นาซาเผยแผน Artemis 3 ทดสอบยาน Orion เชื่อมต่อยานลงจอดในวงโคจร

วันที่ 24 ตุลาคมที่ผ่นามา องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ นาซา (NASA) แถลงรายละเอียดแนวปฏิบัติการภารกิจ อาร์เทมิส 3 (Artemis III) ณ ศูนย์อวกาศเคนเนดี (Kennedy Space Center) โดยกำหนดให้เป็นภารกิจทดสอบการเชื่อมต่อระหว่างยานอวกาศโอไรออน (Orion) กับยานลงจอดดวงจันทร์ของภาคเอกชน 2 ราย คือ ยานบลูมูน (Blue Moon) ของบริษัท บลู ออริจิน (Blue Origin) และยานสตาร์ชิป (Starship) ของบริษัท สเปซเอ็กซ์ (SpaceX) ในวงโครจรต่ำของโลก (Low Earth Orbit) เพื่อลดความเสี่ยงทางเทคโนโลยีก่อนดำเนินภารกิจลงจอดบนพื้นผิวดวงจันทร์จริง
ภารกิจครั้งนี้ต้องพึ่งพาการปล่อยจรวดทรงพลังที่สุดในโลก 3 ลำ จากชายฝั่งอวกาศในรัฐฟลอริดา ได้แก่ จรวดนิว เกลนน์ (New Glenn) ที่จะปล่อยยานบลูมูนขึ้นสู่วงโครจรเป็นลำแรก ตามด้วยจรวดสเปซลอนช์ซิสเตม (Space Launch System หรือ SLS) ที่จะนำยานโอไรออนพร้อมนักบินอวกาศ 4 นาย ได้แก่ แรนดี เบรสเนก (Randy Bresnik) องค์การนาซา, แอนเดร ดักลาส (Andre Douglas) องค์การนาซา, แฟรงก์ รูบิโอ (Frank Rubio) องค์การนาซา และลูกา พาร์มิตาโน (Luca Parmitano) องค์การอวกาศยุโรป
สรุปข่าว
วันที่ 24 ตุลาคมที่ผ่นามา องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ นาซา (NASA) แถลงรายละเอียดแนวปฏิบัติการภารกิจ อาร์เทมิส 3 (Artemis III) ณ ศูนย์อวกาศเคนเนดี (Kennedy Space Center) โดยกำหนดให้เป็นภารกิจทดสอบการเชื่อมต่อระหว่างยานอวกาศโอไรออน (Orion) กับยานลงจอดดวงจันทร์ของภาคเอกชน 2 ราย คือ ยานบลูมูน (Blue Moon) ของบริษัท บลู ออริจิน (Blue Origin) และยานสตาร์ชิป (Starship) ของบริษัท สเปซเอ็กซ์ (SpaceX) ในวงโครจรต่ำของโลก (Low Earth Orbit) เพื่อลดความเสี่ยงทางเทคโนโลยีก่อนดำเนินภารกิจลงจอดบนพื้นผิวดวงจันทร์จริง
ภารกิจครั้งนี้ต้องพึ่งพาการปล่อยจรวดทรงพลังที่สุดในโลก 3 ลำ จากชายฝั่งอวกาศในรัฐฟลอริดา ได้แก่ จรวดนิว เกลนน์ (New Glenn) ที่จะปล่อยยานบลูมูนขึ้นสู่วงโครจรเป็นลำแรก ตามด้วยจรวดสเปซลอนช์ซิสเตม (Space Launch System หรือ SLS) ที่จะนำยานโอไรออนพร้อมนักบินอวกาศ 4 นาย ได้แก่ แรนดี เบรสเนก (Randy Bresnik) องค์การนาซา, แอนเดร ดักลาส (Andre Douglas) องค์การนาซา, แฟรงก์ รูบิโอ (Frank Rubio) องค์การนาซา และลูกา พาร์มิตาโน (Luca Parmitano) องค์การอวกาศยุโรป
แผนการทดสอบการเชื่อมต่อยานลงจอดในวงโครจรโลก
เจเรมี พาร์สันส์ (Jeremy Parsons) ผู้จัดการโครงการอาร์เทมิสของนาซา อธิบายว่า "นักบินอวกาศจะใช้เวลา 2 วันแรกในการตรวจสอบระบบยานโอไรออน จากนั้นในวันที่ 3 ของภารกิจ ยานโอไรออนจะเข้าเชื่อมต่อกับยานบลูมูนที่ความสูง 439 กิโลเมตร
นักบินอวกาศจะทำการเปิดแฮตช์เพื่อเข้าไปภายในยานลงจอด ตรวจสอบระบบสนับสนุนการดำรงชีวิต ระบบแรงดันอากาศ และทดสอบระบบควบคุมยานร่วมกัน" รวมถึงการซ้อมสถานการณ์ฉุกเฉินร่วมกับทีมควบคุมภารกิจบนพื้นโลกเป็นเวลา 2 วัน
หลังจากเสร็จสิ้นการทดสอบกับยานบลูมูนในวันที่ 6 ของภารกิจ บริษัทสเปซเอ็กซ์จะปล่อยส่วนบนของยานสตาร์ชิปที่มีความสูง 52 เมตร ซึ่งติดตั้งอะแดปเตอร์เชื่อมต่อพิเศษตรงส่วนหัวขึ้นสู่วงโครจร
และในวันที่ 8 ยานโอไรออนจะเข้าเชื่อมต่อกับยานสตาร์ชิปที่ความสูง 381 กิโลเมตร การทดสอบกับยานสตาร์ชิปจะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง โดยนักบินอวกาศจะไม่เดินทางเข้าไปภายในยานสตาร์ชิป แต่เน้นการเก็บข้อมูลแรงกระแทกจากการเชื่อมต่อและการทำงานร่วมกันของระบบผลักดัน
ความท้าทายด้านห่วงโซ่อุปทานและเป้าหมายสู่ดวงจันทร์ปี 2028
ภายหลังแยกตัวจากยานสตาร์ชิป นักบินอวกาศจะปฏิบัติภารกิจต่ออีก 6 ถึง 9 วัน โดยมีระยะเวลาภารกิจรวมประมาณ 14 ถึง 17 วัน กิจกรรมสำคัญรวมถึงการทดสอบชุดอวกาศสำหรับสภาวะฉุกเฉิน ประเมินสุขภาพนักบินอวกาศ และการทดลองทางวิทยาศาสตร์ ก่อนเดินทางกลับโลกด้วยการกางร่มชีพจรลงสู่มหาสมุทร ภารกิจอาร์เทมิส 3 มุ่งเป้าปูทางไปสู่ภารกิจ อาร์เทมิส 4 (Artemis IV) ที่วางแผนส่งมนุษย์ลงจอดบริเวณขั้วใต้ของดวงจันทร์ในปี 2028
แม้ นาซาตั้งเป้าปล่อยภารกิจ อาร์เทมิส 3 ในช่วงฤดูร้อนปีหน้า แต่จาเรด ไอแซกแมน (Jared Isaacman) ผู้อำนวยการองค์การนาซา ได้เปิดเผยในบันทึกภายในว่าภารกิจกำลังล่าช้ากว่าแผนราว 90 วัน สาเหตุหลักมาจากความท้าทายในห่วงโซ่อุปทานการผลิตยานลงจอด อย่างไรก็ตาม นาซายังคงมุ่งมั่นรักษาทางเลือกของยานลงจอดทั้งสองค่ายไว้เพื่อสร้างความพร้อมสูงสุดก่อนการส่งนักบินอวกาศลงสัมผัสพื้นผิวดวงจันทร์จริง
- นักบินอวกาศย้อนเล่าเหตุยานโอไรออน Artemis II เตือนห้องโดยสารรั่วก่อนมุ่งสู่ดวงจันทร์
- นาซาอัปเดตการพัฒนายานพลังงานนิวเคลียร์ SR-1 Freedom ลุยดาวอังคารปี 2028
- Perseverance ทุบสถิติวิ่งบนดาวอังคาร 45.22 กม. แซง Opportunity
- “NASA” เล็งสำรวจ “ถ้ำใต้ผิวดวงจันทร์” ไขปริศนาลาวาบนดวงจันทร์
- นาซาเปิดข้อมูล Artemis II กว่า 800GB เผยพิกัดแสงปริศนาบนดวงจันทร์
ที่มาข้อมูล : Space, NASA
ที่มารูปภาพ : Space, NASA
