้เชี่ยวชาญด้านการฝึกป้องกันตัวและยุทธวิธี แอดมินเพจ APE Knight
แต่เมื่อเหตุการณ์คล้ายกันเกิดขึ้นซ้ำ ๆ สิ่งที่ต้องถูกตั้งคำถามควบคู่กัน คือระบบคัดเลือก การฝึกอบรม และสภาพแวดล้อมที่หล่อหลอมบุคลากรเหล่านี้ เพราะผู้ที่จะได้รับสิทธิในการใช้อาวุธในนามของรัฐ ไม่ได้รับเพียงอาวุธแต่ได้รับอำนาจและความไว้วางใจจากสังคมด้วย
นั่นหมายความว่ายิ่งมีอำนาจมากมาตรฐานการคัดกรองและการกำกับดูแลก็ยิ่งต้องเข้มข้นมากขึ้น
“หากมองในประเด็นเจ้าหน้าที่รัฐใช้อาวุธปืน สิ่งแรกที่ต้องพิจารณาคือ บทบาทและอำนาจหน้าที่ของผู้ใช้อาวุธ
ผู้ที่จะได้รับสิทธิในการใช้อาวุธปืนต้องได้รับอำนาจจากสังคมผ่านกรอบกฎหมาย
จึงควรผ่านการคัดกรอง การรับรอง และการฝึกอบรมที่เหมาะสม
ประเด็นสำคัญจึงย้อนกลับไปสู่กระบวนการผลิตบุคลากร ว่าหน่วยงานต่าง ๆ
มีระบบคัดเลือกและพัฒนาคนที่มีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด
อีกด้านหนึ่ง แม้ระบบการผลิตบุคลากรจะดี แต่สภาพแวดล้อมภายในองค์กร
ก็มีส่วนสำคัญในการหล่อหลอมทัศนคติของเจ้าหน้าที่เช่นกัน” พ.ต.ท.จิตพงศ์ กล่าว
ยิ่งผ่านการฝึกมาก โอกาสใช้อาวุธจะยิ่งน้อย
แอดมินเพจ APE Knight ยังชี้ให้เห็นอีกมุมหนึ่งที่น่าสนใจ เมื่อหลายคนอาจคิดว่ายิ่งฝึกใช้อาวุธมาก ยิ่งมีแนวโน้มใช้ความรุนแรงมากขึ้น แต่ข้อเท็จจริงกลับตรงกันข้าม

โดยงานศึกษาหลายชิ้นพบว่า เจ้าหน้าที่หรือหน่วยรบที่ผ่านการฝึกอย่างเข้มข้น มักมีแนวโน้มยับยั้งชั่งใจและตัดสินใจใช้อาวุธยากกว่า เพราะการฝึกที่ดีไม่ได้สอนเพียงวิธีใช้อาวุธแต่สอนให้รู้ว่าเมื่อใดไม่ควรใช้อาวุธ
เป้าหมายของการฝึกจึงไม่ใช่การทำให้คนยิงได้เก่งขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่ต้องทำให้คนควบคุมอารมณ์ ประเมินสถานการณ์ และตัดสินใจภายใต้แรงกดดันได้ดีขึ้นด้วย
“มีงานศึกษาที่พบว่า ทหารทั่วไปอาจใช้อาวุธจำนวนมากกว่าจะสามารถสังหารเป้าหมายได้หนึ่งราย
ขณะที่หน่วยรบพิเศษซึ่งผ่านการฝึกอย่างเข้มข้น จะตัดสินใจใช้อาวุธยากกว่า
แต่เมื่อจำเป็นต้องใช้ กลับมีความแม่นยำและประสิทธิภาพสูงกว่า
นั่นสะท้อนว่า การฝึกที่ดีไม่ได้ทำให้คนอยากใช้อาวุธมากขึ้น
แต่ทำให้เกิดความยับยั้งชั่งใจและตัดสินใจอย่างมีวุฒิภาวะมากขึ้น
ดังนั้น หากระบบการฝึกมีมาตรฐานสูง ทั้งในด้านความรู้ ทักษะ และทัศนคติ ก็จะช่วยลดโอกาสการใช้อาวุธโดยไม่จำเป็นได้” พ.ต.ท.จิตพงศ์ อธิบาย
ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ตัวอาวุธ แต่อยู่ที่คนใช้อาวุธ
ทว่าปัญหาความรุนแรงจากการใช้อาวุธอาจไม่ได้จบแค่ในห้องเรียนหรือสนามฝึก เพราะเจ้าหน้าที่รัฐ ก็คือส่วนหนึ่งของสังคมไทย
แอดมินเพจ APE Knight ตั้งข้อสังเกตว่าทุกครั้งที่เกิดเหตุรุนแรงขึ้นในสังคม มักจะมีคนจำนวนหนึ่งแสดงความสะใจ หรือมองว่าการใช้ความรุนแรงเป็นเรื่องสมเหตุสมผล
เมื่อสังคมยังยอมรับความรุนแรงในบางรูปแบบเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งเป็นผลผลิตของสังคมนั้น ก็ย่อมได้รับอิทธิพลจากค่านิยมเดียวกันด้วย
คำถามจึงอาจไม่ได้อยู่แค่ว่าเราฝึกเจ้าหน้าที่ดีพอหรือยัง
แต่อยู่ที่ว่าเรากำลังสร้างวัฒนธรรมแบบใดให้กับสังคม
“เราจะเห็นว่าหลังเกิดเหตุรุนแรง มักมีคนจำนวนหนึ่งแสดงความสะใจ หรือเห็นว่าการใช้ความรุนแรงเป็นเรื่องสมควร เมื่อเป็นเช่นนั้น เจ้าหน้าที่รัฐซึ่งก็มาจากประชาชนในสังคมเดียวกัน ย่อมได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมและค่านิยมเหล่านี้ด้วย
เจ้าหน้าที่ไม่ได้หล่นมาจากฟ้า แต่เป็นผลผลิตของสังคม ดังนั้นแม้ระบบฝึกอบรมจะช่วยได้มาก แต่ก็อาจไม่สามารถแก้ความเชื่อหรือชุดความคิดที่ฝังรากลึกอยู่ก่อนหน้าได้ทั้งหมด ผมจึงมองว่า สังคมไทยอาจยังมีวัฒนธรรมบางส่วนที่ยอมรับหรือชื่นชมความรุนแรงอยู่ในระดับหนึ่ง ซึ่งทั้งสองด้านส่งผลต่อกัน ” แอดมินเพจ APE Knight ย้ำ

บทเรียนจากทั้งสามเหตุการณ์อาจกำลังบอกเราว่า
ทุกคนมีโอกาสเผชิญความเครียด ความโกรธ หรือแรงกดดันได้
แต่สำหรับคนที่เข้าถึงอาวุธร้ายแรง
ระบบต้องมีเครื่องมือมากพอที่จะป้องกันไม่ให้ช่วงเวลาของความผิดพลาด กลายเป็นโศกนาฏกรรม
ที่มาข้อมูล : เพจ Ape Knight , สัมภาษณ์ พ.ต.ท.จิตพงศ์ ภู่บัวเผื่อน
ที่มารูปภาพ : เพจ Ape Knight , magnific
