นาซาเผยแผน Artemis 3 ทดสอบยาน Orion เชื่อมต่อยานลงจอดในวงโคจร

Share on Line Share on Facebook Share on X
นาซาเผยแผน Artemis 3 ทดสอบยาน Orion เชื่อมต่อยานลงจอดในวงโคจร

วันที่ 24 ตุลาคมที่ผ่นามา องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ นาซา (NASA) แถลงรายละเอียดแนวปฏิบัติการภารกิจ อาร์เทมิส 3 (Artemis III) ณ ศูนย์อวกาศเคนเนดี (Kennedy Space Center) โดยกำหนดให้เป็นภารกิจทดสอบการเชื่อมต่อระหว่างยานอวกาศโอไรออน (Orion) กับยานลงจอดดวงจันทร์ของภาคเอกชน 2 ราย คือ ยานบลูมูน (Blue Moon) ของบริษัท บลู ออริจิน (Blue Origin) และยานสตาร์ชิป (Starship) ของบริษัท สเปซเอ็กซ์ (SpaceX) ในวงโครจรต่ำของโลก (Low Earth Orbit) เพื่อลดความเสี่ยงทางเทคโนโลยีก่อนดำเนินภารกิจลงจอดบนพื้นผิวดวงจันทร์จริง

ภารกิจครั้งนี้ต้องพึ่งพาการปล่อยจรวดทรงพลังที่สุดในโลก 3 ลำ จากชายฝั่งอวกาศในรัฐฟลอริดา ได้แก่ จรวดนิว เกลนน์ (New Glenn) ที่จะปล่อยยานบลูมูนขึ้นสู่วงโครจรเป็นลำแรก ตามด้วยจรวดสเปซลอนช์ซิสเตม (Space Launch System หรือ SLS) ที่จะนำยานโอไรออนพร้อมนักบินอวกาศ 4 นาย ได้แก่ แรนดี เบรสเนก (Randy Bresnik) องค์การนาซา, แอนเดร ดักลาส (Andre Douglas) องค์การนาซา, แฟรงก์ รูบิโอ (Frank Rubio) องค์การนาซา และลูกา พาร์มิตาโน (Luca Parmitano) องค์การอวกาศยุโรป   

สรุปข่าว

NASA แถลงแผนภารกิจ Artemis 3 ทดสอบเชื่อมต่อยาน Orion กับยาน Blue Moon และ Starship ในวงโคจรต่ำของโลก มุ่งลดความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีและอุปทาน เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนส่งมนุษย์ลงจอดจริงบนขั้วใต้ของดวงจันทร์ในปี 2028

วันที่ 24 ตุลาคมที่ผ่นามา องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ นาซา (NASA) แถลงรายละเอียดแนวปฏิบัติการภารกิจ อาร์เทมิส 3 (Artemis III) ณ ศูนย์อวกาศเคนเนดี (Kennedy Space Center) โดยกำหนดให้เป็นภารกิจทดสอบการเชื่อมต่อระหว่างยานอวกาศโอไรออน (Orion) กับยานลงจอดดวงจันทร์ของภาคเอกชน 2 ราย คือ ยานบลูมูน (Blue Moon) ของบริษัท บลู ออริจิน (Blue Origin) และยานสตาร์ชิป (Starship) ของบริษัท สเปซเอ็กซ์ (SpaceX) ในวงโครจรต่ำของโลก (Low Earth Orbit) เพื่อลดความเสี่ยงทางเทคโนโลยีก่อนดำเนินภารกิจลงจอดบนพื้นผิวดวงจันทร์จริง

ภารกิจครั้งนี้ต้องพึ่งพาการปล่อยจรวดทรงพลังที่สุดในโลก 3 ลำ จากชายฝั่งอวกาศในรัฐฟลอริดา ได้แก่ จรวดนิว เกลนน์ (New Glenn) ที่จะปล่อยยานบลูมูนขึ้นสู่วงโครจรเป็นลำแรก ตามด้วยจรวดสเปซลอนช์ซิสเตม (Space Launch System หรือ SLS) ที่จะนำยานโอไรออนพร้อมนักบินอวกาศ 4 นาย ได้แก่ แรนดี เบรสเนก (Randy Bresnik) องค์การนาซา, แอนเดร ดักลาส (Andre Douglas) องค์การนาซา, แฟรงก์ รูบิโอ (Frank Rubio) องค์การนาซา และลูกา พาร์มิตาโน (Luca Parmitano) องค์การอวกาศยุโรป   

แผนการทดสอบการเชื่อมต่อยานลงจอดในวงโครจรโลก

เจเรมี พาร์สันส์ (Jeremy Parsons) ผู้จัดการโครงการอาร์เทมิสของนาซา อธิบายว่า "นักบินอวกาศจะใช้เวลา 2 วันแรกในการตรวจสอบระบบยานโอไรออน จากนั้นในวันที่ 3 ของภารกิจ ยานโอไรออนจะเข้าเชื่อมต่อกับยานบลูมูนที่ความสูง 439 กิโลเมตร 

นักบินอวกาศจะทำการเปิดแฮตช์เพื่อเข้าไปภายในยานลงจอด ตรวจสอบระบบสนับสนุนการดำรงชีวิต ระบบแรงดันอากาศ และทดสอบระบบควบคุมยานร่วมกัน" รวมถึงการซ้อมสถานการณ์ฉุกเฉินร่วมกับทีมควบคุมภารกิจบนพื้นโลกเป็นเวลา 2 วัน 

หลังจากเสร็จสิ้นการทดสอบกับยานบลูมูนในวันที่ 6 ของภารกิจ บริษัทสเปซเอ็กซ์จะปล่อยส่วนบนของยานสตาร์ชิปที่มีความสูง 52 เมตร ซึ่งติดตั้งอะแดปเตอร์เชื่อมต่อพิเศษตรงส่วนหัวขึ้นสู่วงโครจร 

และในวันที่ 8 ยานโอไรออนจะเข้าเชื่อมต่อกับยานสตาร์ชิปที่ความสูง 381 กิโลเมตร การทดสอบกับยานสตาร์ชิปจะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง โดยนักบินอวกาศจะไม่เดินทางเข้าไปภายในยานสตาร์ชิป แต่เน้นการเก็บข้อมูลแรงกระแทกจากการเชื่อมต่อและการทำงานร่วมกันของระบบผลักดัน

ความท้าทายด้านห่วงโซ่อุปทานและเป้าหมายสู่ดวงจันทร์ปี 2028

ภายหลังแยกตัวจากยานสตาร์ชิป นักบินอวกาศจะปฏิบัติภารกิจต่ออีก 6 ถึง 9 วัน โดยมีระยะเวลาภารกิจรวมประมาณ 14 ถึง 17 วัน กิจกรรมสำคัญรวมถึงการทดสอบชุดอวกาศสำหรับสภาวะฉุกเฉิน ประเมินสุขภาพนักบินอวกาศ และการทดลองทางวิทยาศาสตร์ ก่อนเดินทางกลับโลกด้วยการกางร่มชีพจรลงสู่มหาสมุทร ภารกิจอาร์เทมิส 3 มุ่งเป้าปูทางไปสู่ภารกิจ อาร์เทมิส 4 (Artemis IV) ที่วางแผนส่งมนุษย์ลงจอดบริเวณขั้วใต้ของดวงจันทร์ในปี 2028

แม้ นาซาตั้งเป้าปล่อยภารกิจ อาร์เทมิส 3 ในช่วงฤดูร้อนปีหน้า แต่จาเรด ไอแซกแมน (Jared Isaacman) ผู้อำนวยการองค์การนาซา ได้เปิดเผยในบันทึกภายในว่าภารกิจกำลังล่าช้ากว่าแผนราว 90 วัน สาเหตุหลักมาจากความท้าทายในห่วงโซ่อุปทานการผลิตยานลงจอด อย่างไรก็ตาม นาซายังคงมุ่งมั่นรักษาทางเลือกของยานลงจอดทั้งสองค่ายไว้เพื่อสร้างความพร้อมสูงสุดก่อนการส่งนักบินอวกาศลงสัมผัสพื้นผิวดวงจันทร์จริง 

ที่มาข้อมูล : Space, NASA

ที่มารูปภาพ : Space, NASA

แท็กบทความ